Solar Cell ย้อนกลับ? นวัตกรรมจาก Stirling Engine ปั่นไฟจากความเย็นยามค่ำคืน ไม่ง้อแดดและแบตเตอรี่

การทำความเย็นในอาคารนับเป็นกิจกรรมที่เผาผลาญพลังงานมหาศาล โดยคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 15% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในอาคารของสหรัฐฯ จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถระบายความร้อนพร้อมกับผลิตไฟฟ้าไปในตัวได้? นี่คือโจทย์ที่ทีมนักวิจัยจาก University of California, Davis (UC Davis) นำโดยศาสตราจารย์ Jeremy Munday กำลังให้คำตอบ ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีวิศวกรรมยุคเก่าอย่าง Stirling Engine ผสานเข้ากับความเข้าใจทางฟิสิกส์สมัยใหม่อย่างปรากฏการณ์ Radiative Cooling

แนวคิดเบื้องหลังเทคโนโลยีนี้เปรียบเสมือนการทำงานของ "Solar Cell แบบย้อนกลับ" หรือ Thermoradiative devices หากโซลาร์เซลล์ทำงานโดยการดูดซับพลังงานจากดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นวัตถุที่มีความร้อน เครื่องมือชิ้นนี้จะทำงานในทิศทางตรงกันข้ามโดยการหันหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อปล่อยความร้อนจากตัวมันเองออกไปสู่อวกาศผ่านรังสีอินฟราเรด ซึ่งรังสีนี้สามารถทะลุผ่านชั้นบรรยากาศออกไปได้ ทำให้ตัวอุปกรณ์เย็นลงกว่าสภาพแวดล้อม และเกิดความต่างศักย์ของอุณหภูมิที่นำมาผลิตพลังงานได้

ทำไมต้องเป็น Stirling Engine?

ความน่าสนใจคือทีมวิจัยเลือกปฏิเสธการใช้วัสดุเซมิคอนดักเตอร์ที่หายากและมีราคาแพง ซึ่งมักเป็นอุปสรรคในการพัฒนาอุปกรณ์กลุ่มนี้ในอดีต แต่พวกเขากลับไปหยิบเอาเครื่องยนต์สเตอร์ลิง (Stirling Engine) เทคโนโลยีที่มีมาตั้งแต่ช่วงปี 1800 มาปัดฝุ่นใหม่ เครื่องยนต์ชนิดนี้ทำงานด้วยกลไกทางกลที่เรียบง่าย อาศัยการขยายตัวของก๊าซที่ถูกปิดผนึกเมื่อได้รับความร้อน และหดตัวเมื่อได้รับความเย็น เพื่อขับเคลื่อนลูกสูบสร้างพลังงานกล โดยในงานวิจัยนี้ ทีมงานใช้อุณหภูมิแวดล้อมรอบตัวเป็นแหล่งความร้อน และใช้แผงรับสัญญาณที่แผ่รังสีออกสู่อวกาศเป็นตัวทำความเย็น ผลลัพธ์ที่ได้คือเครื่องยนต์ที่สามารถแปลงพลังงานความร้อนโดยรอบให้กลายเป็นพลังงานกลเพื่อหมุนใบพัด หรือปั่นกระแสไฟฟ้าได้โดยตรงโดยไม่ต้องใช้วัสดุที่ซับซ้อน

จากการทดลองภาคสนามในเวลากลางคืนต่อเนื่องตลอดหนึ่งปี ทีมวิจัยค้นพบศักยภาพที่น่าทึ่ง โดยอุปกรณ์ชุดนี้สามารถทำความเย็นได้ต่ำกว่าอุณหภูมิแวดล้อมกว่า 10 องศาเซลเซียส และผลิตพลังงานกลได้มากกว่า 400 มิลลิวัตต์ต่อตารางเมตร ซึ่งพลังงานจำนวนนี้เพียงพอที่จะขับเคลื่อนพัดลมระบายอากาศ และเมื่อนำไปเชื่อมต่อกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ก็สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าใช้งานจริงได้ทันที

แม้ว่ากำลังการผลิตที่ได้จะยังน้อยกว่าแผงโซลาร์เซลล์ทั่วไปถึงสองระดับ แต่ศาสตราจารย์ Munday ย้ำชัดเจนว่าเป้าหมายของนวัตกรรมนี้ไม่ใช่การเข้ามาแทนที่พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ถูกออกแบบมาเพื่ออุดช่องโหว่ทางพลังงาน คือการสร้างแหล่งพลังงานที่ทำงานได้ในเวลาที่โซลาร์เซลล์ทำไม่ได้อย่างช่วงเวลากลางคืน โดยไม่ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ราคาแพง ไม่ต้องเดินสายไฟที่ยุ่งยาก และไม่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

พลังงานฟรีเพื่อการเกษตรและที่พักอาศัย

ในแง่ของการนำไปใช้งานจริง ทีมนักวิจัยคำนวณว่าอุปกรณ์นี้สามารถสร้างการไหลเวียนของอากาศได้เพียงพอต่อมาตรฐานขั้นต่ำในการระบายอากาศเพื่อสุขภาพในอาคารสาธารณะ ทำให้เทคโนโลยีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในโรงเรือนเพาะปลูก เพื่อช่วยหมุนเวียนคาร์บอนไดออกไซด์และระบายอากาศในตอนกลางคืน หรือนำไปติดตั้งในที่พักอาศัยเพื่อลดภาระเครื่องปรับอากาศ รวมถึงการเป็นโครงสร้างพื้นฐานแบบ Off-grid ที่ยั่งยืนสำหรับพื้นที่ห่างไกล

สำหรับก้าวต่อไป ทีมวิจัยมีแผนที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องยนต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยการเปลี่ยนก๊าซภายในจากอากาศปกติเป็นไฮโดรเจนหรือฮีเลียมเพื่อลดแรงเสียดทานภายใน รวมถึงตั้งเป้าที่จะทดสอบระบบจริงในโรงเรือนเกษตรกรรม และพัฒนาต่อยอดให้สามารถทำงานได้ครอบคลุมทั้งกลางวันและกลางคืน งานวิจัยชิ้นนี้ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances จึงถือเป็นอีกหนึ่งความหวังของการจัดการพลังงานยั่งยืน ที่ผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมแห่งอนาคตได้อย่างลงตัว

ที่มา: IEEE Spectrum

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

จากวันที่โดนตัดงบ สู่สตาร์ทอัพ Deep Tech ระดับหมื่นล้าน เบื้องหลัง ‘Fusion Energy’ ของ MIT ที่จะเปลี่ยนโลกพลังงานไปตลอดกาล

เจาะลึกความสำเร็จของ Dennis Whyte และทีม MIT ในการพัฒนาเตาปฏิกรณ์ฟิวชัน ARC โดยใช้เทปตัวนำยิ่งยวด ReBCO สร้างสนามแม่เหล็ก 20 เทสลา เพื่อมุ่งสู่พลังงานสะอาดที่ไร้ขีดจำกัดภายในปี 203...

Responsive image

รู้จัก ‘Beaver-Mimicry’ นวัตกรรมใหม่ช่วยโลกร้อน สร้างเขื่อนเทียมเลียนแบบบีเวอร์ ช่วยลดอุณหภูมิน้ำ และป้องกันไฟป่าได้จริง

Beaver-mimicry เทรนด์ใหม่ในการกู้วิกฤตโลกร้อนด้วยการสร้างเขื่อนเลียนแบบบีเวอร์ งานวิจัยชี้ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ ลดอุณหภูมิน้ำ และป้องกันไฟป่าได้จริง...

Responsive image

จีนเตรียมรับมือผลพวงยุค EV กับ ‘ซากแบตเตอรี่’ ที่กำลังท่วมประเทศ เร่งสร้างระบบ ‘Closed Loop’ สู้วิกฤตขยะพลังงานยุคใหม่

จีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถ EV โลก แต่ความสำเร็จนี้กำลังทิ้งโจทย์ใหญ่ไว้เบื้องหลัง เมื่อซากแบตเตอรี่รถไฟฟ้านับแสนตันเริ่มทะลักเข้าสู่ระบบที่ยังไม่พร้อม...