สวิตฯ เตรียมฝัง ‘แบตเตอรี่ยักษ์’ เก็บไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ไม่ติดไฟ จะชาร์จกี่ครั้งก็ไม่เสื่อม

ในวันที่ยุโรปกำลังเร่งเครื่องเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ปัญหาคลาสสิกที่ยังไม่มีใครแก้ตกอย่างเบ็ดเสร็จก็คือ ความไม่สม่ำเสมอของพลังงานแสงอาทิตย์และกังหันลม ที่บางวันก็ผลิตได้ล้นระบบ แต่บางวันกลับนิ่งสนิท

FlexBase สตาร์ทอัพ/บริษัทด้านพลังงานจากสวิตเซอร์แลนด์ เล็งเห็น Pain Point นี้ และกำลังสร้าง Solution ระดับ Megaproject ด้วยการขุดอุโมงค์ลึกลงไปใต้ดิน 27 เมตร ใกล้เมือง Laufenburg ทางตอนเหนือของประเทศ เพื่อสร้างแบตเตอรี่ขนาดยักษ์ ที่จะเข้ามาเป็น Buffer รองรับพลังงานหมุนเวียนระดับประวัติศาสตร์

เจาะสเปกอุโมงค์พลังงานลึก 27 เมตร

โครงการนี้ไม่ใช่แค่การเอาแบตเตอรี่ไปวางในห้องคอนเทนเนอร์ แต่เป็นการทลายข้อจำกัดเดิมๆ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ

  1. อุโมงค์ยาวกว่า 180 เมตร ขนาดเกือบเทียบเท่าสนามฟุตบอล 2 สนามต่อกัน
  2. ความจุสะใจ 2.1 GWh (กิกะวัตต์-ชั่วโมง) หากเทียบให้เห็นภาพ พลังงานขนาดนี้สามารถเลี้ยงบ้านเรือนในสหรัฐฯ ได้ถึง 200 หลังคาเรือนยาวนานตลอดทั้งปี
  3. ภายในไม่ได้มีแค่ระบบแบตเตอรี่ แต่ FlexBase ได้ควบรวม Data Center และระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเข้ามาไว้ด้วยกัน กลายเป็น Integrated Digital Energy Hub แบบครบวงจร

แล้วทำไมต้องฝังใต้ดิน?

การขุดลึกลงไป 27 เมตรไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่เป็นกลยุทธ์ทางวิศวกรรม เพราะอุณหภูมิใต้ดินที่คงที่ตลอดทั้งปีคือตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้ระบบแบตเตอรี่ทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุด แถมยังปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ และไม่รบกวนทัศนียภาพด้านบนอีกด้วย

พลิกโฉมเทคโนโลยีด้วย Redox Flow Battery

แทนที่จะใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) แบบที่เราคุ้นเคยในสมาร์ตโฟนหรือรถ EV ซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องความร้อนและการเสื่อมสภาพ FlexBase เลือกใช้ Redox Flow Battery เทคโนโลยีที่มีมาตั้งแต่ปี 1879 แต่เพิ่งถูกปลุกชีพอย่างจริงจังในยุคนี้

ระบบนี้จะเก็บพลังงานในรูปของเหลวที่เรียกว่า สารละลายอิเล็กโทรไลต์ 2 ชนิด โดยจะปั๊มสารละลายผ่านห้องปฏิกิริยาเคมีเพื่อชาร์จหรือจ่ายไฟ ซึ่งถ้าอยากเพิ่มความจุไฟฟ้า ก็แค่ขยายขนาดถังเก็บของเหลว ไม่ต้องรื้อระบบหรือซื้อโมดูลแบตเตอรี่ใหม่ทั้งหมด

โดยสามารถชาร์จและคายประจุได้บ่อยครั้งโดยแทบไม่มีปัญหาเสื่อมสภาพแบบแบตเตอรี่ทั่วไป ที่สำคัญคือตัวของเหลวสารละลายไม่มีคุณสมบัติติดไฟ ตัดความเสี่ยงเรื่องการระเบิดหรือไฟไหม้รุนแรงออกไปได้เลย

โดยทั้งหมดนี้ออกแบบมาเพื่อเก็บพลังงานยาวนานเป็นระดับหลายชั่วโมง ซึ่งตอบโจทย์ Grid ไฟฟ้าขนาดใหญ่

ความน่าสนใจอีกอย่างคือทำเลที่ตั้ง FlexBase เลือกปักหมุดที่เมือง Laufenburg ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในประวัติศาสตร์พลังงานยุโรป หรือที่เรียกกันว่า Star of Laufenburg ที่นี่คือจุดเชื่อมต่อสายส่งไฟฟ้าที่เยอรมนี ฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์ ซิงค์ระบบเข้าหากันเป็นครั้งแรก

ดังนั้น การสร้างแบตเตอรี่ยักษ์ที่จุดนี้ จึงหมายความว่า FlexBase สามารถจ่ายพลังงานสำรองเข้าสู่โครงข่ายหลักของทั้ง 3 ประเทศมหาอำนาจในยุโรปตะวันตกได้โดยตรงทันที

อ้างอิง: bgr

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เปิดตัว I-MSTA สมาคม MICE น้องใหม่จากอีสาน ผนึก TCEB และ 30 องค์กร ดันอีสานสู่ Net Zero Events เป้าชดเชยคาร์บอน 10,000 ตัน

สมาคมธุรกิจไมซ์และท่องเที่ยวยั่งยืนภาคอีสาน (I-MSTA) เปิดตัวที่อุดรธานี ผนึก TCEB และ 30 องค์กร ประกาศ ISAN MICE Commitment Toward Net Zero Events ตั้งเป้าลดคาร์บอนงานไมซ์กว่า 1,00...

Responsive image

จากไร่ข้าวโพดสู่ AI Model เคส Applied AI ไทยที่ใช้ Computer Vision วิเคราะห์โรคพืชผ่าน LINE

ในภาคเกษตรไทยการตรวจพบโรคพืชตั้งแต่ระยะเริ่มต้นยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ เนื่องจากอาการของโรคหลายชนิดมีลักษณะใกล้เคียงกัน และต้องอาศัยประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญในการวินิจฉัย...

Responsive image

‘น้ำเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่บริหารได้’ เปิดแนวคิดอีสท์ วอเตอร์ บริษัทที่พร้อมรับคลื่น AI และ Data Center อย่างยั่งยืน ด้วยการบริหารน้ำบนการคาดการณ์และความไว้วางใจ

อีสท์ วอเตอร์ ประกาศพร้อมรับอุตสาหกรรม Data Center ในภาคตะวันออก ด้วยการบริหารน้ำบนการคาดการณ์ แนวคิด Firmed Demand และ Demand & Supply Engagement บนความไว้วางใจ ผ่าน Water Grid 55...