AI อ่านสุขภาพข้าว! แค่ถ่ายรูปก็รู้ว่าข้าวแตกหน่อดีไหม ช่วยประเมินผลผลิตได้ทันที แม่นยำ 94–98%

TillerPET

การปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตดี ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่พันธุ์หรือปุ๋ย แต่ยังขึ้นกับ “ลักษณะของต้นข้าว” โดยเฉพาะ จำนวนหน่อ และลักษณะการรวมตัวของกอข้าว ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าข้าวจะแตกกอดี รวงหนาหรือบาง และจะส่งผลต่อผลผลิตโดยตรง

แต่ในความเป็นจริง การวัดลักษณะเหล่านี้ในแปลงนาทำได้ยากมาก ส่วนใหญ่ต้องใช้คนเดินนับ เดินวัด ใช้เวลานาน เหนื่อย และผิดพลาดได้ง่าย เพราะมีทั้งปัญหาต้นข้าวบังกัน แสงไม่สม่ำเสมอ ยิ่งถ้าเป็นแปลงขนาดใหญ่ ยิ่งแทบทำไม่ไหว แม้จะมีระบบอัตโนมัติหรืออุปกรณ์เฉพาะทางช่วยวัด แต่ก็มาพร้อมต้นทุนสูง ขั้นตอนยุ่งยาก และไม่เหมาะกับการใช้งานจริงในหลายพื้นที่

TillerPET  คืออะไร เข้ามาแก้ปัญหาอย่างไร

TillerPET  AI อ่านสุขภาพข้าว!

ทีมนักวิจัยจาก สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน จึงพัฒนา AI ตัวหนึ่งขึ้นมา ชื่อว่า TillerPET งานวิจัยนี้เผยแพร่ในวารสาร The Crop Journal เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน และเป็นความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและห้องแล็บชั้นนำของจีนหลายแห่ง

TillerPET ถูกออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์กอข้าวหลังการเก็บเกี่ยว จากภาพถ่ายธรรมดา โดยสามารถทำงานกับข้าวจริงในพื้นที่ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องทดลอง

สิ่งที่ AI ตัวนี้ทำได้ คือดูรูปถ่ายแล้วบอกว่า

  • ข้าวกอนี้แตกหน่อกี่หน่อ
  • กอข้าวมีลักษณะแน่นหรือกระจายแค่ไหน

ทั้งหมดนี้ทำได้โดย ไม่ต้องใช้กล้องพิเศษ ไม่ต้องติดเซนเซอร์ และไม่ต้องตั้งระบบซับซ้อน

TillerPET แม่นยำแค่ไหน  

ทีมวิจัยฝึก TillerPET จากภาพข้าวจำนวนมากที่เก็บจากหลายพื้นที่และหลายปี ทำให้ AI เรียนรู้สภาพจริงของแปลงนา ไม่ได้เก่งเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมไว้

ผลการทดสอบพบว่า

  • การนับจำนวนหน่อแม่นยำ 94%
  • การวัดความแน่นของกอข้าวแม่นยำ 98%

และยังให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างเสถียร แม้ข้อมูลจะมาจากคนละปี หรือคนละพื้นที่ เบื้องหลังของ AI ตัวนี้คือการออกแบบโมเดลให้ ทำงานได้เร็ว ใช้ทรัพยากรไม่มาก แต่ยังคงความแม่นยำสูง เหมาะกับการใช้งานจริงในภาคสนาม

ใช้ประโยชน์ได้มากกว่าการนับหน่อ

ข้อมูลที่ได้จาก TillerPET ไม่ได้ใช้แค่ประเมินต้นข้าวเท่านั้น นักวิจัยยังพบว่าสามารถนำไปต่อยอดได้อีกหลายด้าน เช่น

  • ใช้แยกแยะพันธุ์ข้าวที่มีลักษณะแตกต่างกัน
  • มองเห็นความแตกต่างทางพันธุกรรมผ่านรูปทรงของต้นข้าว
  • ใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ ที่ให้ผลผลิตดีและเหมาะกับสภาพแวดล้อมในอนาคต

นอกจากนี้ในฝั่งของประเทศไทยก็มี AI ด้านการเกษตรเช่นกันคือ EASYRICE M0 พัฒนาโดย EASYRICE บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติไทยที่นำ AI มายกระดับเกษตรกรรม โดยระบบนี้จะใช้ AI ช่วย "ตรวจสอบและคัดแยกคุณภาพเมล็ดข้าวสาร" สามารถแยกประเภทข้าวตามมาตรฐานได้อย่างแม่นยำ ทั้งขนาดเมล็ด ข้าวท้องไข่ ข้าวเหลือง หรือข้าวเมล็ดแดง พร้อมเก็บข้อมูลบนระบบออนไลน์เพื่อสร้างมาตรฐานสากลและเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวไทย สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: easyrice

อ้างอิง: phys

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ซีพี เปิดโมเดล Reforest Tokenization เปลี่ยนผืนป่าเป็นรายได้ของชุมชน เริ่มนำร่อง 3 จังหวัด

การอนุรักษ์ป่ามักถูกมองว่าเป็นหน้าที่ของรัฐหรือองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม แต่ในความเป็นจริง ป่าจะอยู่รอดได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการปลูกต้นไม้หรือออกกฎหมายเพียงเท่านั้น เพราะตราบใดที่คนที่อ...

Responsive image

เปลี่ยนอากาศ > น้ำมันเบนซิน ด้วยต้นทุน 14 บาทต่อลิตร นวัตกรรมจาก Aircela สตาร์ทอัป ที่กำลังพยายามเอาชนะพลังงาน

พาส่อง Aircela สตาร์ทอัปสุดล้ำจากนิวยอร์ก ผู้คิดค้นนวัตกรรมเสกน้ำมันเบนซินจากอากาศเปล่า ช่วยลดคาร์บอน แถมต้นทุนต่ำแค่ลิตรละ 14 บาท...

Responsive image

เปิดตัว I-MSTA สมาคม MICE น้องใหม่จากอีสาน ผนึก TCEB และ 30 องค์กร ดันอีสานสู่ Net Zero Events เป้าชดเชยคาร์บอน 10,000 ตัน

สมาคมธุรกิจไมซ์และท่องเที่ยวยั่งยืนภาคอีสาน (I-MSTA) เปิดตัวที่อุดรธานี ผนึก TCEB และ 30 องค์กร ประกาศ ISAN MICE Commitment Toward Net Zero Events ตั้งเป้าลดคาร์บอนงานไมซ์กว่า 1,00...