Climate tech และ Clean Tech ต่างกันอย่างไร ? แล้วอนาคตต่อไปจะเป็นอย่างไร | Techsauce

Climate tech และ Clean Tech ต่างกันอย่างไร ? แล้วอนาคตต่อไปจะเป็นอย่างไร

ในยุคที่ภาคธุรกิจหันมาสนใจเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และมีกระแสเทคโนโลยีพลังงานทดแทนต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างมาก อาจทำให้หลายคนเกิดความสับสนระหว่าง Climate Tech และ Clean Tech ว่าทั้งสองคำนี้มีความหมายแตกต่างกันอย่างไร 

ซึ่งในการประชุม COP26 เมื่อปี 2021 ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ ได้มีการหารือเกี่ยวกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ต่างมองหาวิธีต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เช่นกัน โดยมีแนวทางว่าต้องวางแผนและดำเนินการอย่างโปร่งใส เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน ซึ่งทั้ง Climate Tech และ Clean Tech จะต้องจัดการกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งจัดการกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโลกใบนี้ทั้งที่มีอยู่และในอนาคต โดยจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ใกล้เคียงกับศูนย์มากที่สุด ดังนั้นในบทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจให้มากขึ้นถึงความแตกต่างระหว่าง Climate Tech และ Clean Tech 

Clean Tech คืออะไร

Clean Tech หรือ เทคโนโลยีสะอาดเกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษที่ 2000 เพื่อให้นักลงทุนช่วยลดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เทคโนโลยีสีเขียว เทคโนโลยีพลังงานสะอาด เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งครอบคลุมไปถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ อีกด้วย 

Clean Water ซึ่งหมายถึง น้ำที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะอนามัยสำหรับทุกคน เพราะเมื่อนึกถึงน้ำซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์ ในขณะที่จำนวนประชากรทั่วโลกเพิ่มขึ้น อุตสาหกรรมต่าง ๆ กำลังมองหาวิธีการทำความสะอาดและนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อไม่ให้มีแหล่งน้ำใหม่ ตัวอย่างของเทคโนโลยีใหม่คือเครื่องกรองแบบพกพาจาก Innovative Water Technologies ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมเพื่อทำความสะอาดน้ำจากทุกที่

Air Quality and Pollution คุณภาพของอากาศที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ สัตว์ป่า และธรรมชาติ การติดตามคุณภาพอากาศ และมลพิษสามารถช่วยกำหนดพื้นที่ที่ผู้คนควรหลีกเลี่ยงในบางครั้ง และกำหนดสิ่งที่จะส่งผลต่อคุณภาพอากาศ

Recycling and waste การทิ้งขยะลงทะเลหรือบนพื้นดินเป็นปัญหาเนื่องจากพื้นที่ว่างจะหมดลง ส่งผลโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้หาน้ำสะอาดได้ยาก โครงการรีไซเคิลกำลังดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา แต่พลาสติกอาจรีไซเคิลได้ยากเมื่อผสมกับสารเคมีและวัสดุอื่น ๆ ในระหว่างการผลิต ดังนั้นบริษัทต่าง ๆ กำลังมองหาวิธีลดการใช้พลาสติกสำหรับวัสดุรีไซเคิล เช่น พลาสติกชีวภาพ

Clean Energy เทคโนโลยีนี้สร้างพลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนและแหล่งที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ตัวอย่างของพลังงานสะอาดที่ได้รับความนิยม ได้แก่ แผงโซลาร์เซลล์ ฟาร์มกังหันลม และแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ มีแหล่งพลังงานสีเขียวหลายแห่งที่มีอัตราการแข่งขันและการเติบโต รวมถึงไฮโดรเจนหมุนเวียนและไฟฟ้าพลังน้ำ

Climate Tech คืออะไร

Climate Tech เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่ต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ซึ่งรวมถึงการกำจัดก๊าซเรือนกระจกในสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยมลพิษในอนาคต ซึ่งเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเหล่านี้

Agri-Tech เทคโนโลยีการเกษตรช่วยลดก๊าซเรือนกระจกด้วยความคิดริเริ่มต่างๆ เช่น การลดมูลสัตว์ ใช้ยาฆ่าแมลงให้น้อยลง และปรับปรุงกระบวนการปลูกพืช เช่น การใช้แอโรโพนิกส์

Afforestation เพื่อช่วยในการดักจับคาร์บอน การปลูกป่า สร้างป่าใหม่เพื่อให้ต้นไม้สามารถลดคาร์บอนไดออกไซด์และเพิ่มออกซิเจนในอากาศ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก องค์กรต่างๆ ทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมไม้เพื่อช่วยฟื้นฟูต้นไม้ในพื้นที่เสื่อมโทรม

Carbon Capture ก๊าซหลักที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความร้อนของโลกคือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การจับคาร์บอนและป้องกันไม่ให้ออกสู่สิ่งแวดล้อมสามารถช่วยลดผลกระทบได้ ผู้ผลิตกำลังมองหาพลังงานสะอาดโดยใช้เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอน ซึ่งนำคาร์บอนจากผู้ผลิต จัดเก็บ และเปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฮโดรเจนโดยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยที่สุดหรือเป็นศูนย์

Geoengineer เรียกอีกอย่างว่าวิศวกรรมภูมิอากาศ เป้าหมายของวิศวกรรมภูมิอากาศคือการเปลี่ยนแปลงระบบภูมิอากาศเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ วิธีหนึ่งในการทำเช่นนี้ คือ การกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากชั้นบรรยากาศ โดยการจับก๊าซและเก็บไว้ใต้พื้นดิน การจัดการรังสีดวงอาทิตย์เป็นรูปแบบหนึ่งของวิศวกรรมธรณีที่จับและลดรังสีดวงอาทิตย์เพื่อป้องกันไม่ให้โลกร้อน

ความแตกต่างระหว่าง Climate Tech และ Clean Tech

Climate Tech มีบางอย่างที่คล้ายคลึงกับ Clean Tech แต่ Climate Tech จะมุ่งเน้นไปที่เรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การปล่อยมลพิษเหล่านี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น Clean Tech จึงครอบคลุมในเรื่องของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เช่น น้ำสะอาดที่มีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ แต่น้ำสะอาดไม่ได้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้เป็นส่วนหนึ่งของ Clean Tech เช่นกัน ส่วน Agri-tech มีเป้าหมายในการลดก๊าซมีเทนและคาร์บอน ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ส่งผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป้าหมายหลักของเทคโนโลยีการเกษตรคือการพัฒนาวิธีการทำการเกษตรที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลงโดยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดังนั้นเทคโนโลยีการเกษตรจึงเป็นส่วนหนึ่งของ Climate Tech ต่อไปนี้คือบางส่วนของเทคโนโลยีสะอาดและเทคโนโลยีสภาพอากาศที่ทับซ้อนกัน เช่น Supply Chain การขนส่ง โครงสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พลังงานสะอาด

เหตุใดเทคโนโลยีสะอาดจึงมีความสำคัญ

การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หลายภาคส่วนต้องกลับมาคิดใหม่เกี่ยวกับเทคโนโลยีมากขึ้น ตามรายงานของ Stockholm Resilience Centre ความคิดริเริ่มที่สำคัญประการหนึ่งคือการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของโลก และการใช้เชื้อเพลงต่างๆ ทั้งการใช้ที่ดิน น้ำจืด การสูญเสียโอโซน การปล่อยสารมลพิษ ทั้งหมดเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่ง Clean Tech และ Climate Tech สามารถเข้ามาจัดการปัญหาตรงนี้ได้ ช่วยลดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมได้เช่นกัน

อนาคตกับการลงทุนใน Clean Tech

เทคโนโลยีสามารถช่วยขับเคลื่อนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและเป็นวิธีการลงทุนในอนาคตของบริษัทได้

ตามรายงานจาก BloombergNEF มีการลงทุนถึง 755 พันล้านดอลลาร์ใน Clean Tech  ในปี 2021 ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่เลยทีเดียว และการเติบโตอีกด้านของ Clean Tech คือภาคการจ้างงาน งานด้านนี้ 2 งาน ได้แก่ ช่างเทคนิคกังหันลมและผู้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตของงานสูงสุดที่ 68% และ 52% ตามลำดับตั้งแต่ปี 2020 ถึง 2030 ตามข้อมูลของ U.S. Bureau of Labor Statistics พลังงานสะอาดสามารถสร้างงานใหม่ได้ถึงครึ่งล้านงานต่อปีจนถึงปี 2035 ตามรายงานของ University of California, Berkeley's 2035 Electric Decarbonization Modeling Study รายงานนี้ยังระบุด้วยว่า สหรัฐฯ สามารถใช้ไฟฟ้าสะอาดได้ถึง 90% ภายในปี 2035 โดยไม่ต้องขึ้นราคาผู้บริโภค

อีกทั้งบริษัทต่างๆ ได้ให้คำมั่นที่จะลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด ตัวอย่างเช่น มหาเศรษฐีทั่วโลก เช่น Jeff Bezos, Michael Bloomberg, Richard Branson, Ray Dalio, Bill Gates, Reid Hoffman และ Mark Zuckerberg ก่อตั้ง Breakthrough Energy Ventures ซึ่งช่วยใช้ประโยชน์จากเงินทุนเทคโนโลยีสะอาด

หรือในปี 2020 Amazon ก่อตั้ง Climate Pledge Fund ซึ่งเป็นโครงการลงทุนมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน อีกทั้ง Microsoft ยังประกาศกองทุน Climate Innovation Fund มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อลงทุนในโครงการและเทคโนโลยีด้านการปกป้องสิ่งแวดล้อม รวมถึงเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนภายในปี 2030 เช่นกัน

อ้างอิง

TechTarget

Greenly

RELATED ARTICLE

Responsive image

Carbon Footprint คืออะไร ? จะก้าวสู่การเป็นธุรกิจในยุคสังคมคาร์บอนต่ำที่ยั่งยืนต้องทำอย่างไร ?

ปัจจุบัน Carbon Footprint นับเป็นตัวชี้วัดสำคัญ สำหรับการดำเนินกิจกรรมหรือการกระทำต่าง ๆ ของมนุษย์เกือบทุกขั้นตอน บทความนี้ Techsauce จะชวนมาทำความเข้าใจว่า Carbon Footprint คืออะไ...

Responsive image

Bill Gates ลงทุนสตาร์ทอัพออสซี่ ผลิตอาหารสังเคราะห์เลียนแบบสาหร่ายทะเล ลดก๊าซมีเทนจากวัวได้ 85 %

ผู้ก่อตั้ง Microsoft อย่าง Bill Gates บุคคลที่ออกมาพูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมและปัญหาโลกร้อนอยู่บ่อย ๆ ได้เข้าลงทุนในบริษัท Rumin8 สตาร์ทอัพสัญชาติออสเตรเลียที่ตั้งเป้าว่าจะลดปริมาณก๊...

Responsive image

เปิด 'Global Risks Report 2023' ให้รู้กันไปว่า โลกกับไทยแบก 'ความเสี่ยง' ด้านไหนอยู่

ส่อง 32 ความเสี่ยงที่ผู้นำทั่วโลกคาดว่า จะได้เจอใน 2 ปีและ 10 ปี พร้อมทั้ง Top 5 ความเสี่ยงของประเทศไทย ที่ดูแล้วก็ชวนให้กังวลใจไม่น้อย จาก 'The Global Risks Report 2023' ที่ World...