โลกยิ่งร้อน คนจะยิ่งจน วิจัยเผยรายได้จะหาย 60% หากไม่รีบแก้

โลกยิ่งร้อน คนยิ่งจน การศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์บนนิตยสาร Nature ชี้ผลกระทบทางเศรษฐกิจโลกจะเลวร้ายขึ้นจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศ อุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้รายได้เฉลี่ยทั่วโลกลดลงถึง 19% ในปี 2049 และจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจกว่า 38 ล้านล้านดอลลาร์หรือราว 1,401 ล้านล้านบาทภายในปี 2050

โลกยิ่งร้อน คนยิ่งจน 

นักวิจัยจากสถาบันพอทสดัมเพื่อการวิจัยผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ (PIK) ของเยอรมนีพบว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจถึง 38 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 1,401 ล้านล้านบาทภายในปี 2050

“การวิเคราะห์ของเราแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ภายใน 25 ปีข้างหน้าในเกือบทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศที่มีการพัฒนาอย่างสูง เช่น เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา โดยคาดว่าจะมีรายได้เฉลี่ยลดลงประเทศละ 11% และ ฝรั่งเศส 13%” Leonie Wenz นักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศและนักเศรษฐศาสตร์กล่าว 

ในส่วนของค่าเฉลี่ยโลก รายได้จะลดลงเฉลี่ย 19% ในขณะที่ในแอฟริกาและเอเชียใต้จะอยู่ที่ 22% รายงานชี้ให้เห็นว่า ภูมิภาคที่ยากจนกว่าและมีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อนน้อยที่สุดจะได้รับผลกระทบหนักที่สุดโดยมีโอกาสสูญเสียรายได้มากกว่าประเทศที่ร่ำรวยถึง 61% 

ในปี 2023 อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกอุ่นกว่ายุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมกว่า 1.35 องศาเซลเซียส และตามรายงานของสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาโลกไม่เคยมีเดือนใดที่เย็นกว่าค่าเฉลี่ยของศตวรรษที่ 20 เลยนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 1979

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์และผู้เกี่ยวข้อง มุ่งเน้นไปที่สภาพอากาศสุดขั้ว เช่น คลื่นความร้อน น้ำท่วม ความแห้งแล้ง และพายุ ว่ามีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศมากที่สุด แต่ภายหลังการศึกษาพบว่าภาวะโลกร้อนมีผลกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศซึ่งทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้นและทวีความรุนแรงของผลกระทบของภัยธรรมชาติมากขึ้น รวมถึงพืชผลทางการเกษตร ประสิทธิภาพของแรงงานและโครงสร้างพื้นฐาน

ลดปล่อยคาร์บอน ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ

การศึกษานี้ยังชี้ให้เห็นอีกว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจในอีก 25 ปีข้างหน้าขึ้นอยู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และศึกษาช่วงปลายศตวรรษนี้ด้วยการจำลองผลที่จะเป็นไปได้ออกเป็นสองแบบ

  1. ไม่มีการควบคุมและยังคงปล่อยคาร์บอนมากขึ้น: รายได้เฉลี่ยโลกจะลดลงถึง 60% ภายในปี 2100
  2. ลดการปล่อยคาร์บอนและควบคุมอุณหภูมิโลกให้เพิ่มไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส: รายได้เฉลี่ยโลกจะยังคงลดลงแต่จะทรงตัวอยู่ที่ 20% ภายในกลางศตวรรษนี้

ผลการศึกษาทั้งสองชี้ให้เห็นว่าการลดการปล่อยคาร์บอนลดผลกระทบทางเศรษฐกิจได้มากกว่า นอกจากนี้การศึกษายังวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการลดการปล่อยคาร์บอนอยู่ที่ 6 ล้านล้านดอลลาร์หรือราว 221 ล้านล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจที่ 38 ล้านล้านดอลลาร์หรือราว 1,401 ล้านล้านบาท ภายในปี 2050

ดังนั้นรัฐบาลในแต่ละประเทศจึงควรปรับตัวอย่างเร่งด่วนสำหรับรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อลดอุณหภูมิของโลกไม่ให้เพิ่มสูงขึ้นและป้องกันผลกระทบเศรษฐกิจที่จะตามมาในอนาคต

อ้างอิง: theguardian, euronews

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

MIT ดัดแปลงพันธุกรรมแบคทีเรีย ทำหน้าที่สวิตช์รับส่งข้อมูล ปูทางสู่การสร้างเซนเซอร์อัจฉริยะ ที่ช่วยเคลือบใบพืชหน้าแล้ง และ สู้ศัตรูพืช

ทีมวิจัย MIT ดัดแปลงแบคทีเรีย Pantoea agglomerans 5 สายพันธุ์ให้ทำหน้าที่เป็นทรานซิสเตอร์และตัวส่งต่อสัญญาณ พิมพ์ลงบนวุ้นเลี้ยงเชื้อเป็นแผงวงจรมีชีวิตที่คำนวณตรรกะและบวกเลขได้ วงจร...

Responsive image

ไทยจะยืนตรงไหนในสมรภูมิ Net Zero เมื่อสถาบันการเงิน-สตาร์ทอัพ-ภาครัฐ ร่วมกันเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน สรุปจากเวที Earth Jump 2026

ไทยอยู่ตรงไหนในสมรภูมิ Net Zero? สรุปเจาะลึกจากเวที Earth Jump 2026 เมื่อสถาบันการเงิน สตาร์ทอัพ และภาครัฐ ต้องแท็กทีมแก้วิกฤตพลังงาน ผลักดัน Climate Tech เพื่อความมั่นคงที่ยั่งยืน...

Responsive image

นักวิจัยค้นพบวิธีเปลี่ยนขยะพลาสติก เป็นเชื้อเพลิงไฮโดรเจน โดยไม่ต้องคัดแยกประเภท

นักวิจัย UCLA ค้นพบวิธีเปลี่ยนขยะพลาสติกเป็น ‘เชื้อเพลิงไฮโดรเจน’ บริสุทธิ์สูง ด้วยเทคโนโลยี ATT โดยไม่ต้องคัดแยกประเภท ขับเคลื่อน Hydrogen Economy และเศรษฐกิจหมุนเวียน...