ทั่ว Southeast Asia ตอนนี้ “ผู้ใช้บริการทางการเงิน” หรือ “Financial Services” ต่างๆ เริ่มปรับตัวตามกระแส โดยพากันเข็นแอป Mobile Banking ที่สามารถให้บริการทางการเงินได้แบบ Real-time การออกแอปใหม่ คือคำตอบจริงหรือไม่? พาไปดู 3 ปัจจัยที่ช่วยให้ “ผู้ใช้บริการทางการเงิน” ชนะได้สงครามนี้ได้

Photo: Expect Best, Pexels

ในยุดดิจิทัล ณ เวลานี้ การทำธุรกรรมทางการเงินของบุคคลทั่วไปเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก และช่องทางก็มีหลากหลายขึ้น ธุรกรรมการเงินแบบเดิมๆ เช่น การชำระเงิน โอนเงิน โอนเงินต่างประเทศ หรือแม้แต่เงินกู้บุคคลปัจจุบันสามารถทำได้ผ่านบริการ Mobile Application บนแอปพลิเคชันแบบ P2P, QR Code หรือผ่านนวัตกรรมด้าน FinTech อื่นๆ เป็นต้น

ซึ่งทั่ว Southeast Asia ตอนนี้ ผู้ใช้บริการทางการเงิน (Financial Services) และธนาคาร (Bank) ต่างเริ่มปรับตัวตามกระแส โดยพากันเข็นแอป Mobile Banking ที่สามารถให้บริการทางการเงินได้แบบ Real-time ซึ่งในขณะนี้ผู้ใช้บริการทางการเงินหลายรายอนุญาตให้ลูกค้าเข้าถึงบัญชีธนาคารและทำธุรกรรมทางการเงินพื้นฐานได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอปบนมือถือ ซึ่งแอปบางตัวได้รวมเอาฟีเจอร์พิเศษที่ให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งบัญชีของตนเองได้ด้วย

ในขณะที่ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้ให้บริการทางการเงินจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องไปตามพฤติกรรมของผู้ใช้งาน ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และขั้นตอนต่างๆ และเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้บริการที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า สถาบันการเงินจึงหันไปพึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อสร้างความคล่องตัวในการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า พร้อมนำเสนอแอปใหม่ๆ ออกมา

ในการสร้างความคล่องตัวนั้น สถาบันการเงินสามารถศึกษา DevOps, Microservice และ Cloud แล้วนำมาใช้งานเพื่อตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจที่มีข้อปฏิบัติเคร่งครัดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยทั้งสามสิ่งมีจุดร่วมเดียวกันคือการเปิดระบบเป็น Open Source

แต่ปัจจัยอะไรที่จะสร้างความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนแปลงของผู้ให้บริการทางการเงินได้บ้าง? คำตอบคือปัจจัย 3 ข้อ ดังนี้

1. สร้างให้เร็ว เรียนรู้ให้ไว

การพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับโทรศัพท์มือถือนั้นมีความจำเป็นที่ต้องพัฒนาและสามารถนำไปใช้จริงได้อย่างรวดเร็ว เพราะจะมีแอปที่สร้างขึ้นใหม่ได้รับการอัพเดทและหมดอายุการใช้งาน เป็นวงจรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจำเป็นที่จะต้องอาศัยความคล่องตัวและความยืดหยุ่นเท่าที่จะเป็นไปได้ ตั้งแต่การพัฒนาแอปไปจนถึงการผสานรวม การตรวจสอบ และการนำไปใช้งาน สถาปัตยกรรม Microservice และ DevOps เชิงรุก สามารถเข้ามาช่วยสนับสนุน ‘รูปแบบในการสร้างให้เร็ว เรียนรู้ให้ไว’ นี้ได้อย่างดี

สถาปัตยกรรม Microservice นับเป็นอีกวิธีในการสร้างแอปสำหรับองค์กร โดยแอปที่มีความซับซ้อนจะได้รับการรวบรวมเป็นโมดูลาร์ เป็นบริการอิสระ ในขณะที่การสื่อสารแบบ Microservice ที่ใช้ RESTful Application Programming Interface (APIs) และ Lightweight Messaging จะยังคงช่วยปรับปรุงระบบปิดภายในองค์กรให้ทันสมัยขึ้น

การใช้สถาปัตยกรรม Microservice ทำให้การพัฒนาแอปมีความคล่องตัวมากขึ้น ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในธุรกิจประเภทดิจิทัลได้ รวมไปถึง Culture ของการพัฒนาบน DevOps สามารถทำให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างทีมนักพัฒนาและทีมปฏิบัติการได้ ทำให้เกิดการตระหนักถึงโครงสร้างพื้นฐานเป็นลำดับแรกๆ

ทำให้ทีมนักพัฒนาได้ร่วมกันสร้างบริการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจ ในขณะเดียวกันทีมปฏิบัติการก็จะรับมือในเรื่องของความปลอดภัย ข้อกำหนด การแก้ไขปัญหาของแอป และการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน DevOps สามารถช่วยให้ทีม IT รวมเอาการสร้างแอปบนโทรศัพท์มือถือและประยุกต์ระบบหลังบ้านขององค์กรเพื่อนำมาสนับสนุนองค์กรได้อีกด้วย

2. การนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ (Automation) มาใช้

หากเปรียบเทียบ “เทคโนโลยี” ก็คงเหมือนจักรกลสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรม และถ้าให้เปรียบเทียบ “เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ” (Automation) ก็คงเปรียบได้กับเชื้อเพลิงพลังสูงที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงให้กับสถาบันทางการเงิน

เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติจึงเป็นมากกว่าการบริหารจัดการการออกแบบอุปกรณ์ต่างๆ และแต่ละทีมไปเขียนคู่มือกันเอง

ซึ่งเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติจะเป็นประโยชน์ต่อระบบ IT ทั้งหมด การบริหารจัดการแอปให้ได้ประสิทธิภาพและประสิทธิผล จำเป็นจะต้องใช้เครื่องมือที่สามารถจัดหาทรัพยากร ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ และออกคำสั่งไปยั Enviroment ต่างๆ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทุกสิ่งและทุกคนสามารถทำงานร่วมกันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น Grab นั้นประสบความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีมาช่วยธุรกิจเปลี่ยนผ่าน ด้วยการปรับปรุงแอปให้รองรับการใช้งานซ้ำๆ หลายร้อยครั้งในแต่ละสัปดาห์ ด้วยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่นและมีความเสถียรที่ดียิ่งขึ้น และสามารถช่วยทีมวิศวกรรมให้สามารถบริหารจัดการได้ง่าย

Grab ระบุว่าจะเพิ่ม Uptime (ระยะเวลาที่ระบบตอบสนองภายใน 24 ชั่วโมง) ของการใช้งานแอปในภาพรวมให้มากเป็น 99.99% พร้อมทั้งลดเวลาในการพัฒนาและปรับปรุงแอปลง จึงเป็นผลให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงแอปได้เมื่อต้องการ และทีม IT ก็ยังสามารถนำฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่เสถียรและมีประสิทธิภาพที่รองรับการเติบโตของฐานลูกค้าได้อีกด้วย

3. การทำงานร่วมกัน (Collaboration)

อุตสาหกรรมการให้บริการทางการเงินได้เริ่มเปิดรับนวัตกรรมใหม่ๆ มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันผู้มีหน้าที่กำกับดูแลใน Southeast Asia สนับสนุนให้ธนาคารนำเอา APIs ไปใช้เป็นในการพัฒนาระบบและนวัตกรรมต่างๆ ได้

ด้วยตระหนักถึงกระแสดังกล่าว ธนาคารใน Southeast Asia บางแห่งได้เปิดช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลด้วย APIs เพื่อที่จะให้พันธมิตรของตนผสานรวมผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ มุ่งหวังพัฒนาประสบการณ์การใช้บริการที่ดีขึ้นของลูกค้าผ่านแอปใหม่ๆ การทำงานร่วมกันครั้งนี้ทำให้องค์กรได้ใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของกันและกันในการผลักดันนวัตกรรมเพื่อประโยชน์ของลูกค้านั่นเอง

สรุป

จิม ไวท์เฮิร์ทส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Red Hat กล่าวในงาน 2017 Red Hat Summit ว่าในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมที่ผันแปรตลอดเวลา การวางแผนคือสิ่งที่ใช้ไม่ได้อีกต่อไป รูปแบบการทำงานแบบเดิมๆ ที่ประกอบไปด้วย “การวางแผน การกำหนดทิศทาง และลงมือการปฏิบัติ” นั้นอาจไม่เหมาะสมอีกต่อไป เพราะความสามารถของมนุษย์ในการคาดเดาอนาคตนั้นอาจลดความน่าเชื่อถือลง เนื่องด้วยโลกที่หมุนเร็วขึ้น คาดเดายากขึ้น และซับซ้อนมากขึ้น”

“สิ่งที่ผมเชื่อมั่นว่าสำคัญ คือ การติดอาวุธให้กับองค์กร สร้างกองทัพที่มีการบริหารจัดการได้อย่างดี และมีการทำงานร่วมกันกับพันธมิตรที่ดี Ecosystem ที่ดีได้ องค์กรที่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ดีก็จะผงาดขึ้นเป็นผู้ชนะในสงครามที่ผันแปรอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมการเงินนี้ได้อย่างแน่นอน”

RELATED ARTICLE

Responsive image

4 วิธีขอเจ้านายให้ Say YES! มางาน Techsauce Global Summit 2020

มาดูวิธีในการชักจูงเจ้านายที่จะไม่มีปฏิเสธความตั้งใจของคุณที่จะมางาน Techsauce Global Summit 2020 ได้อย่างแน่นอน...

Responsive image

เปิดรับสมัคร Volunteer งาน Techsauce Global Summit 2020!

โอกาสสำหรับการเป็น Volunteer งาน Techsauce Global Summit 2020 มาถึงแล้ว...

Responsive image

ทำความรู้จัก Jack Harries จาก YouTuber ชื่อดัง สู่นักเคลื่อนไหวสิ่งแวดล้อมยุคใหม่

ทำความรู้จัก Jack Harries จาก YouTuber ชื่อดัง สู่นักเคลื่อนไหวสิ่งแวดล้อมยุคใหม่ ได้ที่งาน Techsauce Global Summit 2020...