สรุปมุมมองเทรนด์ Metaverse ปี 2022 จาก Accenture | Techsauce

สรุปมุมมองเทรนด์ Metaverse ปี 2022 จาก Accenture

ในช่วงเวลาสองทศวรรษที่ผ่านมา ธุรกิจต่างๆ ได้สร้างความสามารถด้านดิจิทัลตั้งแต่อีคอมเมิร์ซไปจนถึงแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ ประสบการณ์โลกเสมือนจริง และอื่น ๆ อีกมากมาย ตลาดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตเป็น 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2026 และมูลค่าที่เหล่านี้ได้กลายเป็นแกนนำในผลกำไรของบริษัทและเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ธนาคารโลกประมาณการว่าเศรษฐกิจดิจิทัลในปัจจุบันมีสัดส่วนต่อ GDP โลกถึง 15.5% และเติบโตในอัตราที่เร็วกว่า GDP ทั่วโลก 2.5 เท่า

ในปี 2022 เทรนด์เทคโนโลยีที่กลายมาเป็น Top Issue คงหนีไม่พ้นเรื่องของ Metaverse ซึ่ง Accenture ได้ออกรายงานคาดการณ์และกำหนดเทรนด์ของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse ที่จะส่งผลต่อโลกธุรกิจ 

1. WebMe การใส่ตัวตน (Me) ลงในโลก Metaverse

Accenture มองว่า Metaverse เป็น "วิวัฒนาการของอินเทอร์เน็ตที่ช่วยให้ผู้ใช้ก้าวข้ามการท่องเว็บไปสู่การอยู่อาศัยและ / หรือมีส่วนร่วมในประสบการณ์ที่ใช้ร่วมกันอย่างต่อเนื่องซึ่งขยายขอบเขตของโลกแห่งความเป็นจริงของเราไปสู่โลกเสมือนจริง"

ในขณะที่ Web3 เป็นความคิดริเริ่มที่เกิดขึ้นใหม่ซึ่งใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเช่น blockchain และ tokenization เพื่อสร้าง layer ข้อมูลที่กระจายมากขึ้นในอินเทอร์เน็ต

นวัตกรรมของ Metaverse และ Web3 กำลังเปลี่ยนแปลงรากฐานและการดำเนินงานพื้นฐานของโลกเสมือนจริง แทนที่จะใช้อินเทอร์เน็ตเป็นที่เก็บของไซต์และแอปต่างๆ กัน Metaverse พยายามสร้างสภาพแวดล้อม 3 มิติแบบต่อเนื่อง และเต็มไปด้วยความรู้สึกของสถานที่จริง ซึ่งการย้ายไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลนั้นต่าง ๆ นั้น ง่ายพอ ๆ กับการเดินจากสำนักงานไปยังโรงภาพยนตร์ตรงข้ามถนน นอกจากนี้ Web3 ยังกำหนดรูปแบบวิวัฒนาการนี้เพิ่มเติมด้วยการนำกรอบข้อมูลที่สร้างความจริง ความไว้วางใจ และกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีมานานแล้วในโลกทางกายภาพ แต่พึ่งเริ่มในในโลกเสมือนจริงนี้ในหลาย ๆ ทาง

ความพยายามในปัจจุบันเกี่ยวกับ metaverse และ Web3 กำลังสร้างอินเทอร์เน็ตเวอร์ชันถัดไป สิ่งเหล่านี้เป็นการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งทำงานพร้อมกันเพื่อขจัดความขัดแย้งที่มีอยู่ระหว่างแพลตฟอร์มดิจิทัลจำนวนมากในปัจจุบัน และเพื่อคิดค้นวิธีการเคลื่อนย้ายข้อมูลและนำไปใช้ในประสบการณ์ดิจิทัล และในกระบวนการนี้ ทำให้มีการผลักดันสายธุรกิจใหม่ วิธีการทำงานใหม่ ๆ และวิธีใหม่ในการติดต่อสื่อสารระหว่างธุรกิจและผู้คน สำหรับคนส่วนใหญ่ นี่เป็นโอกาสแรกและดีที่สุดที่พวกเขาเคยมีมาในการสร้างโลกดิจิทัลรูปแบบใหม่

สำหรับผู้ประกอบการควรเริ่มต้นการวางแผนสำหรับการออกแบบสถาปัตยกรรมบน Metaverse และการกำกับดูแลข้อมูลควบคู่ไปกับ Web3 ทั้งนี้บริการคริปโตเคอเรนซีอาจสร้างฐานข้อมูลประจำตัวผู้ใช้และธุรกรรมที่โปร่งใสได้ ให้ประเมินว่าองค์กรจะมีแนวทางปฏิบัติในเทคโนโลยีเหล่านี้อย่างไร รวมถึงวางกลยุทธ์ในสิ่งที่บริษัทต้องการจะเป็นในโลก Metaverse

2. โลกที่ตั้งโปรแกรมได้ (Programmable World)

การเปิดตัว 5G รวมถึง Internet of Thing (IoT) ทั่วโลกเป็นขั้นตอนสำหรับการเพิ่มจำนวนการเชื่อมโยงที่ใช้พลังงานต่ำและมีความหน่วงต่ำ และทั่วทั้งโลกต่างก็กำลังทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปได้มากกว่านี้ เช่น แว่นตา AR, วิธีการผลิตแบบใหม่, วัสดุอัจฉริยะชนิดใหม่ รวมถึง programmable คาดว่าเครือข่าย 5G จะครอบคลุม 1 ใน 3 ของประชากรโลกภายในปี 2025 ขณะที่เครือข่ายเติบโตเต็มที่ จะทำให้โลกออนไลน์ในรูปแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้เกิดการสร้างสภาพแวดล้อมที่เชื่อมต่อกันซึ่งตอบสนองต่อเราและ ความต้องการของเราอย่างราบรื่น

แม้ว่าองค์กรจำนวนมากยังคงมองว่าองค์ประกอบทางเทคโนโลยีเหล่านี้แตกต่างและแยกจากกัน เช่น วิธีใหม่ๆ ในการเชื่อมต่อกับลูกค้า การสร้างประสิทธิภาพในคลังสินค้า หรือนำเสนอการเชื่อมต่อเครือข่ายที่เร็วขึ้น เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของจิ๊กซอว์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นการบรรจบกันของเทคโนโลยีที่กำลังผลักดันเต็มรูปแบบของการปฏิวัติโลกดิจิทัลมาสู่โลกความเป็นจริงของเรา

ประสบการณ์และความสามารถด้านดิจิทัลกำลังออกมาจากหน้าจอและเข้าสู่โลกจริงมากขึ้น เรากำลังเริ่มเปลี่ยนจากการนำประสบการณ์ดิจิทัลมาสู่โลกทางกายภาพเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางกายภาพและประสบการณ์ที่เป็นดิจิทัลโดยกำเนิด ซึ่งสามารถปรับแต่ง ควบคุม และตั้งโปรแกรมได้เหมือนกับประสบการณ์เสมือนจริงที่เราคุ้นเคย โลกที่ตั้งโปรแกรมได้ (Programmable World) นี้แบ่งออกเป็นชั้นตามระดับของนวัตกรรม

ชั้นแรกของเทคโนโลยีโลกที่ตั้งโปรแกรมได้คือ Internet of Thing (IoT) หลายคนกำลังลงทุนและปรับใช้โดยสร้างรากฐานที่เชื่อมโยงถึงกัน จากการสำรวจ IoT Enterprise Survey ทั่วโลกในปี 2564 ของ Omdia กว่า 90% ของผู้ตอบเชื่อว่า IoT เป็นแกนหลักในกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล หรือมีการใช้งานแล้วในหลายส่วนของธุรกิจ และอุปกรณ์ IoT ก็แพร่หลายในหมู่ผู้บริโภคเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ตัวควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะจำนวนมากใช้อัลกอริธึมเพื่อเรียนรู้การตั้งค่าอุณหภูมิและกิจวัตรประจำวันของผู้คน เพื่อให้ปรับเปลี่ยนได้โดยอัตโนมัติและหลีกเลี่ยงการปรับอุณหภูมิในบ้านเวลาไม่มีใครอยู่ หรือ Nest Doorbell กริ่งประตูอัจฉริยะที่ช่วยตั้งค่าโซนกิจกรรมและการแจ้งเตือนอัจฉริยะสำหรับผู้คน ยานพาหนะ พัสดุภัณฑ์ หรือสัตว์ต่างๆ ที่เข้ามาในสายตา และด้วยระบบ Nest Aware ยังใช้การจดจำใบหน้าเพื่อเตือนผู้คนเมื่อมีใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่ที่ประตู 

ชั้นถัดไปของโลกที่ตั้งโปรแกรมได้คือประสบการณ์ จากข้อมูลที่รวบรวมโดย IoT และอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงการประมวลผลด้วยความเร็ว 5G ข้อมูลคู่ขนานทางดิจิทัลเป็นองค์ประกอบหลักของชั้นนี้ โดยโมเดลดิจิทัลเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจมีข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและการปฏิบัติการ และสามารถเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้ใช้ได้ เช่น พนักงานจะสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริบทที่เกี่ยวข้องได้อย่างง่ายดายจากข้อมูลคู่ขนานทางดิจิทัล ทำให้ตัดสินใจอย่างมีข้อมูลมากขึ้นในแบบเรียลไทม์ และในสภาพแวดล้อมที่เน้นลูกค้าเป็นหลัก ให้นึกภาพถึง ร้านขายของชำสามารถใช้การผสมผสานข้อมูลผลิตภัณฑ์จากข้อมูลดิจิทัลของร้านค้าและข้อมูลส่วนบุคคลจากโปรไฟล์ดิจิทัลของลูกค้าเพื่อแสดงรายละเอียดที่คัดสรรแล้วเกี่ยวกับสินค้าที่ลูกค้ากำลังดูหรือเพื่อให้คำแนะนำได้ ตอนนี้องค์กรจำนวนมากเริ่มตระหนักถึงคุณค่าของสภาพแวดล้อมดิจิทัลนี้ โดยนำไปปรับใช้กับทุกอย่างตั้งแต่เครื่องจักรในโรงงาน ไปจนถึงห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด 

อีกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ บริษัทพัฒนาแว่นตา AR ในจีน ที่สร้างแว่นตาที่สามารถแสดงข้อมูลซ้อนทับการมองเห็นของผู้ใช้ เช่น ทิศทางหรือรายละเอียดผลิตภัณฑ์เหนือ และใช้การควบคุมด้วยท่าทางสัมผัสสำหรับการสื่อสารและการแบ่งปันข้อมูล แว่นตาเหล่านี้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ของผู้คนและในทำนองเดียวกันก็เสริมโลกทางกายภาพด้วยเนื้อหาดิจิทัลที่ซ้อนทับกัน ด้วยสิ่งเหล่านี้ สภาพแวดล้อมใด ๆ ก็สามารถสร้างและซ้อนทับกับประสบการณ์ดิจิทัลได้ มิติใหม่ของข้อมูลจะถูกฝังลงในประสบการณ์ของผู้คนอย่างราบรื่นในขณะที่ย้ายไปรอบ ๆ สภาพแวดล้อมทางกายภาพและจะให้ข้อมูลเชิงลึกที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลกและความสามารถใหม่ในการควบคุมการรับรู้

การมาถึงของโลกที่ตั้งโปรแกรมได้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้คนและธุรกิจในทศวรรษนี้ การเป็นผู้นำในโลกที่ตั้งโปรแกรมได้จะต้องมีการสำรวจ การทดลอง และการพัฒนาที่หลากหลายทั่วทั้งเลเยอร์ที่เชื่อมต่อ ประสบการณ์ และวัสดุ บริษัทต่างๆ จำเป็นต้องเริ่มทำงานเพื่อพัฒนาความสามารถในการตั้งโปรแกรมแบบ "เต็มกำลัง" ตั้งแต่วันนี้

3. โลกเสมือน (The Unreal) Making Synthetic, Authentic สร้างสิ่งเทียมให้กลายเป็นความจริง

เรากำลังเข้าสู่โลกที่มีความเป็นจริงสังเคราะห์ ซึ่งข้อมูลที่สร้างโดย AI นั้นสะท้อนถึงโลกทางกายภาพได้อย่างน่าเชื่อถือ ในโลกของข้อมูลสังเคราะห์ รูปภาพ และแชทบ็อต ตลอดจนความจริงเสริมและความเป็นจริงเสมือน เราถูกบังคับให้เผชิญกับคำถามที่ว่าอะไรจริงไม่จริง และที่สำคัญกว่านั้นคือบางครั้ง เราอาจชอบสิ่งที่ไม่เป็นจริงมากกว่า เช่นเมื่อเราพูดคุยกับพยาบาลสังเคราะห์เกี่ยวกับผื่นที่ผิวหนัง หรือฝึกแบบจำลอง AI ด้วยข้อมูลสังเคราะห์ที่ถูกตั้งค่าให้ต่อต้านการเลือกปฏิบัติ

ความเป็นจริงสังเคราะห์ที่นำไปใช้จริงสามารถผลักดัน AI ให้สูงขึ้นได้ การแก้ปัญหาความลำเอียงของข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ทำให้สามารถปรับปรุงโมเดล AI ในระดับถัดไปทั้งในด้านความเป็นธรรมและนวัตกรรม

เนื้อหาสังเคราะห์จะช่วยให้ลูกค้าและพนักงานมีประสบการณ์กับ AI ที่ราบรื่นยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเวลาและพลังงานเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เกิดปฏิสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่อีกด้วย ในขณะที่ AI เคยเป็นตัวสร้างความแตกต่างในการแข่งขัน แต่ตอนนี้มีความจำเป็นทางธุรกิจที่จะต้องทำความเข้าใจข้อมูลจำนวนมหาศาล เพื่อปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ ปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า และขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจให้ดีขึ้นในท้ายที่สุดเมื่อเร็วๆ นี้ Walmart ได้ร่วมมือกับ Google Cloud เพื่อสร้างความสามารถด้าน AI ทั่วทั้งธุรกิจในวงกว้าง AI ได้รับการผสานเข้ากับการคาดการณ์อุปสงค์ การจัดการสินค้าคงคลัง และการเพิ่มประสิทธิภาพซัพพลายเชนในแบบองค์รวมเพื่อให้เข้าใจภาพรวมของธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น แล้ว การใช้ Google Big Query ของ Walmart ได้เพิ่มความเร็วการประมวลผลข้อมูลขึ้นถึง 23% 

ข้อมูลสังเคราะห์ถูกใช้เพื่อพัฒนาโมเดล AI ในแบบที่ข้อมูลในโลกแห่งความเป็นจริงทำไม่ได้หรือไม่ควรทำ ข้อมูลที่สมจริงแต่ไม่จริงนี้สามารถถูกแชร์ได้ โดยคงคุณสมบัติทางสถิติเดิมไว้ในขณะที่ปกป้องความลับและความเป็นส่วนตัว และยังสามารถสร้างความหลากหลายและอคติที่ขัดแย้งกันได้ ซึ่งจะช่วยเอาชนะหลุมพรางของข้อมูลในโลกแห่งความเป็นจริงได้ ตัวอย่างเช่น ในช่วงเริ่มต้นของการระบาดใหญ่ โรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดของอิสราเอลใช้แพลตฟอร์มที่สร้างโดยบริษัทสตาร์ทอัพของอิสราเอลเพื่อสร้างข้อมูลผู้ป่วย COVID-19 สังเคราะห์ ซึ่งสามารถแชร์กับนักวิจัยเชิงวิชาการและองค์กรอื่นๆ ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้เร็วขึ้นและในทางที่พวกเขาไม่เคยมีคนเดียวที่จะสร้างอัลกอริธึมที่ช่วยให้แพทย์กำหนดเมื่อผู้ป่วยควรรับการรักษาด้วยยาหรือส่งไปยัง ICU

ในตอนนี้มีบริษัทหลายแห่งทั่วโลกสร้างตัวละครสังเคราะห์โดยใช้  AI เพื่อให้บริการคำแนะนำและคำปรึกษาแก่ผู้ใช้บริการ เพื่อให้ผู้ใช้ลางคนรู้สึกสบายใจที่จะคุยกับ AI มากกว่าคนจริง ๆ ในชีวิตประจำวัน แชทบอทและผู้ช่วยส่วนตัวเสมือนจริงนั้นพบเห็นได้ทั่วไปและสะดวกสบายมากขึ้น และเทคโนโลยีใหม่ๆ สามารถทำให้สมจริงยิ่งกว่าที่เคย ตัวอย่างเช่น Hour One สตาร์ทอัพที่สร้างตัวละครดิจิทัลโดยอิงจากภาพเหมือนคนจริง ซึ่งสามารถแสดงข้อความใดก็ได้ในวิดีโอที่สมจริงมาก ตัวละครเหล่านี้สามารถเล่นเป็นตัวแทนอสังหาริมทรัพย์เสมือนจริงหรือครูสอนภาษา แปลงเนื้อหาข้อความให้กลายเป็นเป็นวิดีโอได้อย่างง่ายดาย ช่วยประหยัดเวลาของนักแสดงและทีมงานผลิต

อย่างไรก็ตามบางคนเชื่อว่าการใช้ AI ในโซเชียลมีเดียเพื่อปรับแต่งเนื้อหาจะนำไปสู่การรับข้อมูลที่สับสน ทำให้ผู้ใช้แสดงเนื้อหาที่จำกัดและรุนแรงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ วิธีการที่อัลกอริทึมของบริษัทโซเชียลมีเดียจัดลำดับความสำคัญของการมีส่วนร่วมอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจ เช่น ข่าวเท็จออนไลน์มีแนวโน้มที่จะแพร่กระจายเร็วกว่าและมากกว่าความจริง ทำให้ความจริงมีความเสี่ยงอย่างมาก 

ในขณะที่ AI ก้าวหน้าและปรับปรุงรูปแบบ องค์กรต่างๆ กำลังสร้างโลกเสมือน (The Unreal) แต่ไม่ว่าเราจะใช้ข้อมูลสังเคราะห์เพื่อปรับปรุงโลกหรือตกเป็นเหยื่อของผู้มุ่งร้ายนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด เป็นไปได้มากว่าเราจะไปถึงในระดับที่กว้างและลึกมากขึ้น ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่การยกระดับความถูกต้องภายในองค์กรของจึงมีความสำคัญมาก ความถูกต้องและจริยธรรมคือเข็มทิศและกรอบการทำงานที่จะนำทางบริษัทของคุณให้ใช้ AI อย่างแท้จริง ในทุกอุตสาหกรรม โดยพิจารณาจากที่มา นโยบาย คน และวัตถุประสงค์ ในที่สุดจะปลดล็อกทัศนคติและประสบการณ์ใหม่ ๆ กับ AI และสร้างประโยชน์ของโลกแห่งความจริง

4. คำนวณสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ (Computing the Impossible) เครื่องจักรใหม่  ความเป็นไปได้ใหม่  New Machines, New Possibilities

ทุกอุตสาหกรรมมี "ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่" ที่กำหนดขอบเขตอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์ บริการ และกลยุทธ์ภายใน ตัวอย่างเช่น บริษัทยาในปัจจุบันถูกจำกัดด้วยปัญหาการคำนวณองค์ประกอบของสูตรยาใหม่ หรืออุตสาหกรรมบริการทางการเงินอย่างที่เราทราบดีว่ามีการทำนายล่วงหน้าบนสมมติฐานที่ว่าการทำนายตลาดหุ้นและความเสี่ยงจากแบบจำลองอย่างแม่นยำนั้นทำได้ยากมาก แต่หากมีเครื่องมือที่ช่วยในการคำนวณละ?

Quantum Computer คือการคำนวนที่มีความซับซ้อนคาดการณ์ได้ยากและต้องอาศัยการคำนวนระดับสูงที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปหลายๆ เครื่องอาจใช้เวลาหลายร้อยปีในการคำนวนพร้อมกัน ซึ่งควอนตัมเป็นจุดสุดยอดของการแก้ปัญหาในยุคต่อไป แต่คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง (HPC) หรือซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีการประมวลผลแบบขนาดใหญ่ ยังสามารถช่วยให้ธุรกิจใช้ประโยชน์จากขอบเขตของข้อมูลที่มีอยู่ในโลกดิจิทัลที่อาจมีราคาแพงเกินไปหรือไม่มีประสิทธิภาพสำหรับการคำนวณแบบเดิม รวมถึงการคำนวณที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชีววิทยา (bio-inspired computer) เป็นความสามารถระดับใหม่ที่ดึงแรงบันดาลใจจากกระบวนการทางชีววิทยาตามธรรมชาติโดยตรงในการจัดเก็บข้อมูล แก้ปัญหา หรือจำลองระบบที่ซับซ้อนด้วยวิธีการที่แตกต่างกันไป เครื่องจักรทั้งสามชุดนี้จะช่วยลดความยุ่งยากในการแก้ปัญหาความท้าทายที่สุดในโลกได้อย่างมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่กำหนดคุณค่าทิศทางของธุรกิจในโลกสมัยใหม่

Accenture คาดว่า 80% ของปริมาณงานจะอยู่ในคลาวด์ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า ปัจจุบันบริษัทต่างๆ กำลังสร้างข้อมูลมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้เกิดความต้องการเครื่องจักรที่สามารถเปลี่ยนข้อมูลนี้เป็นความรู้ ทั้งเพื่อการควบคุมการปฏิบัติงานที่ดีขึ้น และเพื่อนำมาซึ่งแนวทางและสายธุรกิจใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนใครในโลกดิจิทัล

ในปี 2020 มีการสร้าง บันทึก หรือจำลองข้อมูล 64.2ZB และคาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 180ZB ภายในปี 2025 แต่จากข้อมูลทั้งหมดที่สร้างขึ้นในปี 2020 มีเพียง 10.6% เท่านั้นที่มีประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์หรือสำหรับแบบจำลอง AI และใช้จริงเพียง 44% เท่านั้น ซึ่งหมายถึงขณะนี้ธุรกิจกำลังใช้ข้อมูลของตนน้อยเกินไปรวมถึงยังไม่คุ้มค่าเต็มที่

กลุ่มคลัสเตอร์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังที่สุดในปัจจุบันได้รับการปรับปรุงให้เข้าถึงง่ายขึ้น และมักจะใช้ในโปรเจ็กต์ขนาดเล็กที่มีความเฉพาะเจาะจงสูง ตัวอย่างเช่น ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของ Sierra ที่ห้องปฏิบัติการแห่งชาติ Lawrence Livermore ดำเนินการจำลองการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์แทนการทิ้งระเบิดในชีวิตจริง อย่างไรก็ตาม ความต้องการพลังการประมวลผลที่ล้ำสมัยซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกแยกออกจากโลกธุรกิจที่ต้องการการประมวลผลต่ำกว่า กำลังมีความจำเป็นมากขึ้นในการดำเนินธุรกิจหลังยุคดิจิทัล เช่น กรณีของเทสลาที่ตัดสินใจสร้างซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของตัวเองขึ้นมา

เป็นเวลาหลายปีแล้วที่เทสลารวบรวมข้อมูลการขับขี่จำนวนมหาศาลจากรถยนต์ของตน และเป็นที่แน่ชัดว่าไม่มีชิปทั่วไปที่มีอยู่จริงจำนวนเท่าใดที่จะให้ประสิทธิภาพที่จำเป็นในการฝึกโมเดลของ AI ไม่ว่าจะมีกี่กลุ่มก็ตามในเครื่อง ดังนั้นเทสลาจึงออกแบบชิป D1 Dojo ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะเพื่อใช้กับเครือข่ายประสาทเทียมสำหรับการมองเห็นด้วยคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นรากฐานของเทคโนโลยีการขับขี่ด้วยตนเองของบริษัท และได้ออกแบบโครงสร้างที่มีเอกลักษณ์เฉพาะเพื่อรวมกลุ่มเหล่านี้เข้าด้วยกัน และด้วยเหตุนี้ ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของ Dojo จึงถือกำเนิดขึ้น

ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดคือเมื่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมสามาถแก้ปัญหาที่ถือว่ายากจะแก้ไขได้อย่างแท้จริง โดยทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้เป็นไปได้และปฏิวัติโฉมธุรกิจ ในเดือนกันยายน 2021 Goldman Sachs ได้เผยแพร่บทความควบคู่ไปกับพันธมิตร IonQ และ QC Ware ซึ่งรวบรวมการสาธิตของอัลกอริธึมควอนตัมสำหรับการจำลองมอนติคาร์โลบนหน่วยประมวลผลควอนตัม ซึงเป็นการคาดการณ์ความน่าจะเป็นที่ซับซ้อน ที่ใช้ในการทำนายผลลัพธ์ด้วยตัวแปรที่ไม่แน่นอน และสามารถคำนวณได้อย่างซับซ้อน มีการใช้ในหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการพยากรณ์การขาย วิทยาการหุ่นยนต์ การค้นคว้ายา และ ตลาดการเงิน ด้วยการหาวิธีที่เร็วกว่าในการดำเนินการจำลองเหล่านี้ Goldman Sachs กำลังวางตำแหน่งตัวเองเพื่อคาดการณ์ตลาดได้ดีขึ้น ประเมินความเสี่ยงในเครื่องมือทางการเงิน และอื่นๆ และบริษัทได้ประกาศไปแล้วว่าคาดหวังว่าอัลกอริทึมควอนตัมของพวกเขาจะทำงานบนคอมพิวเตอร์ควอนตัมซึ่งจะพร้อมใช้งานภายใน 2-4 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของเครื่องจักรเหล่านี้จะเป็นไปตามการเกิดขึ้นของแรงงานที่มีทักษะด้านนี้โดยตรง จากการสำรวจของผู้บริหารระดับสูงเผยให้เห็นถึงความเชื่อที่ว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้การปรับใช้ควอนตัมที่อาจเกิดขึ้นในปัจจุบันล่าช้าคือการขาดแคลนพนักงานที่ได้รับการฝึกอบรม เช่นเดียวกับความพร้อมของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ในการสำรวจเดียวกันนั้น ผู้ตอบแบบสอบถามครึ่งหนึ่งเชื่อว่าการขาดผู้เชี่ยวชาญด้านควอนตัมคือสิ่งที่หยุดควอนตัมไม่ให้เป็นที่นิยมมากขึ้น

สิ่งที่ควรเริ่มอย่างรวดเร็วที่สุดคือ เริ่มประเมินว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะมากำหนดรูปแบบการดำเนินงานในองค์กรอย่างไร ปัญหาใดบ้างที่ถือเป็นต้นทุนในการทำธุรกิจ สิ่งนี้จะพลิกโฉมธุรกิจอย่างไรหากสามารถเริ่มแก้ปัญหาเหล่านั้นได้? เครื่องจักรประเภทใดมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของตนเร็วที่สุด

เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้ว ที่คอมพิวเตอร์สามารถแก้ไข "ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่" ของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอนนี้องค์กรต่าง ๆ ไม่สามารถคิดในแง่นามธรรมได้อีกต่อไป สิ่งนี้กำลังปรับปรุงอย่างรวดเร็ว และปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่สุดที่จะเร่งไปสู่การสิ้นสุดของยุคอุตสาหกรรมเดิมหรือโอกาสครั้งใหม่ ผู้ที่เริ่มต้นออกแบบอุตสาหกรรมของตนตั้งแต่วันนี้ โดยคาดการณ์ถึงอนาคตด้วยเครื่องจักรเหล่านี้ จะได้รับผลดีที่สุดในช่วงหลัง

สรุป

Accenture ได้รายงาน Technology Vision 2022 เพื่อระบุแนวโน้มเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ซึ่งจะมีผลกระทบมากที่สุดต่อธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรอื่นๆ ในปีนี้ มีแนวโน้มจะมองออกไปในอนาคตมากกว่าที่เคยเป็นมา ในขณะที่ยังคงมีความเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมต่างๆ และสามารถดำเนินการได้สำหรับธุรกิจในปัจจุบัน แนวโน้มในปี 2022 นี้จะเป็นเทรนด์ทางเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดและอาจจะห่างไกลจากตัวเราหรือโลกธุรกิจตอนนี้แต่หากสังเกตดี ๆ จะพบว่า Keyword ของ เทรนด์เหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น AI, Big Data, Metaverse, DeFi, IoT, หรือ AR  เป็นคำที่คุ้นอยู่รอบตัวเพียงปรับมุมมองและเปลี่ยนตามการใช้งานของเทรนด์เทคโนโลยีเท่านั้น

แม้แต่ในระบบนิเวศทางธุรกิจที่สมบูรณ์ที่สุด ก็ต้องมีการลงทุนเพื่อพัฒนาความสามารถภายในองค์กรตลอด ข้อมูลนี้จะช่วยให้เข้าถึงความสามารถด้านเทคโนโลยีที่เจาะจงวัตถุประสงค์มากขึ้น และทำให้สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของตัวเองได้ หากมีความเตรียมพร้อมในโลกของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน


บทความนี้สรุปจากรายงาน Technology Vision 2022 Meet Me in the Metaverse ของ Accenture




RELATED ARTICLE

Responsive image

D.OASIS ผนึกกำลัง 30 พันธมิตรธุรกิจชั้นนำ ก้าวเข้าสู่โลก Metaverse สร้างคอมมูนิตี้ไทยใน The Sandbox

D.OASIS ร่วมกับพันธมิตรองค์กรธุรกิจชั้นนำของไทย เปิดตัว “D.OASIS Global Metaverse Community” โลกเสมือนระดับโลกของเมืองไทย ภายใต้แนวคิด “Your go-to place for the Metaverse and NFT e...

Responsive image

สรุป 5 ความเข้าใจผิดมากที่สุดเกี่ยวกับ Blockchain พร้อม use case นอกเหนืออุตสาหกรรมการเงิน

Blockchain ทำให้สามารถทำธุรกรรมต่างๆได้โดยไม่ต้องอาศัยคนกลาง แต่เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ จึงมีหลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้ บทความนี้เราจึงได้มีการสรุปความเข้าใจผิดมากที่...

Responsive image

เตรียมพร้อมองค์กรด้วย Big Data รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุค Next Normal

เตรียมธุรกิจให้พร้อมด้วย Big Data รับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุค Next Normal กับ ICHI ผู้ให้ความรู้ด้าน Digital Solution และ ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบัน IMC ที่มาแบ่งปันความรู้...