4 วิธี ที่จะให้คนหันมาร่วมทำ Startup กับคุณ

people-295145_640

ถ้าเกิดว่าเราเป็นคนมีไอเดียที่ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็ตาม และอยากจะลงมือสร้างมันขึ้นมาจริงๆ เราคนเดียวอาจจะทำไม่ได้ แต่ถ้าทำงานกันเป็นทีมและมีเพื่อนร่วมงานที่ช่วยเหลือกัน มันจะดีกว่าไหม? การที่เราจะชวนคนอื่นให้มาทำ Startup กับเรา ต้องอาศัยความเชื่อใจและมุมมองที่เหมือนๆกัน แต่แน่นอนในช่วงเริ่มต้นมันย่อมไม่สามารถจะคาดหวังอะไรกับผลตอบแทนได้ ทุกคนต้องสละเวลาและเงิน เรากำลังพูดถึงการสร้างทุกๆอย่างโดยเริ่มจากศูนย์ จะมีซักกี่คนยอมลาออกจากที่ทำงานเพื่อมาทำ Startup ที่ซึ่งไม่สามารถการันตีทั้ง ความสำเร็จและผลตอบแทนได้

เราจะมาแนะนำให้รู้จัก 4 ตัวช่วยในการโน้มน้าวคนให้มาร่วมทำ Startup กับคุณ

ขายฝัน 

การจะชวนคนมาร่วมงานกับคุณทั้งๆที่เขายังไม่เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรมซักอย่าง คุณต้องอาศัยการขายฝันระดับหนึ่งเพื่อที่จะให้คนอื่นมองเห็นถึงทิศทางและศักยภาพของผลิตภัณฑ์ ยกตัวอย่างเช่น เราจะชวนเพื่อนมาร่วมทำ Startup กัน แต่เพื่อนเราทำงานประจำอยู่ ซึ่งรายได้ของเขาอยู่ที่ 3 หมื่นบาทต่อเดือน เราบอกเขาว่า ถ้ามาทำ Startup กับเรา ในช่วงแรกๆอาจจะไม่ได้เงินเท่ากับที่เคยได้รับ แต่หากธุรกิจประสบความสำเร็จภายใน 6 เดือนแรก เราจะเพิ่มเงินให้เป็น 3 เท่าของที่คุณเคยได้รับอยู่ ถ้าเป็นใครได้ฟังแบบนี้ก็ย่อมที่จะให้ความสนใจหรือแม้กระทั้งตอบตกลงเลยก็เป็นได้

ใส่ใจเวลาคัดเลือกคนทำงาน

อย่างที่สอง คือมองหาคนที่มีความชอบเหมือนกับเรา และเวลาพูดคุยกับเขา พยามที่จะให้เหตุผลที่ดีว่าทำไมเขาควรจะมาทำงานให้เรา และมันดียังไงในการทำงานให้กับบริษัทที่กำลังเติบโต เขาจะรู้สึกว่าเป็นที่สนใจและรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญกับองค์กร

เผยให้เห็นถึงเส้นทางความสำเร็จ

เส้นทางความสำเร็จนั้น แน่นอนว่าไม่สามารถคำนึงเป็นเม็ดเงินได้อย่างเดียว เพราะเหล่า Startup ทำงานกันหนักเพื่อที่จะหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ของผู้ใช้ ดังนั้นแล้ว การที่เราจะบอกคนอื่นถึงเป้าหมายของเรา มันควรจะเป็นอะไรที่มากกว่าตัวเงิน เพราะถ้าเราบรรลุเป้าหมายของเราแล้ว เงินที่เป็นผลตอบแทนก็จะเข้ามาแบบไม่รู้ตัว สำหรับคนที่ได้ฟังแบบนี้ก็จะรู้สึกว่ามันมีความหมาย และน่าที่จะทำงานด้วย

ให้คนนอกได้สัมผัสข้างใน

หมายถึงว่า เราเชิญชวนให้คนอื่นได้เข้ามาอยู่ในสภาพแวดล้อมของบริษัท ลองได้มาดูการทำงานของเรา พยามทำให้เขาได้รู้สึกถึงความเป็นกันเองในที่ทำงาน ร่วมถึงเพื่อนร่วมงาน เมื่อเขารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของที่ทำงานนั้นแล้ว มันก็ง่ายที่เขาจะตอบตกลงทำงานกับเรา คนปกติเลือกความสบายใจของตัวเองเป็นหลัก ในเมื่อเราสามารถให้ในจุดนี้ได้ ก็ไม่มีปัญหา

ไม่มีใครทำนายได้ว่า Startup รายไหนจะประสบความสำเร็จ เหมือนที่ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าวันหนึ่ง Facebook จะมาแทนที่ Hi5 ดังนั้น อะไรก็สามารถเป็นไปได้ในโลกของ Startup

ที่มา: Fortune

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

MIT ทดสอบ AI กับงานจริง 11,000 ชิ้น ผลคือยังเป็นแค่ 'เด็กฝึกงาน' ผ่านเกณฑ์แค่ 65%

คนทำงานออฟฟิศที่เคยลองใช้ AI ช่วยงาน อาจเคยรู้สึกหวั่น ๆ ว่าสักวันจะโดนแทนที่ แต่งานวิจัยล่าสุดจาก MIT บอกเราว่าตอนนี้ AI ยังทำงานได้แค่ระดับพอผ่านเท่านั้น ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนเด...

Responsive image

ทำไมผู้นำยุค AI ถึงเดิมพันกับคน มากกว่าการลดพนักงาน

เจาะลึกทำไมบริษัทระดับโลกในปี 2026 เลิกบ้าการลดคน แต่หันมาใช้ AI เสริมศักยภาพมนุษย์แทน พร้อมเผย 3 คัมภีร์ลัดสำหรับผู้นำที่ต้องการเปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจ...

Responsive image

ใครคือ Satoshi? เมื่อ New York Times เปิดหน้าสืบสวน พุ่งเป้า Adam Back คือบิดา Bitcoin ตัวจริง

NYT มั่นใจ! เจอตัว Satoshi Nakamoto แล้ว? เจาะลึกรายงานสืบสวนล่าสุดที่มุ่งเป้าไปที่ Adam Back ซีอีโอ Blockstream กับหลักฐานไทม์ไลน์ที่หายไปอย่างประจวบเหมาะ...