Advantech ครบรอบ 40 ปี เผยวิสัยทัศน์เดินหน้าสู่ Next Era Globalization (NEG) | Techsauce

Advantech ครบรอบ 40 ปี เผยวิสัยทัศน์เดินหน้าสู่ Next Era Globalization (NEG)

Advantech บริษัทผู้นำในการให้บริการ IIoT – Industrial IoT ที่ครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ ไปถึงการให้บริการแพลตฟอร์มจัดการทั้งระบบ ตั้งแต่อุปกรณ์ ซอฟแวร์ และระบบ Cloud ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจโรงพยาบาล Advantech ก่อตั้งในปี 1983 ที่ไต้หวัน ปัจจุบันขยายเป็นบริษัทระดับ Global  ได้จัดงาน “Advantech WISE-IoT ASEAN Partner Conference” ที่เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 8 – 10 มิถุนายน 2023 เพื่อฉลองครบรอบการก่อตั้งบริษัท 40 ปี ร่วมกับเหล่า Partner ในภูมิภาค ASEAN จากประเทศไทย เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์

ภายในงานประกอบด้วยการเสวนาแสดงวิสัยทัศน์จากผู้บริหาร Advantech การเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมอง IIoT Business ร่วมกับบริษัท Partner และกิจกรรมอื่น ๆ ได้แก่ Match Making การแสดงนวัตกรรมจาก Exhibitor จากบริษัทหลากหลายกลุ่มธุรกิจและมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Ai และ IoT ในโครงการ ทั้งจากกลุ่ม Smart Building, ระบบจัดการทรัพยากรในอุตสาหกรรม, ระบบ Smart Hospital  

Next Era Globalization (NEG) Model Transformation

ในปี 2023 ถือเป็นการครบรอบ 40 ปี ของบริษัท Advantech เพื่อให้ Advantech พร้อมเดินหน้าสานต่อ Mission “Enabling an Intelligent Planet” Eric Chen, President of General Management, Corporate CFO & CIO จาก Advantech ไต้หวัน ได้กล่าวถึงแนวทางของ Advantech เพื่อเดินหน้าสู่ Phase 3 ของธุรกิจ คือ การมุ่งหน้าสู่โมเดลการเปลี่ยนแปลง Next Era Globalization (NEG) ที่เน้นการพัฒนาทั้งด้าน Sector-Driven เพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจ และด้าน Executive Succession เพื่อเสริมการพัฒนาบุคลากรที่จะมาสานต่อธุรกิจ

โมเดลการเปลี่ยนแปลงสู่ NEG นี้ Advantech มีเป้าหมายที่จะพัฒนาไปในแนวทางที่เน้น Solution Business ตาม Megatrend AIoT ที่ Advantech สามารถต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเรื่อง IoT ที่มีอยู่เดิม และ Transform บริษัทจาก Product Driven สู่การเป็น Solution Driven  

นอกจากนี้ Eric Chen ได้ฉายภาพความสำเร็จที่ผ่านมาตั้งแต่ Phase 1 (1983 - 2010) เน้นพัฒนาธุรกิจในต่างประเทศทั่วโลก เป็นช่วงขยายบริษัทจาก Local Company เป็น MNC และ Phase 2 (2011 – 2022) เป็นช่วงที่เติบโตได้ด้วย Software-Hardware Integration ด้วย WISE-IoT หรือเน้น ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้ด้วย Ecosystem Partners มาจนถึง Phase 3 (2023 - 2030) ในปัจจุบัน ที่ Advantech มุ่งหน้าสู่ Next Era Globalization เน้นเติบโตในแบบ Domain-focused Solution โดยในปัจจุบัน ปี 2022 ที่ผ่านมา รายได้และกำไรของ Advantech มีอัตราการเติบโตรายปีที่ 17% และ 30% ตามลำดับ ซึ่งถือว่าสูงสุดในประวัติศาสตร์บริษัท

AIoT พัฒนาอุตสาหกรรมด้วย Data และ IoT Device ในภูมิภาคอาเซียน

Vincent Chang, Managing Director of Aintercon (Asia and Intercontinental Region) ได้เผยให้เห็นถึงทิศทางและก้าวการเติบโตต่อไปในอนาคตของ Advantech และ Ecosystem ที่เกี่ยวข้องว่า การเดินหน้าสู่ยุคใหม่เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการทั้ง “ภายใน” บริษัทโดยเน้นที่บุคลากร และ “ภายนอก” โดยเน้นการลงทุนต่อยอดธุรกิจตามที่ Advantech มีองค์ความรู้เชิงลึกในการปรับใช้ IIoT เพื่ออุตสาหกรรมอย่างหลากหลาย

ในเรื่อง AIoT จากเทรนด์ Ai ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ Advantech มองเห็นโอกาสจากความเชี่ยวชาญเรื่อง Edge Computing ที่เน้นการใช้ Hardware และให้บริการ Software ในยุคก่อนหน้านี้ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง หัวใจสำคัญคือการรวมความแข็งแกร่งเดิมใน Edge Computing เข้ากับการพัฒนา Service ให้เกิดเป็น Solution Co-Creation ใน Domain ต่าง ๆ ที่มีทั้งด้าน Smart Manufacturing (iFactory) และ Smart City เช่น iRetail, iLogistics, iHospital, และ iEMS (Energy Management System)

ในแง่การเติบโตของธุรกิจ Advantech ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น Vincent Chang เสริมว่า สิ่งสำคัญที่จะสร้างการเติบโตของ Advantech ให้ยั่งยืนต่อไปได้ โดยเฉพาะในภูมิภาคนี้ คือ การลงทุนในทรัพยากรบุคคล จากรากฐานธุรกิจที่เน้นการกระจายและก่อตั้งบริษัทในต่างประเทศในช่วงแรก ดังนั้น เพื่อส่งเสริมและสานต่อแนวทางดังกล่าวในแข็งแรงต่อไป Advantech จึงมีแนวทางเสริมแกร่งภูมิภาคอาเซียน 3 ด้าน ได้แก่

1. People – เน้นพัฒนาบุคลากร เพื่อเป็นแรงสำคัญที่จะทำให้ Partner ในภูมิภาคมั่นใจใน Commitment ของบริษัท

2. Infrastructure – ขยายออฟฟิศแห่งล่าสุดที่สิงคโปร์

3. Service Hub - ด้วยการลงทุนตั้ง ศูนย์บริการในเมืองปีนัง ที่จะเปิดให้บริการปลายปี 2023 นี้ 

การเดินหน้าลงทุนและส่งเสริมบุคลากร Advantech ในภูมิภาคนี้ เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้บริการอย่างครอบคลุม ไม่เพียงเฉพาะ Device ต่าง ๆ แต่เป็นทั้งระบบ Solution

ภายในงาน Advantech ยังจัดให้มีเวทีเสวนาย่อยเฉพาะหัวข้ออย่าง Smart City ที่มีการฉายภาพให้เห็นอุตสาหกรรมสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตในเมือง และได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AIoT ได้แก่ iRetail iLogistics iHospital และ iEMS (Energy Management System)

Matrix Choong (ASEAN Service IoT Sector Head) กล่าวว่า Smart City Initiative ในแบบของ Advantech มองการจัดการทรัพยากรเป็นสำคัญ เพราะ AIoT สามารถปรับปรุงการใช้ทรัพยากร เพื่อทำให้ชีวิตของคนในเมืองนั้นดีขึ้นได้ ดังจะเห็นได้ว่า มีการลงทุนและมุ่งเน้นในธุรกิจการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับคนหมู่มากและจำเป็นก่อน ได้แก่ ด้านบริการสุขภาพ (Healthcare) ด้านการคมนาคมขนส่ง (Logistics) และด้านค้าปลีก (Retail) นอกจากนี้ ยังเสริมอีกว่า ในการ Co-create คือการบริหารจัดการ Data ด้วย Ai ผ่านเครื่องมือ (Device) IoT ทำให้ต้องมองเป็น Solution ในรวมการทำงานร่วมกันตั้งแต่ระดับอุปกรณ์ แอปพลิเคชัน ไปจนถึง Service ในการติดตั้ง

ตัวอย่างการใช้งานเพื่อพัฒนา Smart City ได้แก่

- iHealthcare ช่วยสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์และการจัดการข้อมูลภายในระบบโรงพยาบาล

- iCity services ยกตัวอย่างเช่น การจัดการ Digital Signage ที่ช่วยให้การทำงานในโครงการที่ต้องการเผยแพร่สื่อจำนวนมหาศาล สามารถดำเนินการได้ง่ายขึ้น, การบริหารจัดการคุณภาพ เช่น การควบคุมคุณภาพพนักงานในร้านอาหาร

- iEnergy Management System ที่ช่วยให้จัดการ Carbon Footprint มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้สามารถเก็บข้อมูล จัดการการใช้พลังงาน ไปจนถึงช่วยบริหารเป้าหมายสู่ ESG ของบริษัทผู้ใช้งาน

โดยทั้งหมดนี้ สามารถบริหารจัดการได้บน DeviceOn/iService ซึ่งเป็น Cloud Platform ของ Advantech สำหรับผู้ใช้งานในระบบทั้ง 2 ระดับ คือ Builder ที่ต้องสามารถปรับแก้ Solution ต่าง ๆ ได้ และ ผู้ใช้ระดับ Manager ที่ต้องการใช้งาน Data ในระบบ

Soft Launch แพลตฟอร์ม “WISE-Edge 365”

ในครั้งนี้ “Advantech WISE-IoT ASEAN Partner Conference” ยังมี Soft Launch ของแพลตฟอร์ม “WISE-Edge 365” โดย SW Tan (ASEAN WISE IoT Edge365 SAE Leader) “WISE-Edge 365” เป็นแพลตฟอร์ม Cloud Service ช่วยบริหารจัดการ Edge Device (Device Management) และเก็บข้อมูล (Data Management) โดยสามารถช่วยแก้ Pain Point ของ System integrator ในแง่ที่ช่วยลดระยะเวลาการทำงาน เพิ่ม ROI และช่วยรับมือกับปัญหาขาดแคลนบุคลากรโดยเฉพาะใน ASEAN

มี Feature หลัก คือ Remote, Monitoring, และ Control ที่ช่วยให้สามารถจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นสามารถทำได้จากนอกพื้นที่ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยการลดระยะเวลาในการติดตั้ง

กล่าวคือ WISE-Edge365 เป็น One-stop Shop ของการจัดการอุปกรณ์ของ Advantech และยังเป็นแพลตฟอร์มที่รองรับ AIoT Digital Transformation โดยมีรูปแบบราคาในการใช้งานที่หลากหลายตามความต้องการที่แตกต่างกันอีกด้วย

ติดต่อ Advantech

บทความนี้เป็น Advertorial


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สตาร์ทอัพ AI เตรียมลุย iFLYTEX x Techsauce Global Summit 2024 Startup Competition ขยายธุรกิจสู่ APAC Markets

iFLYTEK x Techsauce Global Summit 2024 Startup Competition เปิดรับสมัคร สตาร์ทอัพด้าน AI เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันที่ท้าทายและเปิดโอกาสให้ธุรกิจของคุณได้แสดงศักยภาพ ผลักดั...

Responsive image

สำรวจศักยภาพ Blockchain ในโลกการเงิน

สรุปประเด็นจากการรับฟังหัวข้อ ‘The Key to the Future of Banking - How Banks Are Using Blockchain to Open Doors for Efficient, Compliant, and Interoperable Financial Services’ ในงาน...

Responsive image

AI เก่งเพราะขโมยข้อมูล ? : เมื่อบิ๊กเทค ‘โกง’ แอบเก็บข้อมูลฝึก AI

การฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ยิ่งมีข้อมูลขนาดใหญ่เท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยให้ AI เก่งขึ้น ฉลาดขึ้น และแม่นยำขึ้นมากเท่านั้น แต่บริษัทบิ๊กเทคใช้ข้อมูลเร็วกว่าที่ข้อมูลจะถูกสร้างเสียอีก แ...