บทเรียนการ Rewriting Leadership: จากผู้นำหญิงบนเวที EmpowerHER Asia 'เมื่อ AI ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือโจทย์ใหม่ของผู้นำ'

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก ทั้ง AI ภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจโลก คำถามสำคัญที่หลายองค์กรกำลังเผชิญไม่ใช่แค่ “จะใช้ AI อย่างไร” แต่คือ จะนำ AI มาใช้โดยยังคงยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลางได้อย่างไร

ประเด็นนี้ถูกหยิบมาพูดคุยบนเวทีเสวนา "Chapters of Change: Rewriting Tomorrow Leading AI Through a Human-Centric Future in a Geopolitical and Economic Shift" ภายในงาน EmpowerHER Asia เวทีที่รวบรวมผู้นำหญิง นักธุรกิจ และผู้กำหนดทิศทางเศรษฐกิจจากทั่วเอเชีย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของความเป็นผู้นำในยุคเทคโนโลยี

บนเวทีนี้มีผู้นำหญิงจากวงการเทคโนโลยีและธุรกิจร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ได้แก่ คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ CEO & Co-founder ของ Techsauce และ คุณปิยดา ตันไสว Data and AI Portfolio Lead จาก IBM Digital Talent for Business (IBMDT) โดยมี คุณ Ian Di Tullio Chief Commercial Officer จาก Minor Hotels เป็นผู้ดำเนินรายการ

บทสนทนาไม่ได้พูดถึงเพียงเทคโนโลยี แต่สะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI คือ การเปลี่ยนวิธีคิดของผู้นำและองค์กรทั้งระบบ

AI ไม่ใช่โปรเจกต์เทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยน “ภาวะผู้นำ”

คุณ Ian Di Tullio เปิดประเด็นว่า โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้าง ไม่ใช่เพียง Technological shift แบบที่ผ่านมา AI กำลังเปลี่ยนทั้งโครงสร้างองค์กร วิธีการทำงานของทีม และบทบาทของพนักงาน ดังนั้นการนำ AI มาใช้จึงไม่ใช่เรื่องของฝ่ายไอทีเพียงอย่างเดียว

คุณ Ian Di Tullio  กล่าวว่า “นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงด้านไอที แต่คือการเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารและภาวะผู้นำ” นั่นหมายความว่าความสำเร็จของ AI ขึ้นอยู่กับการออกแบบองค์กร วัฒนธรรมการทำงาน และวิธีที่ผู้นำพาทีมปรับตัวไปพร้อมกัน

จาก 'ประสิทธิภาพ' สู่ 'ผลลัพธ์จริง' ความท้าทายขององค์กรทั่วโลก

คุณอรนุช เล่าว่าจากการเข้าร่วม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ในช่วงที่ผ่านมา ผู้นำจากทั่วโลกต่างพูดถึง AI อย่างจริงจัง เพราะทุกองค์กรรู้แล้วว่าเทคโนโลยีนี้จะเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจในอนาคต

แต่ความท้าทายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การเริ่มทดลองใช้ AI อีกต่อไป ความท้าทายคือการเปลี่ยนจากการใช้ AI เพื่อเพิ่ม Efficiency ไปสู่การสร้าง Effectiveness หรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงกับธุรกิจ

คุณอรนุช ชี้ให้เห็นว่า “มีข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาระบุว่า กว่า 90% ขององค์กรขนาดใหญ่พร้อมใช้ AI แต่หลายองค์กรยังไม่สามารถเปลี่ยนโครงการทดลองให้กลายเป็นการใช้งานจริงในธุรกิจได้” สาเหตุสำคัญคือหลายองค์กรเริ่มต้นจากเทคโนโลยี แทนที่จะเริ่มจาก ปัญหาทางธุรกิจและ Use case ที่ชัดเจน

ความเสี่ยงของ AI ไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ 'ช่องว่างระหว่างคนกับ AI'

ในมุมของ คุณปิยดา ความเสี่ยงสำคัญขององค์กรในยุค AI ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของเทคโนโลยี แต่คือ ช่องว่างระหว่างมนุษย์กับ AI

ผู้บริหารหลายคนคาดหวังว่าเมื่อองค์กรติดตั้ง AI แล้ว Productivity จะเพิ่มขึ้นทันที แต่ในความเป็นจริง หากพนักงานยังทำงานด้วยวิธีคิดแบบเดิม AI ก็จะเพียงแค่ทำให้สิ่งเดิมเกิดขึ้นเร็วขึ้นเท่านั้น

“ถ้าเราใช้ AI แค่เหมือนการอัปเกรดเครื่องมือ เราก็จะยังทำงานแบบเดิม เพียงแค่เร็วขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น” คุณปิยดา กล่าว

เธอยกตัวอย่างจาก IBM ที่นำ Chatbot อย่าง AskHR มาใช้ในงาน HR ซึ่งช่วงแรกพนักงานจำนวนมากรู้สึกไม่คุ้นเคย แต่เมื่อองค์กรลงทุนใน AI literacy และการปรับ Mindset ของทีม เครื่องมือเหล่านี้จึงเริ่มสร้าง productivity ได้จริง

จากการทำงานเป็น 'Task' สู่การมองทั้ง 'ระบบ'

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่คุณอรนุชเน้นคือ การเปลี่ยนวิธีคิดขององค์กรจาก การมองงานเป็นรายงานย่อย (Task-centric) ไปสู่ การมองทั้งระบบ (System-centric)

หลายองค์กรใช้ AI เพื่อช่วยทำงานเล็ก ๆ ให้เร็วขึ้น เช่น เขียนอีเมลหรือสร้างรายงาน แต่ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันในยุค AI จะไม่ได้มาจากการทำงานเดิมให้เร็วขึ้น สิ่งสำคัญคือการเข้าใจ Workflow ทั้งระบบขององค์กร และใช้ AI ไปแก้จุดคอขวดของกระบวนการทำงาน

เทคโนโลยีอย่าง Agentic AI จึงเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น เพราะสามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนอัตโนมัติในระบบการทำงานขององค์กร และเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการยกระดับ Workflow

เมื่อ AI ทำงานแทนมากขึ้น บทบาทมนุษย์ยิ่งสำคัญขึ้น

แม้ AI จะเข้ามาช่วยจัดการงาน Routine จำนวนมาก แต่ผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า บทบาทของมนุษย์จะยิ่งสำคัญขึ้น ไม่ใช่น้อยลง

AI อาจช่วยรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ตัวเลข หรือร่างเอกสารได้ แต่สิ่งที่ AI ยังทำแทนไม่ได้คือ การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ความเข้าใจบริบทและความเห็นอกเห็นใจระหว่างมนุษย์

ในยุค AI คุณค่าของการตัดสินใจของมนุษย์จะยิ่งเพิ่มขึ้น ไม่ได้ลดลง ในสายงานการเงิน AI อาจช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาล แต่ CFO ยังต้องตีความข้อมูลเหล่านั้นเพื่อให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์กับ CEO ในสายงานกฎหมาย AI อาจช่วยร่างสัญญาได้ แต่การเจรจาและการแก้ข้อพิพาทยังต้องอาศัยมนุษย์ที่เข้าใจบริบทและความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร

ผู้นำยุค AI ต้องมี 'ความถ่อมตัวในการเรียนรู้'

อีกหนึ่งบทเรียนสำคัญจากเวทีนี้คือ ภาวะผู้นำแบบถ่อมตัว (Humble Leadership) เพราะในหลายองค์กรวันนี้ คนที่เข้าใจ AI มากที่สุดอาจไม่ใช่ผู้บริหาร แต่คือทีมงานรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับเครื่องมือเหล่านี้

โดยคุณปิยดาเสนอว่า ผู้นำที่เปิดใจเรียนรู้จากทีมของตัวเอง จะสามารถสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้และการปรับตัวที่รวดเร็วกว่าองค์กรอื่น

ท้ายที่สุด ผู้ร่วมเสวนาสรุปตรงกันว่า องค์กรที่ประสบความสำเร็จในยุค AI อาจไม่ใช่องค์กรที่มีเทคโนโลยีล้ำที่สุด แต่คือองค์กรที่สามารถผสาน AI เข้ากับศักยภาพของมนุษย์ได้อย่างสมดุล เพราะในโลกที่เทคโนโลยีทำงานได้เร็วขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่สร้างความแตกต่างจริง ๆ จะยังคงเป็น การตัดสินใจ จริยธรรม และความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ นั่นเอง

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ปรากฏการณ์ ‘RAMageddon’ ยุคทองของศูนย์ข้อมูล AI แต่เป็นยุคมืดของผู้บริโภค

รายงาน Deloitte เตือนวิกฤตชิปหน่วยความจำ 'RAMageddon' ที่ AI จุดชนวน ราคาแรมเซิร์ฟเวอร์พุ่ง 4 เท่าในปีเดียว ลากยาวถึงปี 2030 พร้อมคาดการณ์ราคาคอม การ์ดจอ สตอเรจ และมือถือสิ้นปีนี้...

Responsive image

ไอเดียเริ่มทำ Startup ต้องดูอย่างไรว่า ‘ไปรอด’ รู้ทัน Tarpit Idea กับดักไอเดียดูดีที่ VC เตือนให้ถอยห่าง

กรอบคิดประเมินไอเดีย Startup และ Sequoia สแกน Tarpit Idea ค้นหา Insight ปัญหาผมไฟลุก พร้อมวิธีคำนวณขนาดตลาดแบบ Bottom-up ก่อนลงมือสร้างจริง...

Responsive image

รีวิว Saifa AI หลังลองใช้จริง เปิด 6 ฟีเจอร์ที่ช่วยจัดการงานหลังบ้านสำหรับ SME

ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ SME หรือทำธุรกิจสายบริการอย่างคลินิกและอสังหาฯ ที่ต้อง ‘รับจบ’ ทุกอย่างด้วยตัวเอง น่าจะเข้าใจปัญหาหน้างานดี โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับลูกค้าที่ทักเข้ามาจาก ...