
ในยุคที่ AI กลายเป็นคำวิเศษที่ทำให้ทุกอย่างดูมีมูลค่า เราก็ได้เห็นการพลิกผันที่แทบไม่น่าเชื่อ เมื่อ Allbirds แบรนด์รองเท้าผ้าใบขนแกะที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของไลฟ์สไตล์รักษ์โลกในซิลิคอนวัลเลย์ ประกาศหันมาทำธุรกิจ AI compute infrastructure อย่างเต็มตัว พร้อมเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ‘NewBird AI’ ซึ่งการประกาศครั้งนี้ทำให้หุ้นพุ่งขึ้นกว่า 400% ทั้งที่บริษัทไม่มีประสบการณ์ในวงการ AI แม้แต่น้อย สะท้อนให้เห็นกระแส AI Hype ที่ร้อนแรง
Allbirds วางแผนจะผันตัวเป็นผู้ให้บริการ GPU-as-a-Service และ Cloud Solutions ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ โดยแผนนี้ยังต้องรอการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น ซึ่งกำหนดลงคะแนนเสียงในวันที่ 18 พฤษภาคม 2026 นี้ หากได้รับอนุมัติ บริษัทจะระดมทุน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,700 ล้านบาท จากนักลงทุนที่ยังไม่เปิดเผยชื่อ เงินก้อนนี้จะนำไปจัดซื้อ GPU โครงสร้างพื้นฐานด้าน HPC และทรัพย์สินอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับการเปิดให้บริการ AI compute ตั้งแต่ต้น
หนึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือ Allbirds จะขอให้ผู้ถือหุ้นอนุมัติการแก้ไขกฎบัตรบริษัท เพื่อลบข้อความเรื่องสิ่งแวดล้อมออกทั้งหมด
ซึ่งต้องไม่ลืมว่า Allbirds สร้างแบรนด์มาจากจุดยืนเรื่อง ‘รักษ์โลก’ ตั้งแต่วันแรก ทั้งใช้วัสดุจากธรรมชาติ การลดคาร์บอน ทุกอย่างหมุนรอบความยั่งยืนทำให้สิ่งนี้กลายเป็นภาพลักษณ์ แต่เมื่อเลือกเดินบนเส้นทาง AI ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่กินพลังงานและน้ำมหาศาล สองอย่างนี้อยู่ด้วยกันไม่ได้ บริษัทก็เลยเลือกทิ้งไปเลย
ทันทีที่ข่าวนี้ออกมา หุ้น Allbirds พุ่งขึ้นกว่า 400% สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนในปัจจุบันพร้อมเทเงินใส่ทุกอย่างที่มีคำว่า AI ต่อให้บริษัทนั้นจะไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้เลยก็ตาม อย่างไรก็ดี Financial Times ได้ออกมาเตือนว่าการพุ่งขึ้นของราคาหุ้นนี้น่าจะอยู่ได้ไม่นาน และแนะนำให้นักลงทุนรายย่อยระวังตัว เพราะการ ‘อยากทำธุรกิจ AI’ กับ ‘ทำธุรกิจ AI ได้’ มันคนละเรื่องกัน
การ pivot ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ แต่เกิดจากความจำเป็น
ซึ่งเมื่อเหลือเพียง ‘เปลือก’ ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การแปะป้าย AI จึงกลายเป็นทางรอดที่เหลืออยู่
Allbirds ไม่ใช่กรณีเดียว ปรากฏการณ์บริษัทอื่นพลิกตัวเข้าสู่ธุรกิจ AI กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก
อย่างเช่น Boom Supersonic สตาร์ทอัพเครื่องบินความเร็วเหนือเสียง ตอนนี้ก็หันมาขายกังหันแก๊สให้บริษัท AI เพื่อจ่ายไฟให้ data center , ศูนย์ขุดบิตคอยน์หลายแห่งก็เปลี่ยนมาให้บริการพลังประมวลผล AI แทน สิ่งที่เห็นคือทุกคนต่างวิ่งเข้าหา AI เพราะนั่นคือที่ ๆ เงินกำลังไหลไป
เรื่องของ Allbirds กำลังสะท้อนว่ากระแส AI ตอนนี้แรงจนบริษัทที่ไม่เหลืออะไรแล้ว แค่แปะป้าย AI ก็ดึงเงินจากตลาดได้ ซึ่งการที่บริษัทรองเท้าประกาศตัวเป็นบริษัทให้บริการพลังประมวลผล AI คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของยุคนี้ ยุคที่กระแส AI ทรงอิทธิพลมากพอจะเปลี่ยนทิศทางของธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่น้อย ในด้านหนึ่งนี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของ Allbirds ในการสร้างมูลค่าให้ผู้ถือหุ้น แต่ในอีกด้านมันก็ชวนให้นึกถึงยุค dot-com ที่บริษัทไหนแค่เติม .com ต่อท้ายชื่อ หุ้นก็พุ่ง ก่อนจะร่วงหนักในเวลาไม่นาน
ลองนึกดูว่า NVIDIA เองก็เคยเป็นแค่บริษัทการ์ดจอเล่นเกม ก่อนจะกลายเป็นหัวใจของอุตสาหกรรม AI แต่ NVIDIA มีเทคโนโลยีจริง มีผลิตภัณฑ์จริง ใช้เวลาสะสมมาหลายสิบปี ส่วน Allbirds มีแค่ชื่อในตลาดหลักทรัพย์กับเงิน 50 ล้านดอลลาร์ ด้วยเงินทุนแค่นี้ ไม่มีทีมเทคโนโลยี ไม่มีประสบการณ์ NewBird AI จะไปแข่งกับยักษ์ใหญ่อย่าง AWS, Azure หรือ Google Cloud ได้ยังไง ? หรือสุดท้ายแล้ว นี่จะเป็นเพียงอีกหนึ่งบทเรียนราคาแพงว่าไม่ใช่ทุกอย่างที่แปะป้าย AI แล้วจะกลายเป็นทองคำ
อ้างอิง: engadget
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด