Ripple เปิดผลรายงานการศึกษาบล็อกเชน (Blockchain) สำหรับการชำระเงิน (Blockchain in Payments Report) ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีครั้งที่สาม เผยให้เห็นว่าการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้คือกุญแจสำคัญในกลยุทธ์การสร้างการเติบโตที่ประสบความสำเร็จสำหรับสถาบันการเงิน ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ผู้เริ่มบุกเบิกการใช้บล็อกเชนก่อนใครมีแนวโน้มที่จะรายงานการเติบโตที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับผู้ตอบแบบสอบถามรายอื่นๆ ผลการสำรวจยังพบว่าเกิดการยอมรับในเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งตามทฤษฏีถือว่าอยู่ในจุดที่ได้ก้าวพ้นปากเหวและเดินหน้าสู่ความรุ่งโรจน์ และผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีการใช้งานเทคโนโลยีบล็อกเชนบนระบบ production (ระบบที่มีการใช้งานจริง) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าทั้งผู้ใช้งานปลายทางและผู้ให้บริการการชำระเงินได้พิสูจน์ให้เห็นถึงคุณค่าและความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยี ดังนั้นเพื่อให้เกิดการนำไปใช้งานมากขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพิ่มรายได้ที่เกี่ยวข้องกับระบบการชำระเงิน จำเป็นต้องมีระบบที่สามารถติดตั้งและใช้งานที่ง่ายขึ้นรวมถึงความชัดเจนด้านกฎระเบียบและข้อกำหนดต่างๆ ผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างพูดถึงข้อดีและประโยชน์ของบล็อกเชนและเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันผู้ให้บริการเทคโนโลยีบล็อกเชนหลายรายกำลังพัฒนาเพื่อให้ระบบสามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นผ่าน API บริการโฮสต์เซอร์วิส และการวางมาตรฐานต่างๆ

 บทสรุปที่สำคัญ

 ธุรกิจส่วนใหญ่ในปัจจุบันได้นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในระบบงานจริง:

59% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีการใช้บล็อกเชนในระบบงานจริงหรืออยู่ในช่วงกำลังจะขึ้นระบบงานจริงในส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับระบบการชำระเงิน ตลาดเกิดใหม่เป็นผู้นำในการใช้บล็อกเชนบนระบบงานจริงโดยมีสัดส่วนสูงถึง 37% 

อุตสาหกรรมทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจดิสรัปชั่นครั้งร้ายแรงแห่งศตวรรษ ผลกระทบของ COVID-19 ได้ตอกย้ำถึงความสำคัญของความรวดเร็วและความคล่องตัวทางธุรกิจ ในขณะเดียวกันก็ขยายภาพให้เห็นชัดขึ้นว่าโลกเราต้องพึ่งพาระบบดิจิทัล และธุรกิจที่ต้องอาศัยประสบการณ์ดิจิทัลมาขับเคลื่อนคงไม่มีอะไรเกินไปกว่าธุรกิจการชำระเงิน การอยู่รอดของธุรกิจจำเป็นต้องมีการนำโซลูชันดิจิทัลมาใช้ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลไม่ใช่เกมที่ยึดเยื้อยาวนานอีกต่อไป แต่กลับเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องรีบทำให้เสร็จภายในระยะเวลาอันสั้น การ migrate ระบบอย่างรวดเร็วและการเร่งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลคาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไปอีกเรื่อยๆ ดังนั้นผู้เล่นที่อยู่ในสายธุรกิจด้านการชำระเงินจึงต้องพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พวกเขาเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าลูกค้าต่างคาดหวังให้พวกเขาสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

  • ผู้ตอบรับเทคโนโลยีมองว่าบล็อกเชนเป็นขุมพลังที่ช่วยสร้างการเติบโตของธุรกิจ:

44% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีการใช้งานบล็อกเชนในระบบจริงมีการเติบโตทางธุรกิจที่แข็งแกร่งในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ในขณะที่ 45% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีการดำเนินธุรกรรมแบบดิจิทัลโดยรวมมีการเติบโตในระดับสูงมาก ในปีนี้ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงระยะการเติบโตในขั้นท้ายสุด - นั่นคือการนำบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้จะช่วยเร่งเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและมีความสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ

ทั่วโลกตลาดเกิดใหม่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดดแซงหน้าตลาดที่อิ่มต้วในแง่ของการตอบรับและการใช้งานบล็อกเชนในระบบการชำระเงิน ทั่วทุกตลาดเกิดใหม่ 37% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีการใช้งานบล็อกเชนในระบบงานจริง โดยภูมิภาคนำโด่งคือเอเชียแปซิฟิก (APAC) ที่มีสัดส่วนถึง 41% ส่วนภูมิภาคละตินอเมริกา (LATAM) มีสัดส่วนการใช้งานบล็อกเชนในระบบงานจริงที่เพิ่มขึ้นเกือบหกเท่าระหว่างปี 2018 และ 2020 ความโปร่งใสของข้อมูลคือกุญแจสำคัญสำหรับตลาดเกิดใหม่ การประหยัดต้นทุนเป็นคุณประโยชน์ที่สำคัญสำหรับภูมิภาคละตินอเมริกาและเอเชียแปซิฟิก ในขณะที่ภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาให้ความสำคัญกับการสนับสนุนด้านการบริหารจัดการ ผลรายงานเพิ่มเติมถึงตัวขับเคลื่อนที่สำคัญซึ่งธุรกิจที่ใช้ประโยชน์จากบล็อกเชนเทคโนโลยีในการชำระเงินข้ามพรมแดนเล็งเห็นถึงประโยชน์ทั้งสี่ประการ ได้แก่ คุณภาพของข้อมูลที่ดีขึ้น ความปลอดภัยของข้อมูลที่เพิ่มขึ้น การประหยัดต้นทุน และช่วยสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ การรับรู้ถึงข้อดีในมุมของการช่วยธุรกิจให้เติบโตเพิ่มขึ้นพิสูจน์ได้จากการเพิ่มขึ้นถึง 28% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่อ้างถึง "ความสามารถในการช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาด" ระหว่างปี 2019 ถึง 2020 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนมีความก้าวหน้าอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่อุปสรรคในการนำไปใช้ในผู้เล่นรายสำคัญยังคงมีอยู่ทั่วทุกภูมิภาค การขาดกฎระเบียบที่จะมากำกับดูแลนับเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการนำไปใช้ทั่วโลก ต้นทุนทิ่เกิดขึ้นในการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยียังเป็นอุปสรรคในหลายๆ ตลาด รวมทั้งประเด็นเรื่องซีเคียวริตี้ก็เช่นกัน

  • มีการนำโซลูชันบล็อกเชนไปใช้ในธุรกิจหลากหลายประเภท:

98% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่อย่างน้อยที่สุดได้เริ่มทำ POC บล็อกเชนสำหรับการชำระเงิน ต่างก็มีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนไปใช้ในงานด้านอื่นๆ ที่นอกเหนือจากระบบการชำระเงิน ในจำนวนนี้พบว่ามีการนำไปใช้กับระบบบริหารซัพพลายเชนมากที่สุด (62% มีการใช้งานบนระบบจริง) ตามมาด้วยไฟแนนซ์เทรด (51% มีการใช้งานบนระบบจริง)

บทพิสูจน์ถึงคุณค่าของบล็อกเชนและความเป็นไปได้ที่จะนำไปใช้ในธุรกิจทุกประเภทกับการเป็นเทคโนโลยีสำหรับองค์กรอย่างแท้จริง ในรายงาน Blockchain in Payments Report แสดงให้เห็นว่ามีการใช้บล็อกเชนทั่วทุกธุรกิจ จากตัวอย่างกรณีศึกษาพบว่ามีการนำไปใช้กับระบบบริหารซัพพลายเชนมากที่สุด (62% มีการใช้งานบนระบบจริง) ตามมาด้วยไฟแนนซ์เทรด (51% มีการใช้งานบนระบบจริง) มีการติดตั้งระบบอย่างเร่งด่วนในสายธุรกิจที่ต้องจัดหาบริการชำระเงินภายในประเทศและธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

ผู้ตอบแบบสอบถามโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเปิดเผยว่า ไม่ว่าธุรกิจใดจะก้าวเข้าสู่เทคโนโลยีบล็อกเชนก่อน ล้วนส่งผลกระเพื่อมในเชิงบวกทั้งสิ้น ผู้ที่เริ่มก้าวก่อนคนอื่นมีแนวโน้มที่จะสะสมพลังที่จะเป็นแรงหมุนวงรอบของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น  การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในไฟแนนซ์เทรดและระบบบริหารซัพพลายเชนมีจำนวนเกินครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด ดังที่แสดงในรูปด้านล่าง (ในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามที่มีการใช้บล็อกเชนในระบบงานจริง) แสดงให้เห็นว่ากรณีศึกษาสำหรับการใช้งานในส่วน non-payment มีสัดส่วนมากกว่าการนำไปใช้ในระบบการชำระเงิน ลูกค้าที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ก่อนใครในสายงานเหล่านี้สามารถศึกษาจากยูสเคสเหล่านี้ได้เพื่อนำไปใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ 

  • ความสนใจในการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการชำระเงินข้ามพรมแดนที่รวดเร็วขึ้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก:

99% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าองค์กรของพวกเขาจะพิจารณาใช้สินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ว่าจะใช้เป็นสกุลเงินเอง หรือใช้เพื่อเป็นสื่อกลางในการดำเนินการชำระเงินข้ามพรมแดนในทันที โดยเพิ่มขึ้นจาก 94% ในปี 2018

ในช่วงห้าปีที่ผ่านมาระดับความวางใจขององค์กรที่มีต่อสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รายงาน Blockchain in Payments Report พบว่าในระดับบริษัท สินทรัพย์ดิจิทัลถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่ใช้ทดแทนได้เมื่อจับคู่กับเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการชำระเงินข้ามพรมแดน

รายงานเผยว่าเกือบ 100% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าบริษัทของพวกเขาจะพิจารณาใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสกุลเงิน และ/หรือ เป็นสื่อกลางในการชำระเงิน โดยเพิ่มขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่ปี 2018 ความคิดเห็นพ้องที่เกือบเป็นเอกฉันท์นี้ส่งสัญญาณว่าสินทรัพย์ดิจิทัลได้บรรลุผลสำเร็จทั้งในแง่ของการสร้างความเข้าใจและความวางใจให้กับตลาด

ผู้ที่ใช้บล็อกเชนในระบบการชำระเงินกลุ่มแรกๆ จะเห็นถึงประโยชน์ที่สินทรัพย์ดิจิทัลมอบให้ในแง่ของการชำระบัญชีที่รวดเร็วขึ้น อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ดีขึ้น และความสามารถในการเปิดให้บริการใหม่ ๆ เช่น บริการรับชำระเงินอัตโนมัติสำหรับประชากรที่เข้าไม่ถึงระบบการเงินการธนาคาร

รายงาน Blockchain in Payments Report แสดงให้เห็นว่าเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามมั่นใจว่าสินทรัพย์ดิจิทัลมอบคุณค่าให้กับลูกค้า ยิ่งผู้ตอบแบบสอบถามมีประสบการณ์เกี่ยวกับบล็อกเชน และ/หรือ มีส่วนร่วมกับลูกค้า digital-first มากเท่าไร เขาก็ยิ่ง เชื่อมั่นว่าลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้นเท่านั้น ผู้ตอบแบบสอบถามที่ให้บริการรับชำระเงินข้ามพรมแดนเสริมว่า “ความพร้อมของสภาพคล่อง” เป็นคุณสมบัติที่สำคัญในการประยุกต์ใช้สินทรัพย์ดิจิทัล อันจะช่วยเร่งให้เกิดการนำไปใช้โดยผู้เล่นรายสำคัญต่างๆ

                                                                       # # #

ข้อมูลผู้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจ

การสำรวจเริ่มดำเนินการในเดือนสิงหาคมและกันยายนของปี 2020 รายงาน Blockchain in Payments ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถาม 854 คนในตำแหน่งต่างๆ (ผู้จัดการอาวุโส 45%, ผู้บริหารระดับ C-level 27%, ผู้อำนวยการ 16%, รองประธาน / รองประธานอาวุโส 12%) ใน 22 ประเทศ (อเมริกาเหนือ 25%, ลาตินอเมริกา 6% ยุโรป 18% ตะวันออกกลางและแอฟริกา 15% เอเชียแปซิฟิก 35%) โดยเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบบริการชำระเงินในองค์กรของตน (ตัวกลางหรือตัวแทนรับชำระเงิน 22% ธนาคารรีเทลแบงกิ้ง 26% ธนาคารดิจิทัล 26% ผู้ให้บริการรับโอนเงิน 26%)

เพื่อให้มีการผสมผสานระหว่างประเทศที่เป็นตัวแทนตลาดซึ่งมีความต้องการที่จะใช้บล็อกเชนในการชำระเงิน คำตอบจะถูกให้น้ำหนักโดยพิจารณาจากปริมาณการไหลเข้าและการส่งเงินออกทั้งหมดของประเทศนั้นๆ การสำรวจนี้จัดทำโดยบุคคลที่สามและไม่ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายไปที่ลูกค้าของริปเปิล ผลการวิเคราะห์เป็นการดำเนินการร่วมกันโดย Ripple และ Celent

RELATED ARTICLE

Responsive image

ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดตัวบริการโอนเงินข้ามประเทศผ่าน Blockchain ครั้งแรกในไทยแล้ว

หลายคนคงยังจำกันได้กับข่าวเมื่อกลางปีก่อนเมื่อธนาคารไทยพาณิชย์และ ดิจิทัล เวนเจอร์ส ได้เข้าลงทุนในบริษัท Ripple ผู้ให้บริการโซลูชั่นการโอนเงินข้ามประเทศโดยนำ Blockchain มาใช้ ล่าสุ...

Responsive image

ธนาคารกรุงศรีประกาศทดสอบการโอนเงินบน Blockchain ของ RippleNet จากไทยไปสิงคโปร์

ธนาคารกรุงศรี ประกาศทดสอบการโอนเงินบน Enterprise Blockchain Solution อย่าง RippleNet ระหว่างบัญชีของบริษัทในเครือ มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น ในไทยกับสิงคโปร์ ภายใต้ Regulatory Sandbox ...

Responsive image

SCB และ ปตท.สผ. ร่วมพัฒนาระบบโอนเงินผ่าน Blockchain สำหรับ B2B

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB จับมือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ลงนามความร่วมมือเพื่อศึกษาและพัฒนาระบบการโอนเงินระหว่างประเทศ (Cross-bor...