รู้จัก Carbon Robotics บริษัท Startup ด้าน AgriTech เจ้าของ LaserWeeder เทคโนโลยีเลเซอร์และ AI กำจัดศัตรูพืช

วันนี้จะพามารู้จัก Carbon Robotics บริษัท Startup ผู้นำ AI เข้ามาประยุกต์ใช้สำหรับการกำจัดศัตรูพืชพร้อมปฎิวัติวงการณ์ Agritech 

AI

Carbon Robotics คือใคร

Carbon Robotics เป็นบริษัท Startup สร้างหุ่นยนต์จำกัดศัตรูพืชขับเคลื่อนด้วย AI ก่อตั้งบริษัทในปี 2018 มี Paul Mikesell เป็น CEO บริษัทตั้งอยู่ที่เมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน และ มีโรงงานผลิตหุ่นยนต์ ในเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน และจัดส่งโดยตรงไปยังผู้ปลูกในอเมริกาเหนือ บริษัทระดมทุนได้ 67 ล้านดอลลาร์จนถึงปัจจุบัน

มีการเปิดตัวเทคโนโลยีของตัวเองที่มีชื่อว่า LaserWeeder  ในช่วงต้นปี 2022 โดยกำหนดเป้าหมาย ไปยังผู้ปลูกผักรายใหญ่ทั้งในรัฐแอริโซนา, แคลิฟอร์เนีย, ไอดาโฮ, นิวเม็กซิโก,โอเรกอนตะวันออก และรัฐวอชิงตันตะวันออก 

ภาพจาก : Carbon Robotics

ในปีนี้ LaserWeeder ของ Carbon Robotics จะถูกส่งไปยังฟาร์มต่างๆ ใน 17 รัฐของประเทศ สหรัฐอเมริกา และอีก 3 จังหวัดในประเทศแคนาดา บริษัทพร้อมที่จะขยายตลาดไปต่างประเทศต่อไป

ปัจจุบันมีการระดมทุนใน Series C มูลค่าถึง 30 ล้านดอลลาร์ หนึ่งในผู้ลงทุนที่สำคัญก็คือ Voyager Capital หากนับรวมการระดมทุนทั้งหมดจะมีมูลค่าถึง 67 ล้านดอลลาร์

เทคโนโลยีของ Carbon Robotics มีอะไรบ้าง

เทคโนโลยีของ Carbon Robotics เรียกว่า  LaserWeeder เป็นการนำ AI และ Deep learning เข้ามาใช้พัฒนาให้เลเซอร์กำจัดวัชพืชและศัตรูพืชแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

หุ่นยนต์ของ Carbon Robotics ในรุ่นล่าสุดใช้ชิปประมวลผลของ Nvidia มีกล้องความระเอียดสูงรอบตัว ถึง 42 ตัว สามารถตรวจจับหาวัชพืชได้อย่างแม่นยำ 

ตัวเลเซอร์จะเป็นการยิงคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งมีเลเซอร์ทั้งหมด 30 ตัว มีกำลังไฟ 150 วัตต์ และมีความแม่นยำถึงระดับมิลลิเมตร สามารถที่จะยิงเลเซอร์ได้ทุกๆ 50 มิลลิวินาที ทำให้การกำจัดวัชพืชมีประสิทธิภาพมากกว่าการไถหรือถอนวัชพืชที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก

การทำงานจะใช้ร่วมกับแอปพลิเคชันกำจัดวัชพืชซึ่งในแอปจะแยกระหว่างวัชพืชและพืชผลแต่ละชนิดเพื่อกำจัดเฉพาะวัชพืชแบบเรียลไทม์ ในขณะที่รถแทรกเตอร์มีความเร็วที่ 1- 2 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 2-4 เอเคอร์ ต่อชั่วโมง 

ภาพจาก : Carbon Robotics

บริษัทยังเชื่อว่าการใช้หุ่นยนต์เข้ามากำจัดวัชพืชจะทำให้เกษตรกรประหยัดต้นทุนสำหรับการจ้างแรงงาน และปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องสำหรับการทำการเกษตรซึ่งคิดเป็น 28.2% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ในอนาคตการทำเกษตรอาจใช้แรงงานคนลดลงและประหยัดต้นทุนในการผลิตมากขึ้นด้วยการเข้ามาของ AI สำหรับประเทศไทยที่เป็นประเทศแห่งเกษตรกรรม หากนำ AI มาใช้ในอนาคตอาจเพิ่ม ประสิทธิภาพให้กับผลผลิตในไทยก็เป็นได้ 

สำหรับเกษตรไทยภาครัฐบาลและเอกชนมีการผลักดันเทคโนโลยี Digital Transformation เพื่อให้เกษตรไทยก้าวไปสู่ Smart Farm ในอนาคต สำหรับตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนที่สุดคือ Ricult บริษัท Startup สัญชาติไทยที่ใช้ Big Data และ Machine Learning ช่วยเหลือเกษตรกรไทย 

ที่มา : Carbon Robotics

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทำไมคนไทยเห็นรถบรรทุก ต้องรีบหลบ รถขนส่ง = อันตราย ชำแหละปัจจัยเสี่ยงที่คนกลัว และรู้จัก AI ที่พร้อมใช้โดยไม่ต้องรอ

เจาะลึกเหตุผลที่คนไทยต้องรีบหลบรถบรรทุกใหญ่ พร้อมเปิดทางแก้ปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงจากต้นตอด้วยเทคโนโลยี AI Video Telematics ยกระดับความปลอดภัยฟลีตรถขนส่งได้ทันที...

Responsive image

ThailandPostMart เข้าสู่ปีที 8 อีคอมเมิร์ซของไปรษณีย์ไทย มีศักยภาพแค่ไหนถ้ารัฐจะเอามาสู้ศึกอีคอมเมิร์ซที่ต่างชาติครองตลาด 98.8%

วิเคราะห์ 8 ปี ThailandPostMart จากจุดเริ่มต้นดันสินค้าชุมชน OTOP สู่ความท้าทายในตลาด e-Commerce ล้านล้าน มี Asset 50,000 จุด แต่ทำไมยังโตช้ากว่าที่คิด?...

Responsive image

เจาะลึกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทย ที่กำลังท้าชนต่างชาติ ใครเก็บค่า GP เท่าไหร่ จุดเด่นคืออะไร และไทยจะสู้ต่างชาติได้ไหม ?

ร้านค้าออนไลน์ไทยที่ขายผ่านแพลตฟอร์มต่างชาติ 3 เจ้าใหญ่ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรวมกันสูงถึง 22-40% ของยอดขายทุกคำสั่งซื้อ ตัวเลขนี้มาจากการสำรวจ SME กว่า 500 รายในช่วงไตรมาส 1-2 ปี 25...