จีนเร่งเครื่อง AI Economy เปิดยุทธศาสตร์ ‘AI Plus’ กลาง World Economic Forum 2026

บนเวที World Economic Forum 2026 ในเซสชัน China's AI+ Economy ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า วันนี้ AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีล้ำยุคอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น 'หัวใจหลัก' ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกไปแล้ว

มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 AI จะสร้างมูลค่าเศรษฐกิจทั่วโลกมหาศาลถึง 15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยที่จีนเพียงประเทศเดียวมีแนวโน้มจะกวาดส่วนแบ่งไปถึงเกือบ 1 ใน 4 ของมูลค่าทั้งหมดนี้ ที่น่าจับตาคือข้อมูลจากปี 2025 ระบุว่าบริษัทในจีนกว่า 87% พร้อมลุยลงทุนใน AI เพิ่มขึ้น และเกินครึ่งได้เริ่มใช้งานจริงแบบเต็มตัวแล้ว สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติของจีนที่กำลังเร่งผลักดันให้ AI เข้าไปอยู่ในทุกอุตสาหกรรมสำคัญ ตั้งแต่รากฐานการผลิต ระบบสาธารณสุข ไปจนถึงแวดวงการเงิน

มุมมองนักลงทุน ‘AI ไม่ใช่ฟองสบู่ แต่คือโอกาสระยะยาว’

Hisham Alrayes ซีอีโอของ GFH Financial Group  ยืนยันว่า AI ในตอนนี้ยังห่างไกลจากคำว่าฟองสบู่ แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของรอบการลงทุนครั้งใหญ่ โดยมูลค่ามหาศาลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัว ‘AI’ เท่านั้น แต่ยังแผ่ขยายไปตลอด ห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่พลังงาน ศูนย์ข้อมูล ชิป ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงตลาดทุนและย้ำว่าลำพังแค่เงินลงทุนจากภาครัฐอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการก้าวกระโดด แต่จำเป็นต้องดึงดูด ‘เม็ดเงินจากตลาดโลก’ เข้ามาเสริม เพื่อเร่งให้เกิดนวัตกรรมและช่วยให้คืนทุนได้เร็วขึ้น ซึ่งในจุดนี้ จีนกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาเอาจริงในการเปลี่ยน AI ให้กลายเป็นเครื่องสร้างกำไรทางเศรษฐกิจ

‘AI Plus’ ของจีน เน้นการใช้งานจริงไม่ได้แข่ง AGI

Gong Ke ผู้อำนวยการสถาบันนโยบาย AI อธิบายว่า แผน ‘AI Plus Action Plan’ ซึ่งประกาศเมื่อปีที่ผ่านมา แทบไม่ได้ให้น้ำหนักกับการพัฒนา AGI หรือชิปขั้นสูง แต่เลือกโฟกัสที่การกระจายและการนำ AI ไปใช้งานจริง ในภาคการผลิตและชีวิตประจำวันมากกว่า

เป้าหมายสำคัญคือการขยับบทบาทของ AI จากการเป็นเพียงแชตบอตไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าและบริการในระบบเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าให้อัตราการใช้งาน AI agents และอุปกรณ์อัจฉริยะ เกิน 70% ภายในปี 2027 และเพิ่มเป็นมากกว่า 90% ภายในปี 2030

จุดแข็งจีนคือขนาดตลาดและการเปิดรับเทคโนโลยี

Yutong Zhang ผู้ก่อตั้ง Moonshot AI เธอมองว่าจีนเป็นตลาดที่เอื้อต่อการขยายการใช้งาน AI อย่างมาก จากขนาดของภาคการผลิตและค้าปลีกที่ใหญ่ ทำให้เกิดทั้งข้อมูลและกรณีใช้งานในวงกว้าง ขณะเดียวกันผู้บริโภคจีนก็เปิดรับเทคโนโลยีใหม่อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าไปจนถึงระบบขับขี่อัตโนมัติ

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในองค์กรขนาดใหญ่ แต่เริ่มกลายเป็นเครื่องมือของคนทั่วไปที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในชีวิตประจำวันแม้จะไม่มีพื้นฐานด้านการเขียนโค้ด

ROI และต้นทุนต่ำ คือหัวใจของการขยาย AI

Dowson Tong รองประธานบริหารอาวุโสของ Tencent และ CEO ของกลุ่มธุรกิจคลาวด์และอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ให้มุมมองว่าเราไม่ควรตัดสิน AI แค่ในรูปแบบเดียว เพราะในโลกธุรกิจ AI มี "โมเดลที่หลากหลาย" เพื่อแก้ปัญหาที่ต่างกันในแต่ละอุตสาหกรรม เช่น:

  • สายผลิต: ช่วยออกแบบสินค้าให้รวดเร็วและแม่นยำ
  • สายการตลาด: วิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อเข้าถึงลูกค้าแบบรายบุคคล 
  • สายการแพทย์: เร่งความเร็วในการวิจัยและค้นคว้ายาตัวใหม่ 

ตลาดจีนให้ความสำคัญกับการใช้ AI ให้เห็นผลจริงและคุ้มค่า ทำให้ต้นทุนการใช้ AI ถูกลง ระบบนิเวศ AI ของจีนที่มีผู้เล่นจำนวนมากและการโอเพนซอร์สจะช่วยให้ธุรกิจเข้าถึง AI ได้ง่ายขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พลังงานสีเขียวคือ ‘รากฐาน’ ความยั่งยืนของ AI 

ด้านพลังงาน Gong Ke ระบุว่าจีนกำลังสร้างศูนย์คอมพิวเตอร์และศูนย์ข้อมูลในภาคตะวันตก ที่มีพลังงานลมและแสงอาทิตย์เยอะ ๆ พร้อมสายส่งข้อมูลความเร็วสูงไปยังภาคตะวันออก ทำให้ในอนาคต AI จะใช้พลังงานจากแหล่งหมุนเวียนเป็นหลัก

AI กับโลกการทำงานและการศึกษา

ผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างแรงงานและองค์กร แม้ AI จะเข้ามาทำงานแทนคนได้ในบางจุด แต่เป้าหมายของจีนไม่ใช่การไล่คนออก กลับกันตอนนี้จีนกำลัง ‘ขาดคน’ ที่ใช้ AI เป็นถึง 5 ล้านตำแหน่ง จีนจึงแก้เกมด้วยการสอน AI ตั้งแต่ชั้นประถมไปจนถึงการฝึกอบรมคนวัยทำงาน โดยเน้นให้ใช้ AI เป็น ‘เครื่องทุ่นแรง’ เพื่อช่วยให้สามารถทำงานได้ฉลาดขึ้น ไม่ใช่แค่ให้ AI หาคำตอบให้เฉยๆ 

ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนว่าจีนกำลังเปลี่ยน AI ให้กลายเป็น ‘เครื่องมือพื้นฐาน’ ที่ทุกคนต้องมีติดตัว เหมือนที่เราใช้ไฟฟ้าหรืออินเทอร์เน็ต

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

The Technological Republic เมื่อ CEO Palantir ประกาศว่า Silicon Valley ทรยศต่อประเทศ

Alexander Karp ผู้ก่อตั้ง Palantir เขียนหนังสือวิจารณ์ Silicon Valley ว่าละทิ้งพันธกิจต่อประเทศ ในยุคที่ AI คือ Hard Power ใหม่ของโลก ใครสร้างมันได้ก่อน คือมหาอำนาจ...

Responsive image

แกะรอยพนักงานไอทีเกาหลีเหนือ สร้างโปรไฟล์ Dev ปลอม (Synthetic Identity) ล้วงข้อมูลองค์กรชั้นนำ

บทความที่เล่าถึงเส้นทางสืบหาต้นทางของ 'ตัวตนปลอม (Synthetic Identities)' บนแพลตฟอร์มหางาน จนพบว่าเป็น Jasper Sleet หรือ DPRK IT workers ที่ปลอมข้อมูลอย่างเป็นระบบ ทำงานเป็นเครือข่า...

Responsive image

ตลาดแรงงาน 2026 โลกหลัง Layoff ที่ต้องเรียนรู้ใหม่ตลอดชีวิต

ตลาดแรงงาน 2026 กำลังถูก reboot ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ยุคอินเทอร์เน็ต AI สร้างตำแหน่งใหม่เงินเดือน 7 ล้าน แต่ทักษะเก่าหมดอายุเร็วขึ้น...