จีนใน Davos 2026 เมื่อยักษ์ใหญ่ประกาศเปลี่ยนผ่านจาก โรงงานโลก สู่ตลาดของผู้บริโภค

ท่ามกลางบรรยากาศที่งาน World Economic Forum 2026 หรือ Davos 2026 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สิ่งที่หลายคนตั้งตารอคือทิศทางของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกอย่างจีน 

ในปี 2026 นี้ He Lifeng รองนายกรัฐมนตรีจีนได้ขึ้นเวทีเพื่อส่งสัญญาณสำคัญถึงประชาคมโลก โดยเริ่มต้นด้วยการยอมรับความจริงที่ว่าโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ ทั้งจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และลัทธิคุ้มครองทางการค้าที่กำลังทำลายระเบียบเศรษฐกิจเดิมที่เคยรุ่งเรือง

สงครามการค้าที่ไม่มีผู้ชนะและวิกฤตความแตกแยกของเศรษฐกิจโลก

ประเด็นแรกที่ He Lifeng ให้ความสำคัญอย่างมากคือการเตือนถึงอันตรายของ ความแตกแยกทางเศรษฐกิจ ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก จีนได้หยิบยกตัวเลขที่น่าสนใจจาก WTO ขึ้นมาให้เห็นภาพว่า ส่วนแบ่งการค้าโลกที่เคยอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรมได้ลดลงอย่างรวดเร็วจาก 80% เหลือเพียง 72% ภายในระยะเวลาสั้น ๆ

นอกจากนี้ยังมีการอ้างอิงข้อมูลจาก IMF ที่ประเมินว่าหากโลกยังคงแบ่งพรรคแบ่งพวกและสร้างกำแพงการค้าใส่กันแบบนี้ ผลผลิตรวมของเศรษฐกิจโลกอาจหายไปถึง 7% ซึ่งเป็นความเสียหายมหาศาลที่ไม่มีประเทศใดได้ประโยชน์

จีนจึงพยายามย้ำเตือนว่าประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่าการพยายามแยกตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยวหรือการขวางกระแสโลกาภิวัตน์นั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และมีแต่จะสร้างภาระต้นทุนให้กับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคทั่วโลก

คำประกาศจากจีน ‘โรงงานผลิต’ สู่ ‘ตลาดผู้บริโภค’

ถ้าเปรียบประเทศจีนเป็นบริษัท ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา จีนทำตัวเป็นโรงงานหลังบ้านของคนทั้งโลกครับ ใครอยากได้อะไร จีนรับจ้างผลิตให้หมด ตั้งแต่เสื้อผ้าไปจนถึงสมาร์ทโฟน โดยเน้นส่งออกไปขายข้างนอกเป็นหลัก แต่มาวันนี้ ในงาน Davos 2026 จีนกำลังประกาศบอกทุกคนว่า "เรากำลังจะเปลี่ยนโหมดแล้วนะ"

เหตุผลก็คือ ตอนนี้เศรษฐกิจโลกเริ่มซบเซา ประเทศอื่นเริ่มมีกำลังซื้อลดลง จีนจึงหันมามองคนในบ้านตัวเองที่มีมหาศาลถึง 1,400 ล้านคน แล้วเกิดไอเดียว่าแทนที่จะรอคนข้างนอกมาซื้อของ ทำไมเราไม่ทำให้คนในบ้านเรานี่แหละ กลายเป็นลูกค้าเบอร์หนึ่งของโลกแทน

จีนจึงให้คำมั่นสัญญาบนเวทีโลกว่า จีนจะเร่งสร้างรายได้ให้คนในประเทศ ทั้งคนที่อยู่ในเมืองใหญ่และเกษตรกรในชนบทให้มีเงินในกระเป๋ามากขึ้น เพื่อให้คนพันกว่าล้านคนนี้กลายเป็นมหาอำนาจด้านการบริโภคที่มีกำลังซื้ออันมหาศาล

นอกจากสินค้าที่จับต้องได้อย่างรถยนต์หรือมือถือแล้ว มีจุดหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ จีนยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าภาคการบริกา จีนยังตามหลังโลกอยู่และเสียเปรียบทางการค้าในจุดนี้มานาน

นี่จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงในประเทศจีนเท่านั้น แต่มันคือโอกาสครั้งใหม่ของบริษัททั่วโลกที่จะเลิกมองจีนว่าเป็นแค่คู่แข่งทางการผลิต แล้วหันมามองจีนในฐานะตลาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

New Quality Productive Forces แนวคิดใหม่ของสินค้าจีน

ในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม จีนได้นำเสนอแนวคิด New Quality Productive Forces หรือพลังการผลิตคุณภาพใหม่ ซึ่งไม่ใช่แค่การผลิตสินค้าจำนวนมากแบบเดิม แต่เป็นการเน้นที่ประสิทธิภาพ ความฉลาด และเทคโนโลยีขั้นสูง

โดยเฉพาะบทบาทของ AI ที่จะเข้ามาเสริมศักยภาพให้กับทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรม จีนยังได้ตอบโต้ข้อครหาเรื่องการอุดหนุนจากภาครัฐโดยยืนยันว่า ความสำเร็จของเทคโนโลยีจีนในปัจจุบันเกิดจากการปฏิรูป การเปิดกว้าง และความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนา 

ซึ่งเห็นได้จากการที่จีนมีจำนวนนักวิจัยและคำขอจดสิทธิบัตรระหว่างประเทศสูงที่สุดในโลก พร้อมทั้งยืนยันว่าจะให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาร่วมสร้างนวัตกรรมในจีน

การหันหน้าเข้าหากันและแนวคิด ‘ทำเค้กให้ใหญ่ขึ้น’ เพื่อเป้าหมายร่วมกัน

ในช่วงท้าย He Lifeng ได้เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ โดยยกตัวอย่างการพูดคุยและเจรจาหลายรอบในช่วงปีที่ผ่านมาว่าเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ยังคงมีเสถียรภาพ จีนพยายามสื่อสารว่าความเข้าใจผิดและความแตกต่างทางวัฒนธรรมหรือระบบสังคมนั้นเกิดขึ้นได้ 

แต่ทางออกคือการเจรจาด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ใช่การเผชิญหน้า จีนเปรียบเปรยการพัฒนาเศรษฐกิจเหมือนกับการทำเค้กให้ก้อนใหญ่ขึ้น เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับส่วนแบ่งที่มากขึ้นตามไปด้วย มากกว่าที่จะมานั่งแย่งชิ้นเค้กเดิมที่มีอยู่ โดยทิ้งท้ายด้วยวิสัยทัศน์ที่มองโลกเป็นเหมือนเรือสำเภาลำใหญ่ที่ทุกคนต้องช่วยกันประคับประคองผ่านคลื่นลม เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ความมั่นคั่งและยั่งยืนร่วมกันในอนาคต

ข้อมูลจาก Session: Special Address by He Lifeng, Vice-Premier of the People's Republic of China

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

"คน + AI" คือหัวใจเศรษฐกิจใหม่ เปิด 5 เทรนด์ Digital Talent 2026 ที่ AIS Academy มองเห็น

ไม่กี่ปีมานี้เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วจนหลายองค์กรตั้งตัวไม่ทัน และสิ่งที่เปลี่ยนเร็วไม่แพ้กันคือ ‘คนทำงาน’ ซึ่งในปี 2026 ที่กำลังเริ่มต้นนี้ ก็ถูกปักหมุดให้เป็นปีแห่งจุดเปลี่ยนครั้งสำค...

Responsive image

ถอดรหัส Budget 2026 สิงคโปร์: เดิมพันอนาคตบน AI และเทคขั้นสูง กับกลยุทธ์ “เร็วกว่าโลก”

ถอดรหัส Budget 2026 สิงคโปร์ เมื่อ Lawrence Wong เดิมพันอนาคตประเทศบน AI และเทคขั้นสูง เร่งวางตำแหน่งใหม่ในระเบียบโลกที่แตกเป็นเสี่ยง พร้อมกลยุทธ์เร็วกว่าโลกเพื่อยึดมูลค่าสูงในเศรษ...

Responsive image

เทรนด์อนาคตจาก SCBX เมื่อ Agentic AI คือพนักงานคนใหม่ ที่มาพร้อมจุดจบของ A/B Testing แบบเดิม

เจาะลึก Marketing 2026 จาก SCBX เมื่อโลกเข้าสู่ยุค Agentic AI, การล่มสลายของ A/B Testing และพฤติกรรม Zero Click สรุปทุกเทรนด์สำคัญที่นักการตลาดและองค์กรต้องรู้เพื่อปรับตัวสู่ AI-Fi...