รัฐบาลจีนประกาศเดินหมากสำคัญในสมรภูมิเทคโนโลยีโลก ด้วยการเปิดตัว กองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital) ระดับชาติ พร้อมกองทุนระดับภูมิภาคขนาดใหญ่อีก 3 แห่งอย่างเป็นทางการ รวมมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ มีเป้าหมายเพื่อบ่มเพาะ ‘แชมเปี้ยนทางเทคโนโลยีสัญชาติจีน’ และปรับภาพลักษณ์การลงทุนภาครัฐ จากเดิมที่ถูกวิจารณ์ว่าขาดประสิทธิภาพและความคล่องตัว
ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว กองทุน National Startup Investment Guidance Fund ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการแล้ว ควบคู่กับกองทุนระดับภูมิภาคใน 3 เขตเศรษฐกิจยุทธศาสตร์ ได้แก่ ปักกิ่ง–เทียนจิน–เหอเป่ย, สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี และเขตอ่าวกวางตุ้ง–ฮ่องกง–มาเก๊า (Greater Bay Area) ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรมของจีน

Guo Fangming เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการคลัง เปิดเผยในการแถลงข่าวว่า กองทุนระดับชาติได้รับการอัดฉีดเงินทุนตั้งต้น 1 แสนล้านหยวน หรือราว 14,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากกระทรวงการคลัง โดยแหล่งเงินทุนนี้มาจากการออกพันธบัตรรัฐบาลพิเศษระยะยาวพิเศษ (Ultra-long Special Sovereign Bonds) สะท้อนว่าจีนกำลังงัดเครื่องมือทางการเงินระดับสูงสุดมาใช้เพื่อสนับสนุนนวัตกรรม
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) ได้ประกาศแผนจัดตั้งกองทุนดังกล่าวครั้งแรกตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยประเมินว่ากองทุนระดับชาติจะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งสำคัญ และสามารถดึงเงินลงทุนจากกองทุนท้องถิ่นและเงินทุนภาคเอกชนเพิ่มเติมได้สูงถึง 1 ล้านล้านหยวน สะท้อนว่ารัฐไม่ได้ตั้งใจลงทุนเพียงลำพัง แต่ต้องการใช้เงินภาครัฐเป็นตัวปลดล็อกเงินทุนในระบบทั้งหมด
ขณะที่กองทุนระดับภูมิภาคจะจัดตั้งในรูปแบบห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership) โดยตั้งเป้าว่าในท้ายที่สุด กองทุนภูมิภาคแต่ละแห่งจะเติบโตจนมีมูลค่ามากกว่า 5 หมื่นล้านหยวน
การขยับตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายของจีน ทั้งภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นและรายได้ภาครัฐที่ลดลง ทำให้รัฐบาลต้องใช้เงินลงทุนอย่างมีวินัยและแม่นยำมากกว่าที่เคย อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่งบประมาณตึงตัว แต่การชะลอการลงทุนด้านเทคโนโลยีอาจมีต้นทุนสูงกว่าในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่การแข่งขันกับสหรัฐฯ รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
บทเรียนสำคัญมาจากการผงาดขึ้นของ DeepSeek สตาร์ทอัพ AI สัญชาติจีนที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกในช่วงปีที่ผ่านมา ความสำเร็จดังกล่าวตอกย้ำว่า เงินทุนที่มีความคล่องตัวและได้รับการจัดสรรถูกจังหวะ สามารถเร่งการแจ้งเกิดของเทคโนโลยีระดับโลกได้ แม้จะเริ่มต้นจากผู้เล่นรายเล็กก็ตาม
ในมุมของรัฐบาลจีน กองทุน VC ภายใต้การสนับสนุนของรัฐจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์เพื่อเร่งสร้างขีดความสามารถทางเทคโนโลยี และลดการพึ่งพาต่างประเทศในอุตสาหกรรมสำคัญ
Bai Jingyu เจ้าหน้าที่จาก NDRC เปิดเผยว่ากองทุนนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น ‘Patient Capital’ หรือเงินทุนที่มีความอดทนสูง เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดของกองทุน VC ทั่วไปที่มักต้องการผลตอบแทนระยะสั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของอุตสาหกรรม Deep Tech ที่ต้องใช้เวลาวิจัยนาน พร้อมย้ำว่าการบริหารกองทุนจะยึดกลไกตลาดและการตัดสินใจของมืออาชีพ ไม่ใช่การสั่งการแบบราชการ
โครงสร้างกองทุนถูกออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติของ Deep Tech อย่างชัดเจน โดยมีอายุรวม 20 ปี แบ่งเป็น 10 ปีแรกสำหรับการลงทุน และ 10 ปีหลังสำหรับการหาจังหวะถอนตัว (Exit) เพื่อให้สอดคล้องกับวงจรการเติบโตของเทคโนโลยี
มากกว่า 70% ของเงินทุนจะมุ่งไปยังบริษัทสตาร์ทอัพระดับ Seed และ Early-stage ที่มีมูลค่ากิจการไม่เกิน 500 ล้านหยวน พร้อมจำกัดเพดานการลงทุนต่อดีลไว้ที่ 50 ล้านหยวน เพื่อกระจายความเสี่ยงและเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพรายย่อยเข้าถึงเงินทุนได้จริง
ในเชิงอุตสาหกรรม เงินลงทุนจะโฟกัสไปที่เทคโนโลยียุทธศาสตร์ที่จีนมองว่าเป็นคอขวดหรือเป็นเป้าหมายสำคัญของชาติ ไม่ว่าจะเป็นเซมิคอนดักเตอร์, เทคโนโลยีควอนตัม, ชีวเวชศาสตร์, เทคโนโลยีอวกาศ ไปจนถึง Brain–Computer Interface (BCI)
เป้าหมายปลายทางคือการสร้าง ‘Little Giants’ หรือบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษในเทคโนโลยีเฉพาะทางที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และมีบทบาทเชิงโครงสร้างต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรม เพื่อวางรากฐานเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งและยากต่อการถูกแทรกแซงจากภายนอก
การตั้งกองทุน VC หนุนโดยรัฐในครั้งนี้ คือการปรับกระบวนทัพครั้งใหญ่ของจีน จากยุคลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิม สู่การวางเดิมพันระยะยาวในเศรษฐกิจนวัตกรรม เพื่อช่วงชิงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างเต็มรูปแบบ
อ้างอิง: Bloomberg
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด