CP Group จับมือ NTT Docomo Global ยกระดับ Amaze Super App สู่ Loyalty E-commerce ระดับประเทศ และเปิดตัว Amaze Survey และ Amazing Japan

เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง เมื่อเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) โดย Ascend Commerce ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระดับประวัติศาสตร์กับ NTT Docomo Global ผู้ให้บริการโทรคมนาคมและเจ้าของระบบ Loyalty ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เพื่อยกระดับ Amaze Super App ให้เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับโปรแกรมสะสมคะแนน (Loyalty E-commerce) ระดับประเทศชั้นนำ พร้อมเดินหน้าเปิดบริการใหม่ทั้ง Amaze Survey และ Amazing Japan ที่จะเปลี่ยนวิธีการทำการตลาด การเข้าถึงลูกค้า และการแลกเปลี่ยนคุณค่าระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภคในประเทศไทย

NTT Docomo Global และ Ascend Commerce บรรลุข้อตกลงเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านเงินทุนเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 พร้อมลงนามในสัญญาจองซื้อหุ้น ก่อนที่การจองซื้อหุ้นจะเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 25 มีนาคม 2569 พร้อมลงนามในสัญญาผู้ถือหุ้นและข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ และเริ่มบริการร่วมกันอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 เมษายน 2569 ด้วยการเปิดตัว Amaze Survey เป็นโปรเจกต์แรกของความร่วมมือ

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านการตลาดเชิงลึก ฐานสมาชิก คะแนนสะสม (Points) และระบบข้อมูล (Data) ที่ NTT Docomo Global สั่งสมมากว่า 20 ปีในญี่ปุ่น เข้ากับฐานลูกค้าขนาดใหญ่และเครือข่ายพันธมิตรของเครือ CP และ Ascend Commerce โดยใช้ Amaze เป็นแกนกลางของระบบนิเวศ (Ecosystem) เพื่อขับเคลื่อนโซลูชันการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven) ตอบโจทย์ยุคที่ผู้บริโภคไทยคาดหวังประสบการณ์ดิจิทัลที่แม่นยำและสะดวกสบายมากขึ้น

สำหรับแพลตฟอร์ม Amaze เป็นแพลตฟอร์มสำหรับผู้บริโภคไทยที่ผนวกฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซ Amaze Mall เข้ากับระบบนิเวศ Amaze Points ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้พอยท์แทนเงินสด แลกคูปองส่วนลด และเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้ครบในแอปเดียว โดย Amaze Points สะสมได้จากแอปพลิเคชัน Amaze Super App และสามารถแลกเปลี่ยนคะแนนสะสมต่างๆ ของธุรกิจในเครือ CP ได้อย่างครบวงจร ทั้งร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ประมาณ 15,000 แห่ง Lotus's ประมาณ 2,500 แห่ง และ True ผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่มีผู้ใช้งานประมาณ 52 ล้านราย 

CP Group มอง Loyalty E-commerce คือสกุลเงินยุคถัดไปของผู้บริโภคไทย

คุณศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยในฐานะผู้แถลงท่านแรกว่า Ascend Commerce ได้เปิดตัวบริษัทที่ชื่อ Amaze มาระยะหนึ่งแล้ว ภายใต้กรอบธุรกิจที่เรียกว่า Loyalty E-commerce ซึ่งยังถือเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่สำหรับประเทศไทย แม้ผู้บริโภคไทยจะคุ้นเคยกับการสะสมแต้มอยู่แล้ว แต่ในยุคถัดไปแต้มเหล่านี้อาจเรียกว่า Token ก็ได้ เพราะแต้มจะอยู่บนแอปพลิเคชันและอยู่ในรูปแบบดิจิทัลทั้งหมด

คุณศุภชัยอธิบายว่า NTT Docomo ไม่ได้เป็นเพียงผู้นำด้านมือถือระดับโลก แต่ภายใน NTT Docomo เองยังมียูนิตที่ทำธุรกิจด้าน Token โดยการใช้ข้อมูลจากธุรกิจสื่อสารเป็นตัวขับเคลื่อน จนเติบโตเป็นระบบขนาดใหญ่และประสบความสำเร็จอย่างมาก Token ของ NTT Docomo สามารถพาผู้บริโภคไปเข้าถึงสินค้าและบริการที่ต้องการ มาพร้อมสิทธิประโยชน์ มีความแม่นยำในความต้องการของผู้บริโภค และเชื่อมโยงไปถึงการเข้าถึงสถานที่ต่างๆ

ตัวอย่างที่คุณศุภชัยยกขึ้นมาคือช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ NTT Docomo ได้พัฒนาระบบเพื่อแจ้งเตือนว่าขณะนั้นมีคนหนาแน่นตรงจุดใด เพื่อป้องกันการรวมกลุ่มที่อาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจาย และหลังโควิด NTT Docomo เห็นว่าระบบนี้สามารถต่อยอดให้เกิดข้อมูลด้านการตลาดให้กับพันธมิตรในประเทศญี่ปุ่น โดยสามารถระบุได้ว่าลูกค้าประเภทไหน เวลาไหน Location ไหน เหมาะกับร้านไหน ควรได้สิทธิประโยชน์ด้านใด ทั้งหมดนี้ทำได้โดยไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว ซึ่งถือเป็นการตลาดเชิงแม่นยำที่สุด และยังเป็นการเชื่อมต่อระหว่าง E-commerce ระบบออนไลน์กับร้านค้าออฟไลน์บนสถานที่จริง

"ถ้าบอกว่าจะมีระบบไหนที่สำเร็จที่สุดในเรื่องของ Loyalty E-commerce ผมก็ต้องพูดว่าเป็น NTT Docomo" คุณศุภชัยกล่าว พร้อมชี้ว่าการขับเคลื่อนนี้ไม่ได้มาจากข้อมูลมหาศาลเพียงอย่างเดียว แต่ยังขับเคลื่อนบนระบบ Analytics และมาถึงยุค AI ที่เทคโนโลยีจะยิ่งทันสมัยและล้ำสมัยมากขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการร่วมทุนระหว่าง Ascend Commerce ภายใต้บริษัท Amaze กับ NTT Docomo Global ภายใต้การนำของคุณฮิโรกิ คุริยามะ

คุณศุภชัยยังย้ำว่าความร่วมมือครั้งนี้แสดงถึงความมั่นใจและความร่วมมือในระดับโลกระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศไทย ซึ่งจะนำทั้งเทคโนโลยี ความรู้ความสามารถ และที่สำคัญคือสิทธิประโยชน์มาถึงผู้บริโภคไทย โดยในวันเปิดตัวจะมีตัวอย่างสินค้าและบริการจากประเทศญี่ปุ่นนำเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย และในขั้นต่อไปจะนำสินค้าและบริการของคนไทยไปนำเสนอในประเทศญี่ปุ่นแบบข้ามประเทศ (Cross-border) ด้วยเช่นกัน

เนื่องจาก NTT Docomo เป็นเครือข่ายสื่อสารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น และ True Corporation เป็นหนึ่งในเครือข่ายสื่อสารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย การจับมือครั้งนี้จึงทำให้เกิดข้อมูลมหาศาลที่แลกเปลี่ยนคุณค่าระหว่าง 2 ประเทศ และร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีด้าน Analytics ต่อยอดไปถึง AI เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั้ง 2 ประเทศได้อย่างดีเยี่ยม

คุณศุภชัยปิดท้ายด้วยวิสัยทัศน์ว่า Amaze Token จะกลายเป็นหนึ่งใน Token หรือ Currency ที่สำคัญที่สุดในประเทศไทย และข้ามไปสู่ระดับ 2 ประเทศ พร้อมขยายออกไปในระดับภูมิภาคอาเซียน เพราะมองว่าประเทศไทยในที่สุดจะต้องมี Loyalty E-commerce ระดับภูมิภาค และ Amaze ร่วมกับ NTT Docomo Global จะทำให้สิ่งนี้เป็นไปได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังขอบคุณ NTT Docomo Global ที่แสดงความมั่นใจในการลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี ซึ่งสะท้อนทั้งความเป็นพันธมิตรและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกับญี่ปุ่น

NTT Docomo Global "Bridging Worlds for Wonder and Happiness" กับ 20 ปีบทเรียนการหมุนเวียนคุณค่า

คุณฮิโรกิ คุริยามะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NTT Docomo Global เปิดการกล่าวสุนทรพจน์ด้วยคำทักทายภาษาไทย ก่อนขอบคุณคุณศุภชัย คุณธรินทร์ CEO ของ Ascend Commerce และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน พร้อมแจ้งว่าการร่วมทุนกับเครือ CP และ Ascend Commerce เสร็จสิ้นในเดือนมีนาคม 2026 และวันนี้คือการประกาศเริ่มต้นความร่วมมือทางธุรกิจอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นทั้งไมล์สโตนที่ยิ่งใหญ่และจุดเริ่มต้นของความท้าทายครั้งใหม่

คุณคุริยามะแนะนำแนวคิดพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังความร่วมมือครั้งนี้ว่า NTT Docomo Group มีความภาคภูมิใจที่ได้ใช้การสื่อสารเป็นจุดเริ่มต้นในการเชื่อมโยงผู้คนกับสังคม และสังคมกับสังคมด้วยเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและวิวัฒนาการของการใช้ชีวิต อุตสาหกรรม และชีวิตประจำวัน ซึ่งการทำให้ชีวิตของผู้คนสะดวกสบายและอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้นคือพันธกิจที่กลุ่ม NTT และ NTT Docomo ให้ความสำคัญมาอย่างยาวนาน โดย NTT Docomo Global คือฟันเฟืองสำคัญที่จะนำพันธกิจนี้ไปส่งมอบในระดับสากล

เป้าหมายขององค์กร (Company Purpose) ของ NTT Docomo Global คือ "Bridging Worlds for Wonder and Happiness" หรือการเชื่อมโยงโลกเพื่อสร้างความมหัศจรรย์และความสุข ซึ่งคุณคุริยามะมองว่าสอดคล้องกับเครือ CP ที่มีระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem) ที่ครอบคลุมและเป็นตัวแทนของประเทศไทย ทั้งธุรกิจค้าปลีก การสื่อสาร อีคอมเมิร์ซ สื่อ และอื่นๆ อีกมากมาย ความครอบคลุม จุดสัมผัส (Touchpoints) กับผู้บริโภค และความถี่ของจุดสัมผัสเหล่านั้นคือจุดแข็งที่ยิ่งใหญ่มากในการผลักดันแพลตฟอร์มดิจิทัลให้เติบโต

คุณคุริยามะอธิบายเหตุผลของการเป็นพันธมิตรอย่างตรงไปตรงมาว่า การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่แท้จริงไม่สามารถทำได้ด้วยบริษัทเพียงบริษัทเดียว ต้องผสานระบบนิเวศที่หยั่งรากลึกในชุมชนและชีวิตประจำวันเข้ากับองค์ความรู้เชิงปฏิบัติที่ NTT Docomo ได้สั่งสมมาในด้านดิจิทัล รวมถึงระบบเศรษฐกิจแบบสะสมคะแนน (Point Economy) และโซลูชันการตลาดที่กลุ่ม NTT Docomo ได้พัฒนามาในประเทศญี่ปุ่น

ในประเทศญี่ปุ่น NTT Docomo ได้บริหารจัดการระบบนิเวศที่มีฐานสมาชิก คะแนนสะสม และข้อมูลเป็นแกนหลักมายาวนานกว่า 20 ปี ซึ่งเป็นระบบที่สร้างการหมุนเวียนของคุณค่า (Value Circulation) ระหว่างฝั่งองค์กรธุรกิจและฝั่งผู้บริโภค กระบวนการสร้างระบบนี้มีความท้าทายและการลองผิดลองถูกเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ระหว่างนั้น NTT Docomo ได้สั่งสมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือในปี 2004 NTT Docomo ได้เริ่มริเริ่มใช้ประโยชน์จากข้อมูลผ่านโปรแกรมสะสมคะแนน โดยสร้างความเข้าใจและขอความยินยอมจากผู้ใช้งาน ต่อมาในปี 2015 ได้ขยายเครือข่ายร้านค้าพันธมิตรผ่านความร่วมมือกับบริษัทภายนอก ทำให้สามารถให้บริการคะแนนสะสมร่วม (Common Point) ที่ใช้งานได้ในร้านค้าพันธมิตร ผลลัพธ์คือฐานลูกค้าขยายตัวขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือการใช้ประโยชน์จากคะแนนและข้อมูลเพื่อขยายขอบเขตธุรกิจไปสู่การตลาดและการเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นก้าวที่พัฒนาไปอย่างเป็นธรรมชาติ คุณคุริยามะเชื่อว่าแนวคิดและองค์ความรู้ (Know-how) ที่ได้จากการสั่งสมเหล่านี้เป็นจุดแข็งที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้แม้ว่าประเทศหรือบริบทของตลาดจะแตกต่างออกไป

สำหรับครั้งนี้ NTT Docomo Global จะนำประสบการณ์ดังกล่าวมาเชื่อมโยงและปรับให้เข้ากับบริบทของตลาดในประเทศไทย เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ๆ ร่วมกับเครือ CP และ Ascend Commerce โดยแกนหลักของความร่วมมือครั้งนี้คือแอปพลิเคชัน Amaze ที่พัฒนาโดย Ascend Commerce ซึ่งจะเสริมสร้างระบบที่เชื่อมโยงระหว่างองค์กรธุรกิจและผู้บริโภคผ่าน Amaze ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยขยายการเชื่อมโยงกับลูกค้าในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและใช้งานง่ายผ่านการใช้ประโยชน์จากคะแนนและข้อมูล ซึ่งจะช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถเข้าถึงและตอบสนองลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนฝั่งผู้บริโภคจะได้รับประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบองค์รวมที่สะดวกสบายและมีคุณค่ามากขึ้น

คุณคุริยามะเชื่อว่าผลกระทบของการริเริ่มในครั้งนี้จะไม่จำกัดอยู่เพียงแค่บริการใดบริการหนึ่ง แต่จะส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยในระยะกลางและระยะยาว โดยเครือ CP, Ascend Commerce และกลุ่ม NTT Docomo จะร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศที่เชื่อมโยงการเติบโตของธุรกิจ ความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค และการพัฒนาของสังคมโดยรวมเข้าด้วยกัน คุณคุริยามะยังย้ำว่าการประกาศในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นจาก Amaze ที่จะผลักดันความร่วมมือให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น นำไปสู่การพัฒนาด้านการตลาดและระบบนิเวศดิจิทัลของไทย และยกระดับความเป็นพันธมิตรระหว่างญี่ปุ่นกับไทย

ภาครัฐไทยหนุนเต็มที่ ยก Digital Economy โตเกือบ 5% พร้อมผลักดัน Data Center Hub และ LLM สัญชาติไทย

คุณพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขึ้นเวทีแสดงความยินดีกับความร่วมมือระหว่างกลุ่ม CP กับ NTT Docomo ในการลงทุนและเป็นพาร์ทเนอร์ในประเทศไทย พร้อมชี้ว่าการทำธุรกรรมระหว่างกันเป็นสิ่งที่ดี เป็นการแลกเปลี่ยนสิ่งที่ดีต่อกัน และสร้างคุณค่ากับระบบเศรษฐกิจโดยรวมโดยอัตโนมัติ

ท่านปลัดเล่าว่าประเทศไทยมี J-TEPA ซึ่งเป็นความตกลงการค้าเสรีทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น เป็นพื้นฐานของการทำธุรกรรมทางด้านดิจิทัล และชี้ให้เห็นสถานการณ์จริงในปีที่ผ่านมาว่า แม้ GDP ของประเทศไทยจะไม่ค่อยดี แต่หากแยกดูเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยจะพบว่าเติบโตได้เกือบ 5% เนื่องจากประเทศไทยมีปัจจัยพื้นฐานรองรับทางด้านดิจิทัลไม่ธรรมดา ทั้งโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่ติดอันดับหนึ่งในต้นของโลก การใช้เครื่องมือสื่อสารผ่านระบบดิจิทัล โทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ตพื้นฐาน และการใช้สื่อที่ติดอันดับโลกเช่นกัน ซึ่งสะท้อนความพร้อมของฝั่งภาคประชาชน

ในฝั่งภาครัฐเอง ประเทศไทยมีเป้าหมายชัดเจนที่จะเป็น Data Center Hub เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานรองรับมหาศาล ทั้งปริมาณไฟสำรองทั่วประเทศที่ได้จากการซื้อไฟจากประเทศเพื่อนบ้าน ทรัพยากรน้ำ และเครือข่ายถนนที่สามารถลากสายไฟเบอร์ออพติกไปที่ไหนก็ได้ ท่านปลัดมองว่า Loyalty E-commerce Point ตามที่คุณศุภชัยกล่าวถึงจะเป็นหนึ่งในพื้นฐานที่ต่อยอดไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและการเป็น Data Center Hub

นอกจากนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา LLM (Large Language Model) ของตัวเอง ซึ่งจะเปิดตัวในช่วงปลายเดือนนี้หรือสัปดาห์หน้า โดยจะเป็นพื้นฐานในการต่อยอดไปสู่โปรแกรม AI ในลักษณะเดียวกับ ChatGPT ท่านปลัดปิดท้ายว่ารัฐบาลพยายามวางพื้นฐานเพื่อให้ธุรกิจต่อยอดในด้านต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีของ NTT Docomo และตั้งเป้าว่าอันดับความพร้อมด้านดิจิทัลของไทยในทุกหมวดจะต้องดีขึ้นในปีนี้

สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ฉลอง 140 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต กับฐาน d POINT 100 ล้านสมาชิก

Mr. Hiroki Akasaka ผู้อำนวยการสำนักข่าวสารญี่ปุ่น สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ขึ้นกล่าวในฐานะตัวแทนสถานทูต โดยทักทายท่านปลัดพชร ทีม CP Group และ NTT Docomo Group พร้อมแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน

Mr. Akasaka กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นที่มีการแลกเปลี่ยนกันมาอย่างยาวนาน โดยในฤดูใบไม้ร่วงหรือเดือนตุลาคมของปีหน้าจะเป็นวันครบรอบ 140 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งการร่วมลงนามความร่วมมือระหว่าง Ascend Commerce กับ NTT Docomo Group ครั้งนี้จะเป็นอีกหมุดหมายสำคัญในช่วงเวลานี้

Mr. Akasaka ยังเปิดเผยขนาดของโปรแกรมสะสมแต้ม d POINT Club ของ Docomo Group ว่ามีสมาชิกมากกว่า 100 ล้านคน และหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจ พัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลของไทย และยกระดับความเป็นพันธมิตรระหว่างญี่ปุ่นกับไทยให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

Ascend Commerce เผย Amaze 1 ปีแรก 9.1 ล้านดาวน์โหลด 1 ล้านคนใช้งานแต้ม พร้อมบุกร้านอาหาร 100,000 แห่ง

คุณธรินทร์ ธนียวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Ascend Commerce จำกัด และผู้อำนวยการบริหารกลุ่มด้านอีคอมเมิร์ซ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เริ่มต้นด้วยการเผยว่า Amaze เปิดตัวในเดือนเมษายนปีที่แล้ว ถือว่าครบรอบ 1 ปีพอดี โดย Amaze ดำเนินธุรกิจ 3 ด้านหลัก

ด้านแรกคือการขายสินค้า ปัจจุบันบนแอป Amaze มีการเชื่อมบริการขายสินค้าอุปโภคบริโภคจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ทั้ง 7-Eleven, Lotus's และ Makro รวมถึงบริการต่างๆ จาก True และ TrueMoney นอกจากนี้ยังได้นำสินค้าจากร้านค้า SME เข้ามาขาย สร้างให้เป็นการขาย E-commerce แบบสมบูรณ์แบบ

ด้านที่สองซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นและสำคัญที่สุดคือการสร้างระบบแต้ม โดยทำให้ลูกค้าสามารถเอาแต้มของตัวเองในแต่ละที่มาเชื่อมเข้าหากันและใช้แทนเงินสดได้ ระบบที่เรียกว่า Amaze Point เชื่อมแต้มของกลุ่มบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น ALL Member ของ 7-Eleven, My Lotus's ของ Lotus's, Makro PRO Point, True Point และ TrueMoney Point พร้อมเชื่อมแต้มกับกลุ่มบริษัทธนาคารที่มีแต้มในบัตรเครดิตเข้ามาด้วย ทำให้ลูกค้า 1 คนสามารถนำแต้มที่มีอยู่ในบัตรเครดิตและในกลุ่มบริษัทดังกล่าวรวมกลายเป็น Amaze Point เพื่อใช้แทนเงินสดได้

ด้านที่สามคือการเอาแต้มไปแลกซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ซึ่งเป็นการขยาย Ecosystem ให้ใหญ่ขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะซื้อสินค้า แต่รวมถึงร้านอาหาร เครื่องดื่ม (Beverage) และตั๋วต่างๆ

สำหรับผลงานในรอบ 1 ปี แอปพลิเคชัน Amaze มียอดดาวน์โหลดเกือบ 10 ล้านครั้ง หรือ 9.1 ล้านดาวน์โหลด และมีจำนวนสมาชิกประมาณ 4 ล้านราย (ข้อมูล ณ วันที่ 15 เมษายน 2569) ในจำนวนนี้มีลูกค้ากว่า 1 ล้านคนที่ทำการแลกแต้ม โอนแต้ม และใช้บริการแต้มบนแอปพลิเคชัน Amaze ซึ่งสะท้อนชัดเจนว่าลูกค้าให้ความเชื่อมั่นและยอมรับคอนเซปต์ของการรวมแต้มและใช้แทนเงินสด ในรอบปีที่ผ่านมามี Transaction เกี่ยวกับแต้มเกือบ 3 ล้านครั้ง และเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีร้านค้าบนระบบกว่า 3,500 ร้าน มีการส่งของให้กับ 7-Eleven, Lotus's, Makro ผ่านเครือข่ายสาขากว่า 8,000 สาขาทั่วประเทศไทย ส่วนพันธมิตรร้านอาหารที่ใช้แต้มได้มีมากกว่า 1,050 ร้านแล้วในขณะนี้ และเมื่อรวมทั้ง Ecosystem ของเครือ CP พันธมิตรบนแพลตฟอร์มสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานไม่ซ้ำกันกว่า 40 ล้านรายได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก

คุณธรินทร์เปิดไทม์ไลน์กลยุทธ์ของ Amaze ในปี 2025 ว่าใน 6 เดือนแรกใช้เวลาเชื่อมระบบแต้มเข้ากับกลุ่มบริษัทในเครือ CP ทั้ง ALL Member, My Lotus's, Makro PRO Point, True Point และ TrueMoney Point ต่อมาในไตรมาสที่ 4 ได้เชื่อมระบบแต้มกับบัตรเครดิตชั้นนำของประเทศไทยแทบทุกใบ ไม่ว่าจะเป็น UOB, SCB PointX, ธนาคารกรุงเทพ, KBank, Bay และกลุ่มธนาคารอื่นๆ เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ Amaze เริ่มขยาย Ecosystem ให้แต้มของลูกค้าสามารถไปใช้ในกลุ่ม Ecosystem ที่ใหญ่ขึ้น ทั้งร้านอาหารและกลุ่มความสวยความงาม ทำให้วันนี้ลูกค้าสามารถใช้แต้มแลกคูปองไปใช้ที่ร้านอาหารชั้นนำได้

ในไตรมาสที่ 2 และเป้าหมายที่เหลือของปีนี้ กลยุทธ์สำคัญของ Amaze คือขยายการแลกแต้มและระบบ CRM เข้าสู่ Ecosystem ร้านอาหารซึ่งเป็นอีกหนึ่ง Ecosystem ที่สำคัญของประเทศไทย ด้วยจำนวนร้านอาหารเป็นแสนร้านและเชนขนาดใหญ่มากมาย Amaze ตั้งเป้าให้ร้านอาหารและธุรกิจบริการสามารถเชื่อมเข้ากับระบบได้ใน 2 รูปแบบ สำหรับร้านอาหารที่มีระบบ POS อยู่แล้ว สามารถเชื่อม API เข้ากับระบบของ Amaze เพื่อให้ลูกค้าแลกแต้มและใช้แทนเงินสดที่ร้านได้ ส่วนร้านอาหารขนาดใหญ่ที่ยังไม่มีระบบ Amaze จะจัดทำระบบ CRM Amaze Point ให้ ซึ่งจะทำให้ระบบร้านอาหารทุกแห่งสามารถเข้าถึงฐานลูกค้าของ Amaze และทำการตลาดดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้โดยตรง

คุณธรินทร์ย้ำว่าวิสัยทัศน์นี้ทำให้ Amaze ต้องพัฒนาเทคโนโลยีและมีแนวทางที่ชัดเจน ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ Amaze ยินดีต้อนรับ NTT Docomo Global ให้เข้ามาเป็นพันธมิตร โดยเล่าว่า NTT Docomo Global เป็นกลุ่มบริษัทโทรศัพท์ที่ใหญ่ที่สุดและเป็นเบอร์ 1 ในประเทศญี่ปุ่น หากผู้บริโภคเดินทางไปญี่ปุ่นจะเห็นตัวอักษร d POINT DOCOMO ตามร้านค้าและร้านอาหารต่างๆ ซึ่งเป็นระบบที่นำแต้มจากธุรกิจโทรคมนาคม (Telco) และ Mobile Service ไปเชื่อมกับ Ecosystem ขนาดใหญ่ทั่วประเทศญี่ปุ่น ลูกค้าสามารถใช้แต้ม d POINT ที่ร้านสะดวกซื้อและร้านอาหาร รวมถึงรับแต้มจากร้านเหล่านั้นได้ด้วย ทำให้ d POINT เป็นระบบแต้มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และต่อยอดไปเป็นวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) และบริการทางการตลาดเพื่อช่วยเหลือ SME อย่างเต็มรูปแบบ

Amaze Survey และ Amazing Japan สองโปรเจกต์แรกของความร่วมมือ เปิดใช้วันนี้ พร้อมต่อยอดพฤษภาคม

Ms. Mizuri Fujii ผู้อำนวยการ Consumer Marketing Business Division, NTT Docomo Global ขึ้นเวทีแนะนำรายละเอียดความร่วมมือในฐานะผู้แถลงท่านสุดท้าย โดยระบุว่า Amaze เป็นแพลตฟอร์มสะสมแต้มและ E-commerce ที่เป็น Touchpoint สำคัญในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคจำนวนมาก และเป็นที่รวบรวมข้อมูลการซื้อสินค้าของลูกค้าในตลาดไทย

ในความร่วมมือครั้งนี้ NTT Docomo จะนำโปรแกรมสะสมแต้ม Loyalty และความเชี่ยวชาญด้านการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่สั่งสมมาในญี่ปุ่นมาผสานกับ Amaze ทำให้ Amaze และบริษัทพันธมิตรเข้าใจลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น และสร้าง Engagement กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยมี 2 โปรเจกต์สำคัญที่จะเปิดตัว

โปรเจกต์แรกคือ Amaze Survey เป็นโครงการริเริ่มแรกจากความร่วมมือครั้งนี้ โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันแถลงข่าวนี้ทันที Amaze Survey เป็นบริการที่ช่วยให้บริษัทพันธมิตรของ Amaze สามารถทำแบบสำรวจออนไลน์ (Online Survey) กับสมาชิกของ Amaze ได้ ลูกค้าสามารถรับคะแนน Amaze Points ได้โดยการตอบแบบสอบถามง่ายๆ ภายในแอป Amaze จุดเด่นของโซลูชันนี้คือความสามารถในการทำแบบสำรวจที่เจาะจงไปยังกลุ่มสมาชิก Amaze โดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากการสำรวจแบบดั้งเดิมที่มักสุ่มกลุ่มเป้าหมายจากผู้บริโภคทั่วไป ทำให้ภาคธุรกิจได้รับข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณภาพสูงขึ้น

สิ่งที่ทำให้ Amaze Survey ต่างจากเครื่องมือทำ Survey ทั่วไปคือการพัฒนาร่วมกับ INTAGE Group บริษัทในเครือ DOCOMO Group ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยการตลาดที่ DOCOMO และ INTAGE ได้ร่วมกันพัฒนาบริการวิจัยในประเทศญี่ปุ่นมาก่อน และสร้างผลงานแข็งแกร่งในตลาดลอยัลตี้ของญี่ปุ่น โซลูชันนี้จึงไม่ใช่แค่เครื่องมือยิงแบบสอบถาม แต่ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการออกแบบการสำรวจ การวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ ทำให้องค์กรธุรกิจสามารถเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกให้กลายเป็นกลยุทธ์การเติบโตและแผนการดำเนินงานที่นำไปปฏิบัติได้จริง

Ms. Fujii ยังเผยว่า Amaze Survey คือจุดเริ่มต้น และ Amaze ตั้งเป้านำเสนอ Marketing Solution ที่หลากหลายให้กับบริษัทพันธมิตร รวมถึงบริการแจกคูปองและข้อเสนอพิเศษที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้ารายบุคคล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันโดยรวมของ Digital Ecosystem ภายในประเทศไทย โดยโซลูชันการตลาดทั้งหมดภายใต้ความร่วมมือนี้จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของประเทศไทยอย่างครบถ้วน

Consumer Engagement Program แต้ม 3 เท่า และสิทธิ์ผู้ใช้ใหม่ 200 บาท ต่อยอดดีลตลอดปี 2569

นอกเหนือจาก Amaze Survey และ Amazing Japan แล้ว Ascend Commerce ยังเตรียมเปิดตัวโครงการ Consumer Engagement Program ซึ่งเป็นแคมเปญต่อเนื่องตลอดปี 2569 เพื่อส่งมอบสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟและดีลพิเศษทั่วประเทศ ออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคไทยให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น

แคมเปญหลัก 2 ตัวที่เปิดตัวภายใต้โครงการนี้ ประกอบด้วย แคมเปญแต้ม 3 เท่า ที่ลูกค้าจะได้รับพอยท์สะสมเพิ่มเป็น 3 เท่าสำหรับทุกการใช้จ่ายที่ร้าน 7-Eleven, Lotus's และ ODM ผ่านแอปพลิเคชัน Amaze ด้วยยอดใช้จ่ายเท่าเดิม และ สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ใช้หน้าใหม่ ที่การซื้อครั้งแรกผ่าน Amaze Super App จะได้รับพอยท์สะสมเทียบเท่ามูลค่า 200 บาท เมื่อมียอดใช้จ่ายทุก 500 บาท ซึ่งเป็นสิทธิที่ช่วยให้ลูกค้าสัมผัสความคุ้มค่าของการเป็นสมาชิก Amaze ได้ทันทีตั้งแต่วันแรก

โปรเจกต์ที่สองคือ Amazing Japan เป็นการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้าโดยใช้เครือข่ายบริษัทญี่ปุ่นที่กลุ่ม Docomo มีอยู่ โดยจะสร้างโซนภายใน Amaze E-commerce ที่ให้พื้นที่กับแบรนด์ญี่ปุ่นคุณภาพสูงและน่าเชื่อถือที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อมอบคุณค่า (Value) ที่แตกต่างจาก E-commerce ที่แข่งขันด้านราคาในปัจจุบันให้กับลูกค้าชาวไทย

ในวันงานมีแบรนด์ญี่ปุ่นที่มาร่วมแสดงบูธและกำลังพิจารณาเข้าร่วม Amazing Japan จำนวนมาก อาทิ MITSUKOSHI DEPACHIKA, aiwa, Bigen, IRIS OHYAMA, LION และ SHARP โดย Amazing Japan วางแผนเปิดตัวภายในเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

NTT DOCOMO ส่ง Single ID × Full Funnel พร้อมผนึก INTAGE และ CARTA ยกระดับ Marketing DX

นอกจากคำกล่าวของ Mr. Hiroki Kuriyama จาก NTT Docomo Global แล้ว Mr. Hideki Ishibashi, Executive Officer and Head of Consumer Services Company, NTT DOCOMO ให้บริบทเพิ่มเติมถึงยุทธศาสตร์การขยายธุรกิจออกต่างประเทศ โดยระบุว่า DOCOMO ได้สร้างหนึ่งในฐานสมาชิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประมาณ 100 ล้านราย และใช้จุดแข็งนี้พัฒนาบริการที่ครอบคลุมทั้งด้านการเงินและความบันเทิง โดยเฉพาะธุรกิจโซลูชันด้านการตลาดที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลด้านการตลาด (Marketing DX) ของบริษัทต่างๆ ผ่านการใช้ข้อมูลฐานลูกค้าร่วมกับข้อมูลพันธมิตร และส่งมอบโซลูชันตามแนวทาง "Single ID × Full Funnel"

Mr. Ishibashi ยังระบุว่าโครงการในประเทศไทยผ่านความร่วมมือกับเครือ CP และ Ascend Commerce ถือเป็นโมเดลต้นแบบของการนำสินทรัพย์ในประเทศไปปรับใช้ในต่างประเทศ และเป็นโอกาสแรกในการแสดงให้เห็นถึงการผสานพลังระหว่าง DOCOMO และ INTAGE ในตลาดต่างประเทศ โดย DOCOMO ยังเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ INTAGE และ CARTA ทำให้สามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนห่วงโซ่คุณค่าครบวงจร (Value Chain) ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และในญี่ปุ่นกำลังส่งเสริมการปรับใช้โซลูชัน DX รูปแบบใหม่ที่ผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับการส่งโฆษณาแบบข้ามสื่อ (Cross-media) ครอบคลุมทั้งสื่อค้าปลีก สื่อโทรทัศน์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และแพลตฟอร์มอื่นๆ โดยเป้าหมายของการร่วมมือกับเครือ CP คือการขยาย Single ID Marketing โซลูชันที่พัฒนาในญี่ปุ่นมาสู่ตลาดไทย และต่อยอดสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป

ทีมผู้บริหารเชิงกลยุทธ์ และพรีเซนเตอร์ที่ร่วมงาน

ในงานแถลงข่าวยังมีการเสวนาถึงไฮไลต์ความร่วมมือและโซลูชันเชิงกลยุทธ์ โดยผู้บริหารจาก 3 ฝ่าย ประกอบด้วย คุณภูมิชนัตถ์ เรืองชัยนันท์ Chief Strategy Officer บริษัท Ascend Commerce จำกัด, Mr. Wataru Kawaguchi, Director, Marketing Innovation Department, NTT DOCOMO, INC. และคุณพลาศัย สุขทิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทจ ประเทศไทย จำกัด

นอกจากนี้ ดร. สรินทิพย์ สถิตย์เสถียร (ดร.แก้ว) กรรมการผู้จัดการ Amaze Super App บริษัท Ascend Commerce จำกัด ยังได้ขึ้นพูดคุยถึงโปรแกรมสำหรับผู้บริโภคของ Amaze ปี 2026 ร่วมกับคุณต้าห์อู๋-พิทยา แซ่ฉั่ว นักแสดงและศิลปินชื่อดัง ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์ผู้ใช้งานจริงภายในงาน

Ms. Fujii ปิดท้ายด้วยคำมั่นว่ากลุ่มบริษัท NTT Docomo ร่วมกับ CP Group และ Ascend Commerce จะส่งมอบคุณค่าให้แก่ธุรกิจ ลูกค้า และสังคมส่วนรวมในประเทศไทย โดยนำประสบการณ์ ความสามารถ (Capability) และเทคโนโลยีที่สั่งสมมาหลายปีในญี่ปุ่นมาใช้ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้นระหว่างธุรกิจและผู้บริโภคในไทย และยกระดับการตลาดและประสบการณ์ดิจิทัลในประเทศไทยให้ก้าวไปอีกขั้น

ปัจจุบัน Amaze Super App เปิดให้ดาวน์โหลดและใช้งานแล้ว โดยบริการ Amaze Survey เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันแถลงข่าว ขณะที่ Amazing Japan มีกำหนดเปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป

ที่มา: งานแถลงข่าว CP Group, Ascend Commerce, NTT Docomo Strategic Collaboration to Elevate Thailand's Consumer Experience

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

จากพื้นที่เช่า สู่ Tech Ecosystem ส่องวิธีคิดของ ‘ศศิธร วรัญญูวัฒนา’ ผู้นำ True Digital Park ที่เปลี่ยนออฟฟิศให้เช่าเป็นโอกาสทางธุรกิจ

เจาะลึกแนวคิดการสร้าง Tech Ecosystem ของ True Digital Park ภายใต้การนำของคุณแท็ป-ศศิธร วรัญญูวัฒนา จากพื้นที่สู่แพลตฟอร์มที่เชื่อมคน ธุรกิจ และโอกาส พร้อมบทเรียนสำคัญเรื่อง “การปรั...

Responsive image

Dell ชี้ AI PC และ Workstation คือเฟสต่อไปของ Enterprise AI ช่วยพนักงาน ประหยัดเวลา 2.17 ชั่วโมง/วัน ผลิตภาพเพิ่ม 30% จากงานวิจัยของ IDC

Dell Technologies เผยงานวิจัย IDC ชี้ 48% ขององค์กรใหญ่ในเอเชียแปซิฟิกเริ่มใช้ AI PC แล้ว และ 95% มองว่า Workstation จะสำคัญต่อโครงการ AI ใน 2 ปีข้างหน้า สะท้อนแนวคิด AI Compute Co...

Responsive image

Techsauce Global Summit 2026 เจาะลึกงานประชุมเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Techsauce Global Summit 2026 คือ งานประชุมสุดยอดด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ (Flagship Tech Conference) ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดขึ้นต่อเนื่องมากว่าทศวรรษ เพื่อเป็...