เจาะลึก Semiconductor ทำไมทุกประเทศต้องแย่งชิง?

สถาบันนโยบายยุทธศาสตร์แห่งออสเตรเลีย (Australian Strategic Policy Institute) ได้จัดการประชุมสุดยอด Sydney Dialogue ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกด้านนโยบายเกี่ยวกับเทคโนโลยีสำคัญ เทคโนโลยีเกิดใหม่ และเทคโนโลยีทางไซเบอร์ พร้อมทั้งออกรายงาน THE SYDNEY DIALOGUE - TECHNOLOGY EXPLAINERS ที่เจาะลึกถึงเทคโนโลยีซึ่งมีพลังในการเปลี่ยนแปลงโลก

ในบทความนี้ Techsauce จะพาไปสำรวจ Semiconductor เทคโนโลยีที่อยู่ทุกที่ ตั้งแต่สมาร์ทโฟนถึง AI  ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญหรือผลกระทบต่อโลกอย่างไร ไปทำความรู้จักกัน!

Semiconductor คืออะไร ?

Semiconductor หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Microchips เป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กมากที่ทำจากวัสดุบริสุทธิ์ เช่น ซิลิคอนหรือเจอร์เมเนียม โดยมีการเติมสารอื่นๆ ในปริมาณเล็กน้อยเพื่อควบคุมการนำไฟฟ้า ชิปเหล่านี้ทำหน้าที่หลากหลาย เช่น ขยายสัญญาณ สลับวงจร และแปลงพลังงาน ทำให้สามารถประมวลผล ตรวจจับ และเก็บข้อมูลได้ 

เซมิคอนดักเตอร์มีอยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทบทุกชนิด และมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเวลาผ่านไป ยิ่งในปัจจุบัน ชิปหนึ่งตัวสามารถมีทรานซิสเตอร์ได้นับพันล้านตัว และมีขนาดเล็กมากในระดับนาโนเมตร (nm) ซึ่งเล็กกว่าเส้นผมหรือแม้กระทั่งดีเอ็นเอของมนุษย์อีก

บริษัทเซมิคอนดักเตอร์มักแบ่งงานออกเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่ การออกแบบและการผลิต อาทิ

  • Fabless firms: บริษัทเหล่านี้มุ่งเน้นเฉพาะการออกแบบชิปแต่ไม่ได้ผลิตชิป
  • Foundries: บริษัทเหล่านี้มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตชิปโดยอิงตามการออกแบบของบริษัท Fabless

ในอดีต บริษัทเซมิคอนดักเตอร์แบบดั้งเดิมจะจัดการทั้งการออกแบบและการผลิต แต่ในปัจจุบัน บริษัทที่เน้นการออกแบบ (Fabless) หลายแห่งปล่อยให้บริษัทอื่นดูแลการผลิต ซึ่งมันส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดการหยุดชะงักหรือการขาดแคลน

ชิปในปัจจุบันมีขนาดเล็กลง ทรงพลังขึ้น และราคาถูกลง จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI, เครือข่าย 5G (อินเทอร์เน็ตมือถือความเร็วสูง) และการคำนวณเชิงควอนตัม การเป็นผู้นำในการผลิตชิปที่ทันสมัยเหล่านี้ช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ดังนั้น ประเทศและบริษัทต่างๆ จึงแข่งขันกันอย่างเข้มข้นเพื่อครองตลาดและเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่สำคัญนี้

แน่นอนว่าเมื่อ AI มาแรงมาก เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วก็ทำให้เกิดความต้องการเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างมาก คาดว่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกจะมีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030

สถานการณ์ปัจจุบันในอุตสาหกรรม Semiconductors

การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัจจุบันการแข่งขันระหว่างประเทศในด้านเซมิคอนดักเตอร์ (หรือชิป) มุ่งเน้นไปที่ Foundries โดยเฉพาะการผลิตชิประดับสูงที่มีความละเอียดมากในระดับนาโนเมตร ซึ่งเป็นชิปที่สำคัญต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ทางการทหาร ซึ่งมีบริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) เป็นผู้ผลิตชิประดับสูงที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยผลิตชิประดับสูงประมาณ 90% ของโลก 

ทำให้ไต้หวันเป็นศูนย์กลางสำคัญของการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และเป็นจุดแข่งขันทางยุทธศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน การพึ่งพาการผลิตชิปจากไต้หวันทำให้เกิดความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน จึงเป็นเหตุให้หลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ โดย  Samsung Electronics ลงทุนเพิ่มการผลิตชิปภายในประเทศเพื่อกระจายความเสี่ยงและเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน

ด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ สหรัฐอเมริกาออกกฎหมายที่เรียกว่า CHIPS and Science Act ปี 2022 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยจัดสรรงบประมาณ 52.7 พันล้านดอลลาร์สนับสนุนการผลิต การวิจัย และพัฒนาบุคลากรในสหรัฐฯ กฎหมายนี้มุ่งส่งเสริมการผลิตชิประดับสูงในประเทศ พร้อมทั้งให้แรงจูงใจแก่บริษัทต่างชาติ เช่น TSMC และ Samsung ในการตั้งโรงงานในสหรัฐฯ เพื่อลดการพึ่งพาชิปนำเข้า

ตั้งแต่มีการออกกฎหมาย บริษัทเทคโนโลยี เช่น Micron, GlobalFoundries, และ Qualcomm ได้ประกาศโครงการใหม่กว่า 10 โครงการในสหรัฐฯ โดยคาดว่าการลงทุนจากเอกชนจะเกิน 200 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 นอกจากนี้กฎหมายนี้ยังพยายามจำกัดการเข้าถึงของจีนต่อชิประดับสูง (28 นาโนเมตรและต่ำกว่า) โดยห้ามไม่ให้มีการใช้เงินสนับสนุนของสหรัฐฯ ในการทำกิจการเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ในรัสเซียและจีน นอกจากนี้ ยังส่งผลให้บริษัทอย่าง ASML ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องมือทำชิปในเนเธอร์แลนด์ ถูกห้ามไม่ให้ส่งออกเครื่องมือเหล่านี้ให้กับจีนด้วย

การกระจายห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรม Semiconductors ในปัจจุบัน หลายบริษัทและหลายประเทศกำลังพยายามที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานของเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อลดการพึ่งพาแหล่งผลิตหลักเพียงไม่กี่แห่ง เช่น TSMC กำลังสร้างโรงงานผลิตใหม่ในประเทศต่าง ๆ อย่างเช่น สหรัฐอเมริกา (รัฐแอริโซนา) ญี่ปุ่น และเยอรมนี ซึ่งเป็นการขยายและกระจายการผลิตไปยังที่อื่น ๆ เพื่อลดความเสี่ยงในกรณีที่เกิดปัญหาในบางพื้นที่

รัฐบาลก็เข้ามามีบทบาทเช่นกัน เช่น ญี่ปุ่นได้จัดสรรงบประมาณราว 13,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อส่งเสริมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ การดำเนินการทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงและความต่อเนื่องในการจัดหาเซมิคอนดักเตอร์ให้กับทั่วโลก ลดการพึ่งพาแหล่งผลิตเพียงไม่กี่แห่ง และเตรียมพร้อมรับมือกับการขาดแคลนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปในอุตสาหกรรม Semiconductors ?

ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ: ปัจจุบันหลายประเทศกำลังมีนโยบายปกป้องเศรษฐกิจของตนมากขึ้น ทำให้การค้าระหว่างประเทศเผชิญความท้าทาย หนึ่งในความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดคือความตึงเครียดเกี่ยวกับไต้หวัน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ หากเกิดความขัดแย้งขึ้น การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกอาจหยุดชะงัก ส่งผลให้ราคาสินค้าเทคโนโลยีหลายชนิดสูงขึ้น ทั้งอุปกรณ์สื่อสาร รถยนต์ และบริการต่าง ๆ เพื่อความมั่นคงของอุตสาหกรรมนี้ จึงจำเป็นต้องสนับสนุนความเป็นอิสระของไต้หวันและขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง

ปัญหาด้านแรงงาน: อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ต้องการแรงงานที่มีทักษะสูง แต่ขณะนี้มีปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถ ทำให้หลายประเทศอย่างไต้หวัน สหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ต้องวางแผนส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ โดยใช้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน พวกเขาวางแผนที่จะดึงดูดแรงงานจากต่างประเทศ ฝึกทักษะใหม่ให้แรงงาน และสนับสนุนสตาร์ทอัพ เพื่อรองรับความต้องการแรงงานที่คาดว่าจะมากกว่าหนึ่งล้านคนในอนาคต

ข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร: การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ต้องใช้น้ำเป็นจำนวนมาก แต่ปัญหาการขาดแคลนน้ำและความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศมักถูกมองข้าม งานวิจัยพบว่า 40% ของโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ที่วางแผนจะสร้างในอนาคต อยู่ในพื้นที่ที่มีปัญหาขาดแคลนน้ำสูง ความเสี่ยงนี้จึงเป็นสิ่งที่บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ต้องพิจารณาในการวางแผนสร้างโรงงาน เพื่อให้มั่นใจว่าการผลิตจะไม่หยุดชะงักในระยะยาว

อ้างอิง: THE SYDNEY DIALOGUE - TECHNOLOGY EXPLAINERS

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ไทยต้องคิดใหม่ ถ้าอยากดึงลงทุนโลก เจาะ 3 สิ่งที่ไทยต้องเร่งทำ ฉบับซีอีโอ WHA

ในเวลาที่โลกเปลี่ยนเร็ว ทั้งเรื่องเทคโนโลยี เศรษฐกิจ ไปจนถึงการเมืองโลก โจทย์ใหญ่ของไทยในวันนี้ไม่ใช่การตั้งคำถามว่าเราจะโตยังไง แต่คือ ‘จะทำยังไงให้ไทยยังเนื้อหอมในสายตานักลงทุน’...

Responsive image

True Digital Academy x Thoughtworks เปิดตัว ‘Enterprise AI Adoption Turnkey’ เปลี่ยนโปรเจกต์ทดลอง สู่ผลลัพธ์ธุรกิจจริง

True Digital Academy ผนึกกำลัง Thoughtworks เปิดตัว Enterprise AI Adoption Turnkey มุ่งแก้ปัญหาช่องว่างด้านทักษะและการใช้งาน AI ในองค์กรไทย พร้อมเป้าหมายอัปสกิลบุคลากรหลักแสนคน เพื...

Responsive image

AI มาแทน ‘งาน’ ไม่ใช่แทน ‘คน’ MFEC ผู้ช่วยปฏิวัติโครงสร้างองค์กร แนะขั้นตอน AI Transformation ยกระดับธุรกิจอย่างปลอดภัยและยั่งยืน

บทสัมภาษณ์ คุณธนกร ชาลี COO, MFEC ที่จะทำให้เข้าใจการทำ AI Transformation ในองค์กร พร้อมทั้งแนวคิดในการนำ AI และโซลูชันมาสนับสนุนธุรกิจของลูกค้า รวมถึง Use Cases จริงจากงาน MFEC In...