แน่นอนว่าช่วงนี้ใครๆ ก็ต้องเคยเห็นภาพแนว Ghibli (อ่านว่า “จิบลิ”) วนเวียนอยู่เต็มฟีด สไตล์ภาพวาดสุดละมุนจากสตูดิโอแอนิเมชันระดับตำนานจากญี่ปุ่นที่มี Hayao Miyazaki และ Isao Takahata เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง
กระแสนี้เริ่มต้นหลัง OpenAI เปิดตัวเครื่องมือสร้างภาพใหม่ล่าสุด ที่ขับเคลื่อนด้วย GPT-4o และสามารถสร้างภาพสไตล์ Ghibli ได้อย่างแนบเนียนจนแทบแยกไม่ออก แต่ในขณะที่โลกอินเทอร์เน็ตกำลังสนุกกับการแปลงภาพให้ดู “อบอุ่นเหมือนอยู่ในอนิเมะ” ก็มีคำถามตามมาว่า นี่คือความก้าวล้ำของเทคโนโลยี หรือเป็นการทำลายจิตวิญญาณของ Ghibli กันแน่
เพราะถ้ารู้จัก Miyazaki ดีจะรู้ว่าเขาเคยวิจารณ์เทคโนโลยี AI อย่างเผ็ดร้อนว่าเป็น “การดูหมิ่นชีวิต” เรียกว่าขัดแย้งกับแนวคิดเบื้องหลังสตูดิโอโดยสิ้นเชิง ยิ่งไปกว่านั้น หลายคนก็อดสงสัยไม่ได้ว่าภาพที่ ChatGPT เจนออกมาได้เหมือนขนาดนี้...มีการเอาผลงานของ Ghibli ไปใช้เทรนระบบอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า ?
หลังจากที่โลกอินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยภาพสไตล์ Ghibli ที่สร้างจาก AI คนก็เริ่มตั้งคำถามถึงจิตวิญญาณของงานศิลปะ แต่ในอีกมุมหนึ่งความไวรัลของฟีเจอร์นี้ก็แรงขนาดทำให้ฝั่ง OpenAI ต้องขอหยุดพักตัวเองชั่วคราว
Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ออกมาประกาศเมื่อวันพฤหัสฯ ว่า ระบบสร้างภาพจาก ChatGPT ที่เพิ่งเปิดตัวไปต้นสัปดาห์นี้ กำลังทำให้เซิร์ฟเวอร์ของบริษัท “ร้อนจนแทบละลาย” เพราะคนแห่เข้าไปใช้งานกันถล่มทลาย
“ดีใจที่เห็นคนชอบเล่นกับภาพ แต่ตอนนี้ GPU เรากำลังละลายอยู่แล้วครับ” Altman โพสต์ใน X พร้อมบอกว่าฟีเจอร์นี้จะถูกจำกัดการใช้งานชั่วคราว เพื่อปรับให้ประสิทธิภาพดีขึ้น OpenAI ระบุว่าจะจำกัดให้ผู้ใช้ฟรีจะสามารถสร้างภาพได้วันละ 3 รูปในเร็ว ๆ นี้
ก่อนที่กระแส AI จะบูมทั่วโลก มีคลิปหนึ่งที่ถูกพูดถึงมาก เป็นช่วงที่ Miyazaki ถูกนำเสนอผลงานจากระบบ AI ซึ่งสร้างภาพเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตคลานไปกับพื้น ดูประหลาดและน่าขนลุกคล้ายสัตว์ประหลาดในเกมสยองขวัญ
แทนที่จะประทับใจ Miyazaki กลับนิ่งเงียบ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ผมนึกถึงเพื่อนที่พิการของผม เขายกแขนแทบไม่ได้ด้วยซ้ำ แค่จะไฮไฟว์ยังลำบาก แล้วคุณกลับเอาความเจ็บปวดมาเป็นเรื่องสนุกแบบนี้ได้ยังไง ใครที่สร้างสิ่งพวกนี้ไม่มีทางเข้าใจความเจ็บปวดของมนุษย์”
เขาพูดชัดเจนว่า “ผมรู้สึกขยะแขยงโดยสิ้นเชิง และผมไม่มีวันอยากให้เทคโนโลยีแบบนี้เข้ามาอยู่ในงานของผมแม้แต่นิดเดียว ผมรู้สึกว่ามันคือการดูหมิ่นชีวิต”
เพราะสำหรับ Ghibli ศิลปะไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่คือการเคารพชีวิตและธรรมชาติ ภาพยนตร์ของสตูดิโอมักถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับโลกอย่างลึกซึ้ง เน้นความสมดุลและความรู้สึกจริง การที่ AI ถูกนำมาเลียนแบบศิลปะเช่นนี้ จึงยิ่งตอกย้ำความย้อนแย้งระหว่างเครื่องจักร กับจิตวิญญาณที่ Ghibli พยายามรักษาไว้เสมอ
กระแสภาพ AI สไตล์ Studio Ghibli ที่กำลังไวรัลอยู่ตอนนี้ ไม่ได้สร้างแค่ความตื่นเต้นในโลกโซเชียล แต่ยังจุดประเด็นร้อนเรื่อง “ลิขสิทธิ์” ตามมาด้วย เพราะแค่วันเดียวหลัง OpenAI ปล่อยฟีเจอร์สร้างภาพด้วย GPT-4o โลกออนไลน์ก็เต็มไปด้วยมีมในโทนอบอุ่นสไตล์ Ghibli ไม่ว่าจะเป็น Elon Musk เวอร์ชันอนิเมะ, Donald Trump ในฉากแฟนตาซี หรือแม้แต่ The Lord of the Rings ฉบับญี่ปุ่นโบราณ
นั่นทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า ฟีเจอร์นี้ “ได้แรงบันดาลใจ” หรือ “เอางานของคนอื่นมาฝึกโมเดล” กันแน่ ?
แม้ “สไตล์” จะไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครองโดยตรง (ตามความเห็นของ Evan Brown นักกฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญา) แต่ประเด็นสำคัญคือ AI เหล่านี้ถูกฝึกด้วยอะไร ? ถ้าเบื้องหลังของความเหมือนนี้เกิดจากการใช้ฉากจากภาพยนตร์ของ Ghibli นับล้านเฟรมเพื่อฝึกโมเดล AI ก็อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิผลงานต้นฉบับ ขึ้นอยู่กับว่าศาลจะตีความว่าอยู่ภายใต้ “fair use” หรือไม่
แม้ด้าน OpenAI จะชี้แจงว่า ChatGPT ถูกออกแบบให้หลีกเลี่ยงการเลียนแบบ “ศิลปินที่ยังมีชีวิต” แต่ก็ยังอนุญาตให้จำลอง “สไตล์ของสตูดิโอ” ซึ่งในกรณี Ghibli ก็ดูจะไม่ต่างจากการเลียนแบบผลงานของ Hayao Miyazaki ที่ยังมีชีวิตและยังทำงานอยู่เช่นกัน
ทาง TechCrunch ได้ทดลองเครื่องมือสร้างภาพของหลายเจ้า ไม่ว่าจะเป็น Gemini ของ Google, Grok ของ xAI หรือ Playground.ai และพบว่า OpenAI คือเจ้าเดียวที่สร้างภาพแนว Ghibli ได้เหมือนที่สุด
ความไวรัลของภาพ Ghibli จาก AI อาจดูเป็นเรื่องสนุกในสายตาหลายคน แต่เมื่อย้อนกลับไปยังแนวคิดที่ Studio Ghibli ยึดมั่นมาตลอด ศิลปะที่เกิดจากการใส่ใจ ละเอียดอ่อน และเคารพชีวิต มันก็ชวนให้เรากลับมาตั้งคำถามว่า เทคโนโลยีที่เราสร้างขึ้นวันนี้ กำลังเดินไปข้างหน้า หรือกำลังทำลายสิ่งสำคัญที่มนุษย์เคยสร้างขึ้นด้วยมือเปล่า ?
อ้างอิง: forbes, faroutmagazine, cnbc, techcrunch