คำต่อคำ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ บนเวที Techsauce Global Summit 2017 | Techsauce

คำต่อคำ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ บนเวที Techsauce Global Summit 2017

หลังจากที่ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ประธานสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย อดีตเลขาธิการอาเซียน และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อีกทั้งยังเคยเป็น Speaker ในงาน Techsauce Summit 2017 ได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคหัวใจเฉียบพลันในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 เวลา 15:30 น. ด้วยวัย 68 ปี

Techsauce ขอร่วมรำลึกถึงการจากไปของ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ด้วยการนำคำพูดของท่าน เมื่อครั้งที่ท่านเป็น Speaker ในงาน Techsauce Summit 2017 มาให้อ่านกัน เพื่อที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในวงการต่าง ๆ จะได้สานต่อแนวคิดของท่านให้เป็นจริงได้ในอนาคต

เนื้อหามีดังนี้

"ขอบคุณครับ ขอผมเริ่มด้วยการเล่าให้ฟังแบบนี้ครับ ผมตอบรับคำเชิญมาร่วมงานนี้ด้วยความรู้สึกที่ค่อนข้างหวั่น ๆ เหมือนกันเพราะงานนี้ได้วางตัวเองเป็นงาน Tech conference ที่อันตรายที่สุดในเอเชีย และผมก็คิดว่าคนมองว่าว่า startup และเทคโนโลยีนั้นเป็นสิ่งที่ disruptive และอันตราย แต่สำหรับผมแล้วมันไม่ใช่เป็นเพราะอายุอย่างที่คุณกรได้กล่าวเมื่อซักครู่ แต่เป็นเพราะเรื่องของ mentality และ mindset มากกว่า

ผมมองว่าถ้าคุณมีความกระหายใคร่รู้ในสิ่งต่าง ๆ มากพอว่าสิ่งต่าง ๆ ทำงานอย่างไร และเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยได้อย่างไร ซึ่งจากประสบการณ์ของผมที่ได้ทำงานกับรัฐบาลมาแล้ว 4 รัฐบาลรวมถึงในระดับภูมิภาคนี้ ผมคิดว่าถ้าเรามีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลนั้นไม่ได้รู้ไปเสียทั้งหมด ไม่รู้ถึงวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะอยู่รอบตัวเราที่ไหนสักแห่ง ถ้าภาครัฐมีความเชื่อมั่นและอ่อนน้อมถ่อมตนมากพอที่จะมองหาหรือร้องขอ รัฐบาลควรจะต้องค้นหาให้พบว่าตรงไหนที่มีช่องว่าง ตรงไหนที่มีการกระจุกตัวของปัญหาที่ควรจะได้รับการแก้ไข และเปิดเผยสิ่งเหล่านั้น

ซึ่งจริง ๆ ก็มีตัวอย่างมากมายที่เกิดขึ้นรอบโลกที่รัฐบาลมีความเชื่อมั่นมากพอที่จะออกมายอมรับว่าเรามีปัญหาเช่นนี้ ต้องการการแก้ไข แต่รัฐไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเองเพราะรัฐไม่มีบุคลากรที่มี mentality หรือมีประสบการณ์ที่จำเป็น หรือ mindset เช่นนั้นในการแก้ปัญหาและรัฐบาลเปิดใจยอมรับ เช่น City Mapper ในลอนดอนสามารถที่จะเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้ เพราะหน่วยงานรัฐของลอนดอนเปิดเผยข้อมูลว่าคนต้องการที่จะเดินทางจากที่ไหนไปที่ไหนในเวลาใดของวัน และเส้นทางการเดินรถไม่จำเป็นต้องถูกจัดไว้ตายตัวตลอดเวลาแต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณความต้องการในแต่ละช่วงของวัน

การเปิดใจของภาครัฐและการเติบโตของเมืองนั้นเป็นเรื่องเดียวกัน การทดลองทำในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทั่วโลกทำให้ผมเชื่อว่ามีหนทางแก้ปัญหามากมายให้ภาครัฐซึ่งเป็นองค์กรที่ถูกคาดหวังว่าจะต้องให้บริการที่ดีขึ้นแก่ภาคประชาชน สามารถที่จะใช้หรือพึ่งพาเพื่อที่จะแก้ปัญหาที่ประชาชนคาดหวัง ซึ่งประชาชนก็อยากจะมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ดังนั้นความอ่อนน้อมถ่อมตนของภาครัฐจึงสำคัญมาก และภาครัฐควรยอมที่จะเปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริงต่าง ๆ เพื่อให้ข้อมูลกับคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ มี passion หรือ มีความต้องการที่จะเข้ามาช่วยเหลือ จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไม Govtech ซึ่งเป็นกองทุนที่ระดมเงินเพื่อจะเข้ามาช่วยภาครัฐในการเข้าใจและวิเคราะห์ปัญหาของตัวเองถึงมีมูลค่าสูงถึง 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนั่นเยอะมากสำหรับรัฐบาลต่าง ๆ ในการที่จะเข้าถึงและเข้าใจปัญหา เพื่อการวิเคราะห์และเพื่อหาหนทางที่จะแก้ไขปัญหา และหาวิธีการที่ดียิ่งขึ้นในการแก้ปัญหาที่ภาครัฐไม่สามารถทำได้

ปัญหาของภาครัฐคือการที่คิดว่าตัวเองมีอำนาจโดยชอบธรรมที่คนอื่นไม่สามารถก้าวล่วงได้ และพวกเขาก็ระแวงกับความมั่นคงของอำนาจตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลที่ควรมีส่วนร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ควรจะเป็น รวมถึงไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เราใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มีอยู่ได้ ผู้คนจะมีความต้องการมากขึ้น คาดหวังมากขึ้น อยากมีส่วนร่วมและลงมือทำในสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น

เราควรที่จะเปิดพื้นที่สำหรับพวกเขา"

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

KBTG เผย ‘Horizontal Core Banking’ บิ๊กโปรเจกต์ขยายระบบหลังบ้าน KBank รองรับการเติบโตได้ถึงปี 2031

เจาะอินไซด์การขยายระบบหลักของธนาคารกสิกรไทย เพื่อรองรับการเติบโตของลูกค้ายาวถึงปี 2031 ใน ‘Core Banking Horizontal Scale Project’ โดยทีม KBTG และทีม KBank รวมแล้วพันคน มาร่วมแรงร่ว...

Responsive image

DeepSeek และ Qwen: เมื่อ AI ราคาถูกเปลี่ยนโฉมโลก

DeepSeek และ Qwen จาก Alibaba กำลังเปลี่ยนแปลงวงการ AI ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ธุรกิจ และระบบนิเวศ AI ทั่วโลก สุภาวดี ตันติยานนท์ วิเคราะห์ผลกระทบและแนวทางที่ประเทศไทยค...

Responsive image

ทำไม Deepseek อาจยังไม่ใช่การก้าวกระโดดของเทคโนโลยี ฟังความเห็น ดร.พัทน์ แห่ง MIT Media Lab

DeepSeek R1 คือ AI จากจีนที่ถูกมองว่าอาจท้าทาย ChatGPT-O1 ของ OpenAI แต่ ดร. พัทน์ ภัทรนุธาพร วิเคราะห์ว่า DeepSeek อาจยังไม่ใช่ "breakthrough" ที่แท้จริง...