การระบาดของ COVID-19 ที่กระจายไปทั่วโลก ทำให้วิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลกต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สร้างความตกตะลึงทั้งกับเหล่าคนทำงานและภาคธุรกิจให้ต้องเผชิญกับการปรับตัวไปสู่หนทางการทำงานแบบใหม่อย่างเร่งด่วน

การระบาดเป็นวงกว้างและภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความท้าทายอย่างมากต่อองค์กร ทั้งด้านกระบวนการทำงาน รวมถึงต้องพบกับภาวะแรงกดดันทางการเงินที่มากกว่าปกติ โดยการระบาดครั้งนี้ยังทำให้โลกแห่งการทำงานต้องมีการสร้างสมดุลระหว่างพนักงานที่ต้องการความมั่นใจและมั่นคงจากองค์กร ส่วนองค์กรก็ต่างแสวงหาความยืดหยุ่นและคล่องตัว หลังจากการระบาดของโรคสิ้นสุดลง ภาคธุรกิจจะพบกับรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน เช่น ในปัจจุบันก็มีการทำงานจากที่บ้านกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพนักงานและองค์กรปรับวิธีการทำงาน จึงส่งผลให้เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติที่ใช้ทำงานแทนคน (Robotic Process Automation) รวมถึง “RPA” กลายเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับองค์กรต่าง ๆ การรับมือกับการทำงานรูปแบบใหม่ขององค์กรที่ต้องมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในช่วงของการระบาดและหลังการระบาด

ปฏิรูปองค์กรด้วย Digital Transformation และระบบ RPA (Robotic Process Automation) 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการระบาดของ COVID-19 เป็นตัวกระตุ้นสำคัญต่อองค์กรและธุรกิจต่าง ๆ ให้มีการปรับตัวเร็วขึ้น นอกเหนือไปจากการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งองค์กรและผู้ประกอบธุรกิจต้องหันมาพัฒนาตัวเองหนักกว่าเดิม โดยเฉพาะการทำ Digital Transformation เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และวัดผลตอบแทนการลงทุน (Return On Investment: ROI) ซึ่งหนึ่งในเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติอย่าง RPA (Robotic Process Automation) มีความสามารถช่วยพัฒนากระบวนการทำงานให้ดียิ่งขึ้นได้


เพื่อให้เห็นการจัดการหลังการระบาดที่ชัดเจนขึ้น ทาง UiPath ได้ให้ทาง Forrester Consulting (บริษัทวิจัยตลาดจากสหรัฐฯ) ประเมินผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบกับอนาคตของการทำงานและระบบอัตโนมัติ (Automation) โดย Forrester ได้ทำการสำรวจผ่านทางออนไลน์กับผู้นำองค์กร (ระดับผู้บริหารขึ้นไป) ทั้งหมด 160 คน จากกลุ่มงานด้านปฏิบัติการ ด้านการใช้ประโยชน์ร่วมกันจากทรัพยากรที่มีอยู่ (Shared Services) ด้านการเงิน และสายธุรกิจอื่น ๆ จากประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา พบว่าการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้:

  • ทำให้เกิด Digital Transformation เร็วขึ้นกว่าปกติและมีการลงทุนในระบบอัตโนมัติ (Automation) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าองค์กรต่าง ๆ มีการทำ Digital Transformation มาหลายปีแล้วก็ตาม แต่การระบาดของ COVID-19 ได้ทำให้กระบวนการดังกล่าวเกิดเร็วขึ้นกว่าเดิม และผู้ตอบแบบสอบถาม 48% กล่าวถึงองค์กรของตนว่ามีการเพิ่มงบประมาณเพื่อใช้ไปกับ RPA ในปีหน้าเพิ่มขึ้น 5% หรือมากกว่านั้น นอกจากนี้ วิกฤตครั้งนี้ได้แบ่งบริษัทต่าง ๆ ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่เข้าใจถึงความจำเป็นในการทำ Digital Transformation กับกลุ่มที่ไม่เห็นความจำเป็นนี้

  • เพิ่มความสำคัญในการให้พนักงานเป็นศูนย์กลาง (People-Centered) ภายหลังจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้พิสูจน์แล้วว่าระบบอัตโนมัติ (Automation) มีความจำเป็นต่อองค์กร เพื่อรับมือกับความท้าทายและข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม องค์กรต่าง ๆ ก็ยังคงต้องมีวิธีในการเข้าหาหรือรับมือกับพนักงานที่ละเอียดอ่อนด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการฝึกทักษะของการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifetime Learning) ให้พนักงาน มีการเฝ้าสังเกตความวิตกกังวลของพนักงาน และการกำหนดวิธีจัดการทรัพยากรต่าง ๆ ที่กระจายออกก็เป็นสิ่งใหม่ที่บริษัทส่วนใหญ่ต้องทำ รวมถึงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในที่ทำงาน และเพิ่มทักษะทั่วไปที่สามารถถ่ายทอดกันได้ระหว่างการทำงาน (Transferable Skills) สามารถช่วยให้องค์กรมีทัศนคติหรือแนวคิดแห่งความสำเร็จ (Growth Mindset) ต่อไป และยังทำให้พนักงานมีความพร้อมสำหรับโลกของการทำงานแห่งอนาคต (The Future Of Work)

  • ก้าวไปสู่โลกของการทำงานแห่งอนาคตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการระบาดของ COVID-19 ทำให้คนทำงานต้องกระจายตัวกันไปทำงานอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้น มีการทำงานจากที่บ้าน หรือใช้วิธีการประชุมทางไกล (Video Conferencing) ซึ่งกลายเป็น New Normal ของคนทำงานที่ปกติจะทำงานในออฟฟิศจนเคยชิน ยกตัวอย่างในสหภาพยุโรป ที่มีเปอร์เซ็นต์ของพนักงานที่ทำงานจากที่บ้านแบบครั้งคราว ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจาก 6 เปอร์เซ็นต์ในปี 2009 เป็น 9 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2019 ซึ่งการระบาดของ COVID-19 เป็นตัวเร่งเทรนด์ดังกล่าวและไม่มีทีท่าว่าจะกลับไปเป็นอย่างเดิม นอกจากนี้ ทำให้เกิดการลดต้นทุนต่าง ๆ ของสำนักงาน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง มีการรักษาพนักงานไว้กับองค์กร พนักงานมีประสิทธิภาพการทำงานที่มั่นคง พนักงานมีขวัญและกำลังใจมากขึ้น ความไม่แน่นอนต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสุขภาพเป็นสิ่งที่ให้ความสนใจมากขึ้น รวมถึงอุปสรรคสำหรับการทำงานระยะไกล (Remote Work) ก็ได้หมดไปทันที เพราะจะมีวิธีการทำงานที่ยืดหยุ่นเข้ามาแทน

RPA คืออะไร? เหมาะกับงานแบบใด?

RPA (Robotic Process Automation) คือ รูปแบบของเทคโนโลยีอัตโนมัติในกระบวนการทางธุรกิจที่ใช้หุ่นยนต์ (Robot) กรณีนี้หมายถึง Software Robot ที่มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหรือช่วยงานคน

RPA เหมาะกับงานที่มีปริมาณมาก งานที่มีรูปแบบการดำเนินงานแบบทำซ้ำ ๆ และมีเงื่อนไขการตัดสินใจเป็นแบบแผน เช่น งานเก็บข้อมูล ส่งอีเมล และงานพิมพ์ เป็นต้น ลักษณะของการใช้งานสามารถทำได้โดยการดาวน์โหลดหรือติดตั้งระบบ RPA ลงบนคอมพิวเตอร์ (PC) แล้วจึงเขียนและสร้าง หรือลากวางกล่องคำสั่งต่าง ๆ เป็นขั้นตอนการทำงาน (Workflow) ให้ Robot ดำเนินงาน

ประโยชน์ขององค์กรที่ได้รับจากการนำ RPA มาประยุกต์ใช้

ปัจจุบันระบบ RPA เป็นเทคโนโลยีที่มีความนิยมมากจากทั่วโลก หลายประเทศเริ่มมีการนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและปรับปรุงธุรกิจให้ดีขึ้น นำมาช่วยลดปริมาณงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ ให้จบเร็วขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจดำเนินไปได้เร็วขึ้น รวมถึงลดความผิดพลาดของงานที่เกิดจากคน (Human Error) ส่งผลให้ได้ปริมาณงานมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์ที่สำคัญอื่น ๆ ของการนำ RPA UiPath มาใช้ในองค์กร ได้แก่

  • ช่วยเพิ่มผลลัพธ์ของการทำ Digital Transformation ให้รวดเร็วขึ้น 

  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินงาน

  • ช่วยเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า

  • ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานของพนักงาน

  • ช่วยพัฒนาให้การดำเนินงานสามารถเป็นไปตามข้อกำหนดขององค์กรได้อย่างถูกต้อง

นับว่าเป็นความหวังใหม่อีกทางหนึ่งของการแก้ปัญหาการทำงานสำหรับองค์กรในตอนนี้และในอนาคต ช่วยให้พนักงานสามารถเน้นการทำงานที่สำคัญกว่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

RPA: UiPath Platform ประกอบด้วยอะไรบ้าง และส่วนสำคัญของผลิตภัณฑ์มีอะไรบ้าง

UiPath คือ หนึ่งใน RPA Platform ชั้นนำระดับโลกสำหรับการสร้างหุ่นยนต์ให้ทำงานได้แบบ End-to-End Solution ซึ่งสอดคล้องกับที่บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชื่อดังอย่าง Gartner ได้จัดทำบทความ 10 อันดับกลยุทธ์การใช้เทคโนโลยีสำหรับปี 2020 ได้ให้คำจำกัดความ เทคโนโลยีเทรนด์ หนึ่งว่า Hyperautomation หมายถึงการผสมผสานระหว่าง RPA และ Disruptive Technologies เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), Machine Learning (ML), เหมืองกระบวนการ (Process Mining), การจัดการด้านการตัดสินใจ และอื่น ๆ เพื่อนำเสนอระบบการทำงานอัตโนมัติ แบบ End-To-End Solution โดยมี RPA เป็นหัวใจหลักในการผสานการทำงาน ซึ่ง UiPath Platform สามารถรองรับการทำงานได้ในทุกขั้นตอนของระบบทำงานอัตโนมัติ (Automation) ตั้งแต่การค้นหากระบวนการที่เหมาะสมเพื่อพัฒนาเป็น Automation Process (Discover), การพัฒนา (Build), การจัดการ Process และ Robot (Manage), การทำงานด้วย Software Robot (Run), การทำงานร่วมกันระหว่างคนและ Software Robot (Engage) และการวัดผลการทำงาน (Measure) 

ส่วนหลักสำคัญของ UiPath ที่จำเป็น ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่

  • ขั้นตอนการพัฒนากระบวนการอัตโนมัติ (Build) ด้วยเครื่องมือ UiPath Studio สำหรับนักพัฒนา หรือ RPA Developer 
  • ขั้นตอนการจัดการ (Manage) ด้วยเครื่องมือ UiPath Orchestrator ใช้ในการจัดการการทำงานของ Robot กับ Process ที่ต้องการ ทั้งการจัดลำดับการทำงาน การตั้งเวลาการทำงานของ Robot (Scheduling) รวมถึงการจัดการ Log การทำงาน
  • ขั้นตอนการทำงาน (Run) ด้วยเครื่องมือ UiPath Robot ซึ่งมี 2 รูปแบบ คือ 
    • UiPath Attended Robot เป็นการทำงานผสานระหว่างคนและ Software Robot เปรียบเสมือนเป็น Human assistant 
    • UiPath Unattended Robot – เป็นการทำงานอัตโนมัติด้วย Software Robot โดยการกำหนดตารางเวลาการทำงานของ Robot ให้สามารถทำงานได้เอง

ตัวอย่างกระบวนการ RPA ที่นําไปประยุกต์ใช้ในงานบัญชีและการเงิน ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย

กระบวนการทางธุรกิจด้านบัญชีและการเงินได้รับความสนใจ และเป็นที่นิยมในการประยุกต์นำ RPA มาปรับใช้เป็นอันดับหนึ่งทั้งในไทยและภาพรวมโลก สาเหตุเพราะงานด้านบัญชีและการเงินมีกำหนดเวลาที่ชัดเจน มีรูปแบบการทำงานซ้ำๆ เป็นรายวัน รายเดือน และรายปี รวมถึงขั้นตอนการทำงานในแต่ละกระบวนการย่อยมีขั้นตอนที่ชัดเจนเป็นลำดับ อาจมีความแตกต่างเล็กน้อยในแต่ละธุรกิจ ตัวอย่างหนึ่งที่นิยมในการนำ RPA เข้ามาช่วยดำเนินงาน เช่น กระบวนการทำรายงานกระทบยอดเงินฝากธนาคาร (Bank Reconciliation Report) โดยทั่วไปพนักงานบัญชีและการเงินจะเป็นผู้ดำเนินการ เริ่มต้นจากที่ มีการดาวน์โหลดรายการเงินฝากถอนในบัญชีเงินฝาก (Bank Statement) จากเว็บไซต์ของธนาคาร และดาวน์โหลดข้อมูลที่ต้องการจากระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) เช่น ระบบ SAP, Microsoft Dynamic เป็นต้น เพื่อนําข้อมูลจากทั้งสองแหล่งมาเปรียบเทียบยอด จากนั้นจึงส่งผลลัพธ์ที่ได้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางอีเมล หลังจากมีการนํา RPA มาประยุกต์ใช้งาน โดยให้ Software Robot ดําเนินงานแทน พบว่า ไม่พบความผิดพลาด และช่วยให้องค์กรสามารถทํางานได้รวดเร็วขึ้น ช่วยประหยัดเวลาไปได้ถึง 70% จากเดิม ซึ่งลดลงจาก 800 นาที ต่อเดือน เหลือเพียง 240 นาทีต่อเดือน โดยข้อมูลนี้ได้จากการเก็บข้อมูลจริงหลังจากที่เริ่มต้นใช้งาน RPA 

และอีกกรณีเป็นกระบวนการบันทึกใบแจ้งหนี้ (Invoice Processing) โดยที่การทำงานรูปแบบเดิมจะดำเนินการด้วยพนักงานบัญชีและการเงินทั้งกระบวนการ โดยเริ่มต้นจากการอ่านข้อมูลจากใบแจ้งหนี้ แล้วนำข้อมูลที่สำคัญมากรอกเข้าสู่ระบบ SAP ทีละไฟล์ หลังจากที่ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย จึงส่งอีเมลแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือหากพบปัญหาเกี่ยวกับใบแจ้งหนี้ในกรณีต่าง ๆ จะส่งอีเมลหาผู้ที่เกี่ยวข้องและปัญหาที่พบ เช่น ชื่อบริษัทไม่ตรงกับในระบบ หลักจากที่องค์กรมีการนำ RPA มาประยุกต์ใช้ กระบวนการดังกล่าวกลายเป็นการทํางานด้วย Robot 100% ในทุกขั้นตอน โดยสามารถดูตัวอย่างได้จากคลิปวีดิโอด้านล่างนี้


ในความเป็นจริงแล้ว ทุกองค์กรจะมีกระบวนการลักษณะนี้ หรือที่เรียกว่างาน Back Office ที่ปัจจุบันยังเป็นคนในการดำเนินการอยู่ในทุกแผนกขององค์กร ซึ่ง RPA จะเป็นตัวช่วยหนึ่งที่สามารถช่วยให้งานเหล่านี้ใช้เวลาทำลดลง มีความถูกต้องเพิ่มมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้องค์กรสามารถผลักดันและพัฒนาทักษะด้านอื่นของพนักงาน เพื่อนำมาช่วยพัฒนาองค์กรให้มีการเติบโตทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

ทดลองใช้งาน UiPath RPA Platform สามารถลงทะเบียนเพื่อรับการทดสอบระบบสาธิต (POC) ได้ทันที

หากสนใจ UiPath RPA Platform สามารถให้ทางบริษัท นิว คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี คอนซัลติ้ง จำกัด ทดสอบระบบสาธิต (POC : Proof Of Concept) เพื่อทดสอบประสิทธิภาพและความเหมาะสมต่อองค์กรของท่าน กรอกข้อมูลได้ที่: https://forms.gle/LVW44seqpS2qmJRX8 โดยทางบริษัทฯ เป็น Gold Partner กับ UiPath มีประสบการณ์ในการพัฒนา RPA (Robotic Process Automation) กว่า 4 ปี และมีการพัฒนากระบวนการธุรกิจที่หลากหลาย

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมงานได้ที่
บริษัท นิว คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี คอนซัลติ้ง จำกัด  (New Computer Technology Consulting Co., Ltd.) 
อาคารชาญอิสสระ ทาวเวอร์ 1 เลขที่ 942/42 ชั้นพลาซ่า, ถนนพระราม 4 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม. 10500
Email: [email protected], [email protected]
โทร: 087-790-6999 และ 087-518-0856
เว็บไซต์: https://nctthai.com
Facebook Page: RPA Thailand

บทความนี้เป็น Advertorial

RELATED ARTICLE

Responsive image

ก้าวต่อไปของภาคธุรกิจในอนาคตจะเป็นอย่างไร เมื่อ AI ผสานกับปัญญามนุษย์

แน่นอนว่าเรื่อง Digital Transformation นั้นเกิดขึ้นกับทุกอุตสาหกรรมอยู่ตลอดเวลา การมีความตื่นตระหนกกับเรื่องเทคโนโลยีหรือสิ่งที่เข้ามาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงว่ามันจะส่งผลกระทบอะไรน...

Responsive image

SCB Abacus จับมือ LnwShop ใช้ AI ให้บริการสินเชื่อดิจิทัล

ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ CEO บริษัท SCB Abacus จำกัด ผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อตอบโจทย์การใช้งานทางธุรกิจ และคุณปฐมพล แสงอุไรพร ผู้บริหารสูงสุด บริษัท LnwShop จำกัด เจ้าของเว...

Responsive image

เมื่อ Big Data และ AI พลิกโฉมวงการการตลาด เกษตรกรรม และสาธารณสุข

หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญแห่งยุคคือ Big data และ AI ที่กำลังเบ่งบานในทุกอุตสาหกรรม และเมื่อไม่นานมานี้ Dtac ได้จัดงานเสวนา “dtac Loop : The Shapes of Data” เพื่อเผยประสบการณ์การพัฒนาเท...