Innovation คือเมล็ดพันธ์ที่งอกงามขึ้นเป็นกิจการ Self-made อย่างกลุ่มบริษัท โชคนำชัย แห่ง จ.สุพรรณบุรี ที่สร้างโดยนำชัย สกุลฎ์โชคนำชัย อดีตช่างซ่อมรถยนต์ผู้จบเพียงป.4 ผู้ซึ่งทุกวันนี้ยังไม่หยุดฝันใหญ่เดินหน้าปั้น Sakun C ให้เป็นแบรนด์ไทยที่เลื่องชื่อ โดยแจ้งเกิดจากผลิตภัณฑ์เรืออลูมิเนียมก่อนต่อยอดสู่รถโดยสาร และตู้รถไฟระบบรางคู่ พร้อมมองการณ์ไกลนำบริษัทสู่กิจการมหาชน

นำชัย สกุลฎ์โชคนำชัย ประธานกลุ่มบริษัท โชคนำชัย จ.สุพรรณบุรี

นำชัย เล่าถึงที่มาก่อนเข้าสู่เส้นทาง Self-made อย่างเต็มตัวว่า ตัวเขาเริ่มหาเลี้ยงตัวเองด้วยยการทำงานที่อู่ซ่อมรถ (เคาะ พ่นสี) แถวสุทธิสารตั้งแต่วัย 13 ปี กระทั่งวันหนึ่งพบว่าวิชาชีพที่ทำอยู่เป็นงานซ่อมแซมไม่มีโอกาสได้เป็นผู้ผลิต จึงลาออกและสมัครเข้าทำงานกับบริษัทศรีไทย ซึ่งเป็นบริษัทเคาะ พ่นสี ปะผุ และชิ้นส่วนรถแท็กซี่ โดยเริ่มต้นจากตำแหน่งพนักงานในกระบวนการผลิต

ทั้งนี้ด้วยความที่เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน และหมั่นเรียนรู้อยู่เสมอ จึงทำให้เป็นที่รักของเจ้านาย และได้รับโอกาสให้ทำงานในตำหน่งที่สูงขึ้น จนกระทั่งได้ดำรงตำแหน่ง General Manager ของบริษัทตั้งแต่อายุ 25 ปี ต่อมาในปี 2537 ด้วยสถานะทางการเงินที่มีรายได้ราว 10,000 บาทเท่านั้น จึงเริ่มมีความคิดที่อยากจะทำธุรกิจของตนเอง เพื่อให้เพียงพอต่อการเลี้ยงดูครอบครัวที่มีลูกถึง 5 คน

แต่ด้วยการขาดแคลนเงินทุนและไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง ทำให้ยังไม่สามารถทำได้อย่างที่ตั้งใจไว้ เมื่อเจ้าของบริษัทศรีไทยทราบข่าวเรื่องการลาออก จึงยื่นข้อเสนอให้ตัวเขาทำงานต่ออีก 2 ปี แล้วจะให้เงินทุนไปตั้งตัว 1 ล้านบาท เขาจึงเลือกที่จะอยู่ช่วยงานต่อ กระทั่งนำชัยได้อบรมและสอนงานให้ผู้ที่จะมาทำหน้าที่แทนได้แล้ว จึงได้ลาออกจากบริษัทศรีไทย เมื่ออายุ 39 ปี

“นอกจากนี้ยังมีเจ้านายอีกคนที่เห็นว่าผมเป็นคนดีเลยให้เงินช่วยมาอีก 1 ล้านบาท ทำให้มีเงินมาตั้งตัว 2 ล้านบาท”

ดังนั้นในปี 2541 นำชัยจึงนำเงินทุนที่ได้รับความช่วยเหลือนั้นมาลงทุนซื้อที่ดินที่จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 6 ไร่ เพื่อสร้างโรงงาน และลงทุนเครื่องจักรสำหรับทำแม่พิมพ์รถยนต์ตามที่ตั้งใจไว้ โดยใช้ชื่อว่าบริษัท โชคนำชัย ออโต้เพรสซิ่ง จำกัด ที่ในช่วงปีแรกยังเน้นผลิตสินค้าให้แก่บริษัทเดิมที่เคยทำงานด้วย

OEM คือจุดเปลี่ยน

ด้วยเป้าหมายที่ต้องการสร้างให้กิจการเติบโตกว่าที่เป็นอยู่ นำชัยจึงมุ่งมั่นที่จะปั้นให้บริษัทมีศักยภาพเพียงพอที่จะมีสถานะเป็นผู้รับจ้างผลิตในแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) ให้ได้

โดยครั้งนี้ก็เช่นเคย คือต้องติดกับดักเงินทุนไม่เพียงพอ เขาจึงโทรศัพท์ไปขอปรึกษากับผู้ใหญ่ในกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่หลังจากได้ฟังเรื่องราวแล้วก็บอกให้นำชัยมาพบที่สำนักงานในกรุงเทพฯ เพราะต้องการเจอตัวจริงและสัมภาษณ์เพิ่มเติมว่าหากได้เงินทุนแล้วจะนำไปใช้เพื่อฝ่าวิกฤตได้อย่างไร แล้วจึงจะอนุมัติให้สามารถไปขอสินเชื่อกับ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้ โดยให้เวลาพูดคุยเพียง 15 นาทีเท่านั้น

แต่หนทางที่จะคว้าเงินทุน 16 ล้านบาทมาได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยอุปสรรคที่จบเพียงชั้น ป.4 ตัวเขาจึงไม่สามารถเขียนหนังสือเพื่อยื่นใบสมัครขอสินเชื่อกับบสย.ได้ จึงต้องร้องขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเขียนให้แทนจากคำอธิบายที่บอกเล่าโดยตัวเขา แต่ใช้เวลาเพียง 5 วันก็ได้รับการติดต่อให้มาทำสัญญาเงินกู้

“หลังจากเริ่มกิจการของตัวเอง ผมบอกกับลูก ๆ ว่าตอนนี้เป้าหมายชีวิตเราเปลี่ยนแล้ว ยิ่งยืมเงินคนอื่นมาด้วย ทุกคนต้องตั้งใจและไปเรียนต่อต่างประเทศ เพื่อให้ใช้ภาษาอังกฤษได้ดี”

สำหรับจุดกำเนิดที่ทำให้กลุ่มบริษัท โชคนำชัยฯ ได้เป็น OEM ดังที่ปักธงไว้นั้นเกิดขึ้นเมื่อ 18 ปีก่อน ซึ่งมาจากทั้งความตั้งใจที่ไม่ย่อท้อและจากโชคที่มาแบบไม่คาดคิด นั่นคือมีบริษัทต่างชาติลืมทำชิ้นงานหนึ่งที่ต้องนำไปใช้ทั่วโลก ซึ่งปกติต้องใช้เวลาผลิต 6-8 เดือน แต่ในครั้งนี้ต้องผลิตให้ทันภายใน 2 เดือน

ดังนั้นตัวแทนของบริษัทดังกล่าวที่รู้จักชื่อเสียงของโชคนำชัยว่าผลิตงานได้เร็วจึงติดต่อมาสอบถามว่าทำได้ทันหรือไม่ ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วสามารถทำได้จึงเสนอราคาที่ 1.2 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีกำไรแล้ว แต่ทางลูกค้ามองว่าเสนอต่ำเกินไป จึงใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะตกลงกันได้จนไปจบที่ 3.5 ล้านบาท (มูลค่างานจริงตามปกติสูงถึง 16 ล้านบาท) แต่ทุกคนในบริษัทและแม้แต่ตัวลูกค้าเองก็ต้องทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมงจนสำเร็จ

ลูกค้าเห็นว่าเรามีความตั้งใจสูง จนทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นจริงได้ และคุณภาพงานดีมาก ต่อมาจึงส่งงานให้เรื่อย ๆ พร้อมกับมีลูกค้าจากค่ายรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มขึ้นอีก

หลังจากที่บริษัทเริ่มมีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักในกลุ่มบริษัทรถยนต์ต่าง ๆ มากขึ้น จนทำให้ต้องมีการขยายโรงงาน เพิ่มเครื่องจักร และเพิ่มจำนวนพนักงาน เพื่อรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนค่ายรถยนต์ ทั้ง Honda Nissan และ GM ต่างก็มีการนำแม่พิมพ์ต่างประเทศมาให้ทางบริษัทด้วย จึงทำให้มียอดส่งออกต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นตามมา

จากจุดเปลี่ยนดังกล่าว กิจการจึงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันกลุ่มบริษัท โชคนำชัย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้านรถยนต์ประกอบด้วย 5 บริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท โชคนำชัย ออโต้บอดี้ จำกัด บริษัท ซีเอ็นซี อินเตอร์เนชั่น ออโต้เท็คซ์ จำกัด บริษัท โชคนำชัย แมชชีนนิ่ง จำกัด บริษัท ซีเอ็นซี ดีเท็คซ์ จำกัด และบริษัท โชคนำชัย ไฮ-เทค เพรสซิ่ง จำกัด

innovation-self-made-sakun

Innovation ปั้นโชคนำชัย

ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการสร้างธุรกิจให้บริษัทเติบโต 100% ต่อปี และจากศรัทธาที่มีต่อ Innovation ในแง่มุมที่จะทำให้งานของมนุษย์ง่ายขึ้นและสามารถขยายขีดความสามารถในการผลิตได้เหนือกว่า นำชัยจึงให้พนักงานทุกคนที่แต่เดิมต่างก็จบการศึกษากันไม่สูงนัก เริ่มเรียนภาษาอังกฤษจนถึงขั้นที่สามารถอ่านออกเขียนได้ก่อน นอกจากนี้ยังให้พนักงานเรียนรู้การใช้งานคอมพิวเตอร์และให้สามารถเขียนแบบด้วยโปรแกรม AutoCAD ซึ่งทำให้สามารถผลิตงานได้เร็วขึ้น แม้ในช่วงยุคนั้นถือว่าเป็นการใช้งบประมาณสูงมากก็ตาม

“สวรรค์ไม่ได้ส่งเทคโนโลยีมาให้ แต่เกิดจากที่มนุษย์พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยให้เราสบายขึ้นและสามารถพัฒนาได้เร็วกว่า”

จากแนวคิดดังกล่าวช่วยให้บริษัทมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการนำซอฟต์แวร์สมัยใหม่เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ ปรับปรุง และพัฒนาเทคนิคในการทำงานใหม่ เช่น โปรแกรมการตรวจเช็คคุณภาพชั้นสูงโดยใช้ CMM Table Camera Scan 3D Printing โปรแกรมออกแบบ และ Simulation

ทำให้นำไปสู่การมีเทคโนโลยีที่โดดเด่นซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจ ได้แก่ การขึ้นรูปโลหะ (แม่พิมพ์) โดยใช้การออกแบบคอมพิวเตอร์ และด้วยโปรแกรมต่าง ๆ ที่ปัจจุบันใช้มุมมองแบบ 3D เต็มรูปแบบ ผสมผสานกับเทคนิคในการขึ้นรูปโลหะที่เป็น Advance Material และเหล็ก Super steel

รวมถึงสามารถพัฒนาการขึ้นรูปอลูมิเนียมที่เป็น High Strength Aluminum forming 5083 H116 spec นอกจากนี้ยังพัฒนาวัสดุอลูมิเนียมเพื่อทำให้มีความแข็งแรงใกล้เคียงและสามารถทดแทนโครงสร้างเดิมที่เป็นเหล็กได้ จึงสามารถนำไปพัฒนาและสร้างเป็น Innovation ในการผลิตเรือและรถโครงสร้างอลูมิเนียมแบบปั๊มขึ้นรูป ที่มีน้ำหนักเบา คงทนแข็งแรง ได้มาตรฐานสากล และสามารถแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ของต่างประเทศได้

ผมสอนให้ทุกคนคิดใหม่ทำใหม่ ถ้าหยุดก็เท่ากับถอยหลัง ต้องติดตามเทคโนโลยีเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตามนำชัยเชื่อว่า ทรัพยากรบุคคลเป็นอีกหนึ่งตัวแปร เพราะความสำเร็จของทุกกิจการอยู่ที่คนเป็นหัวใจสำคัญ เพราะไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปไกลแค่ไหน แต่ถ้าคนขาดศักยภาพองค์กรก็ไม่สามารถพัฒนาไปได้ ด้วยเหตุนี้จึงพยายามปลูกฝังเรื่องการเรียนรู้และการสร้างเป้าหมายในชีวิตให้แก่พนักงานด้วย เพื่อที่จะเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร

innovation-self-made-sakun-c

แจ้งเกิดแบรนด์ Sakun C

จนเมื่อ 3 ปีก่อน ที่การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมซึ่งภาครัฐให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง จึงเป็นประกายแรกที่จุดความคิดให้นำชัยเริ่มหาลู่ทางสร้างธุรกิจใหม่ ซึ่งทำให้สามารถสร้างแบรนด์ของบริษัท ไปพร้อมกับได้มีส่วนเกี่ยวข้องและรับประโยชน์จากการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวได้

“ถึงจุดที่ต้องสร้างแบรนด์ของเราเอง ในเมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ก็ใช้ชื่อเจ้าของที่สร้างกิจการขึ้น แล้วทำไมเราจะทำไม่ได้”

จึงนำไปสู่การก่อตั้ง บริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัดขึ้นเมื่อปี 2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรม โดยใช้วัสดุและเทคโนโลยีสมัยใหม่และนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ โดยมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นเป้าหมาย คือยานพาหนะสมัยใหม่ (Modern Vehicle)

นอกจากนี้ยังเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมการออกแบบ วิจัย และพัฒนา รวมถึงการผลิตแบบครบวงจรแล้ว ยังส่งเสริมการท่องเที่ยวและคมนาคมเชิงคุณภาพ ตลอดจนยกระดับความปลอดภัยด้านคมนาคม ซึ่งทุกยานพาหนะที่ผลิตโดยแบรนด์ Sakun C ไม่ว่าจะเป็น เรือ หรือรถโดยสาร จะถูกพัฒนาโดยนำเรื่องความปลอดภัยมาเป็นตัวตั้งเสมอ ตลอดจนยานพาหนะประเภทอื่น ๆ ที่ประเทศมีความต้องการใช้ในอนาคต

เรืออลูมิเนียมแทบไม่มีคู่แข่ง เพราะเราทำได้เร็วกว่า นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งที่ยากและคนอื่นยังทำไม่ได้ และยังเป็นจุดที่ทำให้ทั่วโลกรู้จักเราได้ดีที่สุด

นอกจากนี้การสร้าง Sakun C ยังแสดงให้เห็นความสามารถของผู้ประกอบการไทย ว่าไปได้ไกลกว่าการเป็นเพียงบริษัทที่ได้รับแต่ค่าแรงเพียงอย่างเดียว แต่มีศักยภาพเพียงพอพัฒนาองค์ความรู้ต่าง ๆ ไปสร้าง Innovation ตามมาตรฐานสากล

Sakun C จึงถือเป็นบริษัทที่รวมประสบการณ์ซึ่งถ่ายทอดจากบริษัทแม่อย่างกลุ่มบริษัทโชคนำชัย ทั้งในแง่การผลิต การออกแบบผลิตภัณที่มีความซับซ้อน ความรู้ในการขึ้นรูปโลหะ น้ำหนักเบาและทันสมัย ความเข้าใจกระบวนการผลิตต่าง ๆ รวมถึงระบบ Automation และฐาน Supply chain โดยระหว่างนี้ยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เรืออลูมิเนียมที่ขับเคลื่อนด้วยระบบพลังงานไฟฟ้า ที่คาดว่าจะเริ่มมีลูกค้านำมาใช้งานจริงได้อย่างน้อย 3 ลำภายในสิ้นปีนี้

“นับจากวันแรกที่คิดว่า Sakun C จะผลิตเรืออลูมิเนียม ใช้เวลาเพียง 6 เดือนก็สามารถสร้างได้สำเร็จ ซึ่งที่จำหน่ายอยู่ตอนนี้มีราคาตั้งแต่ 70,000 จนถึง 150 ล้านบาท ขึ้นกับขนาดของเรือ”

อีกทั้งอยู่ระหว่างการพัฒนารถมินิบัสอลูมิเนียมที่ใช้พลังงานน้ำมันดีเซล ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนปรับปรุงบางส่วนเพื่อให้ได้คุณภาพ 100% จึงคาดว่าจะผลิตรถต้นแบบเสร็จราวต้นปี 2563 เพื่อให้ทางกรมขนส่งทางบกตรวจสอบก่อน และจะเริ่มผลิตจริงได้วันละ 2-3 คันในช่วงแรก

นอกจากนี้เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Sakun C เป็นที่ยอมรับจากทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงช่วยสร้างแต้มต่อในฝั่งการวิจัยและพัฒนาความแข็งแรง และการขึ้นรูปแบบต่าง ๆ จึงร่วมมือจากสำนักนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่จะมาช่วยวิเคราะห์และให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้การวิจัยพัฒนามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย

ทั้งนี้ Sakun C จึงร่วมกับ สวทช. นำร่องโครงการพัฒนาต้นแบบรถโดยสารไฟฟ้าดัดแปลง จากรถโดยสารประจำทางที่ใช้แล้วมีโครงการพัฒนาต้นแบบรถยนต์โดยสารปรับอากาศ ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ให้เป็นรถยนต์โดยสารไฟฟ้าซึ่งประหยัดกว่าเติมน้ำมันถึง 7 เท่า

“ทาง สวทช. ให้เราพัฒนารถมินิบัสที่ใช้พลังงานไฟฟ้าไปพร้อมกันเลย ที่จะต้องส่งมอบต้นแบบให้ภายในไม่เกินเดือนสามหรือเดือนสี่ของปีหน้า”

อย่างไรก็ตาม ฝันที่ยิ่งใหญ่ของนำชัยยังไม่หยุดเพียงแค่นี้ เพราะด้วยเทคโนโลยีเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตเรือและรถมินิบัสยังมีสามารถผลิตตู้รถไฟอลูมิเนียมที่วิ่งบนระบบรางคู่ได้ถึง 1 ตู้ต่อวัน หากปัจจัยต่าง ๆ พร้อมแล้วก็จะสามารถสร้างตู้รถไฟต้นแบบได้

ทว่า ด้วยจุดอ่อนทางด้านเงินทุน นำชัยจึงมองหาทางออกที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจใหม่ที่ก่อตั้งขึ้น จึงเกิดดีลเสนอขายหุ้นของ บริษัท สกุลฎ์ซี ฯ ให้แก่ บมจ. ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป หรือ CWT ในสัดส่วน 50.01% เมื่อปี 2561 ที่มี วีระพล ไชยธีรัตต์ เป็นผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ เพื่อให้มีพันธมิตรที่จะเป็นกำลังสำคัญทั้งในแง่เม็ดเงินสนับสนุนและการทำการตลาดที่เข้มแข็งกว่าเดิม

“ครอบครัวเราไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะผลักดันให้ Sakun C เติบโตได้อย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้ได้ ซึ่ง CWT เป็นพันธมิตรที่เหมาะสมคุยกันรู้เรื่อง ”

สำหรับก้าวสำคัญในอนาคตของ บริษัท สกุลฎ์ซี ฯ คือการนำกิจการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในไม่เกิน 3 ปีข้างหน้า หลังจากผลิตตู้รถไฟอลูมิเนียมสำเร็จแล้ว

นำชัยฝากคำแนะนำถึงบรรดาผู้ที่ต้องการเป็นหนึ่งใน Self-made ที่ประสบความสำเร็จว่านอกจากไม่กลัวที่จะเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ แล้วยังต้องเตรียมเงินสำรองไว้ให้พร้อมอยู่เสมอ ตลอดจนการมีพันธมิตรที่ดีและมีมุมมองที่แตกต่างก็จะส่งเสริมให้กิจการที่เราสร้างไว้ไปได้ไกลยิ่งขึ้นได้

ผู้นำมีหน้าที่แก้ปัญหา อย่าไปเสียขวัญและสนุกที่จะได้แก้วิกฤตต่าง ๆ ให้ผ่านพ้นไปได้

 

RELATED ARTICLE

Responsive image

Wazzadu.com เปิดตัว AI Visual Recognition พลิกโฉม ! วงการออกแบบสถาปัตย์และการค้นหาวัสดุ

Wazzadu.com เปิดตัว AI Visual Recognition พลิกโฉม ! วงการออกแบบสถาปัตย์และการค้นหาวัสดุ...

Responsive image

คุยกับ AIS ทำไมต้องทดสอบ 5G ทุกภาคทั่วไทย และมุมมองต่อ 5G ที่ 'ภาคธุรกิจ' ต้องรับมือ

หลังจากที่ AIS เดินสายทดสอบประสิทธิภาพของ 5G เป็นที่น่าสังเกตว่าการทดสอบครั้งนี้ มี Smartphone มาเกี่ยวข้องน้อยมาก และมีส่วนผสมของนวัตกรรมใหม่ในด้านธุรกิจอย่างมากมาย เราจึงขอพูดคุย...

Responsive image

Facebook เผยผลสำรวจการแชททำให้คนซื้อสินค้ามากขึ้น พร้อมเทคนิคการขายผ่าน Conversational Commerce

Conversational Commerce หรือการแชทคุยกับร้านค้าเพื่อซื้อสินค้านั่นเอง และหนึ่งในช่องทางสำคัญในการซื้อขายรูปแบบนี้ก็คือ Facebook Messenger ที่ได้มาเผยผลสำรวจการซื้อขาย Facebook Mess...