Exzy เป็นหนึ่งในบริษัทที่โดดเด่นด้านการพัฒนาอินเตอร์แอคทีฟโซลูชั่นในรูปแบบต่างๆ และล่าสุดจับด้าน Virtual Reality หรือ VR ซึ่งเป็นการจำลองโลกเสมือนขึ้นผ่านตัวอุปกรณ์ นอกเหนือจากผลงานที่น่าสนใจแล้ว ทีมงานยังเป็นคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ไฟแรง วันนี้พวกเขาจะมาแชร์เรื่องราวและเส้นทางการดำเนินธุรกิจอย่างไรให้ได้ทราบกัน

Exzy 2ลลิล (หน้าซ้าย), รัชชัย (หลังซ้าย), เนนิน (หน้าขวา), จอมทรัพย์ (หลังขวา)

รายชื่อทีมผู้ก่อตั้งของ Exzy มีดังนี้:

1.ลลิล อนันต์บัญชาชัย (แนน) Co-Founder, COO 2.จอมทรัพย์ สิทธิพิทยา (ลิงค์) Co-Founder, CEO 3.เนนิน อนันต์บัญชาชัย (ป๊อป) Co-Founder and CTO 4.รัชชัย ดำเนินกิตติกุล (เป้) CDO

ก่อนหน้านี้ทำอะไรมา จนมาก่อตั้ง EXZY และทำไมถึงเลือกออกมาทำธุรกิจตัวเอง

ลิงค์: ผมกับป๊อปเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พอจบออกมารู้สึกว่าเวลาที่เราเรียนวิศวกรรม เราจะเรียนแต่ตัว Product Development เลยลองไปสมัครงานเป็นพนักงานฝ่ายขายอุปกรณ์กอล์ฟยี่ห้อหนึ่งเพื่อที่จะได้เรียนรู้เรื่อง Marketing และ Sales รู้สึกว่าเราน่าจะทำด้านนี้ได้ดีเนื่องจากผมเคยเป็นโปรกอลฟ์ทีมชาติมาก่อน ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบเทคโนโลยีอยู่แล้ว หลังจากที่ได้เรียนรู้เรื่อง Sales และ Marketing พอสมควรแล้ว ผมก็มีความคิดจะเปิดบริษัทเทคโนโลยี จึงชวนป๊อปและพี่แนนมาร่วมงานกัน

เหตุผลที่ไม่อยากเติบโตเป็นวิศวกรในองค์กรใหญ่ๆ ก็เพราะ ในสมัยเรียนได้มีโอกาสไปฝึกงานที่รอยเตอร์ ฝึกอยู่ 6 เดือนก็รู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเอง แต่พอได้ทำเกี่ยวกับพวก Sales และ Marketing ก็เริ่มเห็นภาพว่าตัวเองชอบแบบนี้ เลยคิดว่าตัวเองต้องออกมาเป็นผู้ประกอบการละ

ป๊อป: อย่างที่บอกก็คือผมกับลิงค์เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ส่วนพี่แนนเป็นพี่สาวของผม ตอนผมจบออกมา ผมเริ่มเปิดบริษัทชื่อ Extend Interactive เป็นบริษัทที่พัฒนาเกมร่วมกับเพื่อนอีก 7 คน เราพัฒนาเกมและขายออกไปตลาดนอก ซึ่งจะเน้นไปขึ้น Steam ซึ่งทำมาได้ประมาณ3-4ปี จนมาเจอกับลิงค์อีกที เลยคุยกันว่ามันมีโอกาสและหลายสิ่งที่เปลี่ยนไปในสังคมไทย เราเล็งเห็นว่า เราเป็นทั้งสองคนมีความรู้ด้านออกแบบและเทคโนโลยี เราเลยอยากจะทำอะไรที่มันแตกต่าง แต่ Extend ผมก็ยังทำอยู่นะ จะมีเกมใหม่ออกมาแน่นอน

ส่วนตัวที่ไม่อยากเติบโตในบริษัทใหญ่ๆ คงต้องขอตอบว่าเป็นเพราะ Passion ล้วนๆ ผมรู้ตัวว่าอยากจะมีผลิตภัณฑ์และบริษัทเป็นของตัวเอง และผมก็สำรวจตัวเองรวมไปถึงคนรอบข้างว่า เราพร้อมที่จะออกมาทำแล้วหรือยัง พอคิดดีแล้วว่าทุกอย่างมันลงตัว จึงออกมาทำของตัวเอง

แนน: จริงๆ ช่วยที่บ้านดูแลธุรกิจมาตั้งแต่เด็กจึงเรียกได้ว่ามีสายเลือดของผู้ประกอบการอยู่เต็มตัว แต่ตอนที่เรียนจบก็อยากได้ประสบการณ์เพิ่มก็เลยไปทำงานเป็นที่ปรึกษาของบริษัท Big Four รับผิดชอบงานในส่วน Audit and Financial Transaction Service และทำงานวิเคราะห์ธุรกิจและพัฒนาธุรกิจใหม่ในแผนก Business Development ของบริษัทเอกชนพร้อมกับเปิดกิจการใหม่ซึ่งเป็นธุรกิจเดิมของที่บ้านไปด้วย ตอนหลังป๊อปกับลิงค์ก็มาคุยเรื่อง Exzy กัน รู้สึกว่าน่าสนุก ท้าทายและน่าสนใจมาก ก็เลยตัดสินใจมาลุยด้วยเป็นที่มาของพวกเรา 3 คน

ปัจจุบัน EXZY มีผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง

ตอนแรกเราเริ่มจากพัฒนาชุดซอร์ฟแวร์สำหรับโต๊ะ Multi-touch ซึ่งเป็น Interactive Assistant ที่ช่วยพนักงานให้นำเสนอข้อมูลสินค้าได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

ยกตัวอย่างงานมอเตอร์โชว์ พนักงานที่บูทรถยนต์สามารถนำรถคันจิ๋วมาวางมาโต๊ะและตัวโต๊ะจะแสดงผลข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ดังกล่าวได้เลย ลูกค้าองค์กรที่ใช้งานซอร์ฟแวร์ตัวนี้มีหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น สื่อสารโทรคมนาคม, เอนเตอร์เทนเม้นท์ และยานยนต์

ต่อมางานที่เรามาจับ คือ Interactive wall หรือ Augmented Reality wall ที่มีลักษณะเป็นทีวีหลายๆ จอต่อรวมคล้ายๆ กำแพงทีวี เป็นงานที่ช่วยให้ลูกค้าแบรนด์ต่างๆสามารถสร้าง customer engagement โดยใช้ motion sensor อย่าง Kinect เพื่อตรวจจับท่าทางการเคลื่อนไหวของคนที่เดินผ่านไปผ่านมา แล้วแสดงผลที่จอภาพในรูปแบบต่างๆ เช่น ในจอแสดงภาพของคนที่บังเอิญเดินผ่านจากกล้อง เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับว่ามีคนเดินผ่านมาที่wallจะมีหุ่นยนต์โดรนบินมาทักทาย เพื่อดึงความสนใจ คนเหล่านั้นก็จะหยุดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปและโต้ตอบกับหุ่นยนต์นั้น ซึ่งก็เป็นโปรเจ็คที่ถือว่าประสบความสำเร็จ มีคนสนใจหยุดดูเป็นกลุ่มๆ เป็นจำนวนมาก และบางครั้งแวะมาเพื่อเล่นโดยเฉพาะเวลามี content ใหม่ๆ

VR 1

ตั้งแต่ปลายปี 2557 มาจนถึงในปีนี้เราค่อนข้างให้ความสนใจและพัฒนางานที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่มีชื่อว่า VR หรือ Virtual Reality ซึ่งเมื่อผู้เล่นสวมใส่ VR Headset หรือแว่นที่สามารถจำลองโลกเสมือนจริงให้กับผู้สวมใส่ เสมือนว่าได้เข้าไปอยู่ในโลกอีกโลกหนึ่งจริงๆ จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือสามารถสร้างภาพที่มีความเป็น 3Dในโลกเสมือนในมุมมองที่คนเห็นจริงๆได้แบบ 360 องศา และยังสามารถทำ Head tracking ได้ ดังนั้นเมื่อผู้ใช้หันศีรษะไปทิศทางไหน ทั้งซ้ายขวาหน้าหลัง ตัว Headset ก็จะจำลองการมองเห็นในทิศทางนั้นได้จริงๆ

VR 2

เมื่อเทคโนโลยีนี้นำไปประยุกต์กับการใช้งานในรูปแบบต่างๆ ยิ่งทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้น ตัวอย่างการใช้งานคือ การปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกายบนเทรนเนอร์ในตัวอาคาร ซึ่งบางครั้งอาจจะน่าเบื่อ แต่ด้วยเทคโนโลยีนี้ ผู้ออกกำลังกายจะเหมือนว่าได้ปั่นจักรยานอยู่ที่อื่น เช่น ริมทะเล ผู้ใช้สามารถหันไปชมวิวทิวทัศน์ หรือจุดสนใจต่างๆตามเส้นทางที่ปั่นไป นอกจากนี้เราได้นำ Headset มาเชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์แบบต่างๆ เช่นเชื่อมต่อเซ็นเซอร์วัดความเร็วล้อ และ สายรัดข้อมือวัดอัตราการเต้นหัวใจ ผู้ใช้จึงสามารถทราบข้อมูลความเร็วของจักรยาน และอัตราการเต้นหัวใจพร้อมกับชมวิวไปด้วย เพื่อการออกกำลังกายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

นอกจากงาน Interactive ตอนนี้ทาง Exzy มีผลิตภัณฑ์ใหม่ “Meet in Touch” ที่เราพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาของกลุ่มลูกค้าองค์กรที่มีปัญหาเรื่องห้องประชุม

Meet in Touch 2

Meet in Touch เป็นหน้าจอทัชสกรีนขนาดเล็กสำหรับห้องประชุมยุคใหม่ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับระบบอีเมลและปฏิทินขององค์กรได้เลย เช่น Google calendar for business, MS Exchange, Office365 จึงทำให้ใช้งานได้ง่ายมาก ผู้ใช้จองห้องประชุมได้จากทั้งระบบปฏิทินหรือจองจากหน้าจอทัชสกรีนได้เลย หน้าจอนี้ยังแสดงสถานะด้วยโค้ดสีว่าว่างอยู่ หรือ กำลังถูกใช้งาน หรือไม่ ผู้ใช้ยังสามารถดูตารางการจองห้องประชุมประจำสัปดาห์และแก้ไขการจองด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่ง admin ในหลายบริษัทจะมีปัญหาเรื่องห้องประชุมไม่เพียงพอต่อการใช้งาน และใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ จะว่าไปห้องประชุมเนี่ยถือว่าเป็นพื้นที่ที่แพงที่สุดในองค์กร เพราะขนาดพื้นที่ของห้องประชุมจะอยู่ราวๆ 10-15% ของอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ ถึงแม้จะมีพนักงานบ่นว่าห้องประชุมไม่พอ แต่ถ้าเราสังเกตดีๆมันจะมีห้องที่ว่างอยู่เสมอ ในองค์กรใหญ่ๆ คงไม่มีใครมานั่งเขียนโน้ตกระดาษจองห้องประชุม หรือถ้ามีการเลื่อนประชุมก็คงจะไม่มีใครไปขีดแก้หน้าห้อง เพราะบริษัทมีคนหลายสิบหลายร้อยคน ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นคงจะไม่ต้องทำงานกันเลย Meet in Touch จะช่วยจัดแจงระเบียบในการใช้ห้องประชุมนั้นเอง

อะไรที่ทำให้องค์กรเริ่มหันมาดำเนินธุรกิจในรูปแบบของ product-based 

จริงๆ แล้วเราไม่ได้ปรับอะไรมาก เรามองว่า Exzy เก่งอะไร แล้วเราจะขยายจุดแข็งไปตรงไหน เรามองว่า Exzy เก่งเรื่องงานเทคโนโลยีใหม่ๆ งานดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็น interactive solution สำหรับหน้าร้าน public space หรืองานพัฒนาซอร์ฟแวร์หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่สำคัญเราได้นำความทันสมัยไปสู่ผู้ใช้บริการ ดังนั้นเราเลยคิดว่าจะนำความคิดแบบ futuristic และสิ่งที่เราทำได้ดีมาสู่ลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งอย่างไร

บริษัทโดดเด่นด้านงานอินเตอร์แอคทีฟมากๆ ซึ่งเป็นทักษะที่หาได้ไม่ง่ายนักในไทย เราพัฒนาทักษะด้านนี้และทีมงานอย่างไร มากไปกว่านั้นเราค้นหา talent มาร่วมงานอย่างไร

เราให้ความสำคัญเรื่องทีมงานมาก เราอยากให้ใจกับทุกคนและอยากให้ทุกคนโตไปด้วยกัน เรื่องการค้นหา talent มาร่วมงานนั้น คนที่จะมาร่วมงานกับเราต้องพร้อมที่จะทำทุกอย่างที่เป็นของใหม่ ไม่ยึดติดพัฒนา coding สำหรับเทคโนโลยีเดียว ทุกๆ คนควรจะมีส่วนร่วมในการติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามาและพร้อมจะศึกษามัน ความรู้ ความเชี่ยวชาญในงานที่ทำก็เป็นสิ่งที่ Exzy เน้นเหมือนกัน เช่น เรามีพนักงานที่เรียนจบสายตรงจากเมืองนอกด้าน Human computer interaction และ product development เรารู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจบจากเมืองนอกดีกว่านะ ที่ Exzy ก็มีน้องๆ เก่งๆ ที่จบจากมหาวิทยาลัยในไทยเยอะเลย และเมื่อคุณมาเป็นส่วนหนึ่งของเราแล้ว เราจะมีคอร์สภายใน (Internal training) ซึ่งเป็นคอร์สฝึกสอนและแชร์ความรู้ ถึงหลักการทำงานเช่น ทำไมถึงคิดแบบนี้ เราจะตอบโจทย์ลูกค้าอย่างไร design guideline คืออะไร สำคัญยังไง เราไม่ได้คิดแค่จะค้นหา talent อย่างเดียวแต่เราอยากจะสร้าง talent ด้วย ก็ค่อนข้างยากนะ ฮาๆ

ถามเรื่องส่วนตัวบ้าง มีแนวคิด work life balance อย่างไร

ลิงค์: ต้องบอกว่าผมไม่มีคำตอบที่ชัดเจนสำหรับ Work Life Balance นะครับ เพราะแนวทางการทำงานของผมคือ Work Life Integration คือการทำงานกับชีวิตมันเป็นเรื่องเดียวกัน แยกกันไม่ออก อย่างที่พักและสถานที่ทำงานของตัวผมจะอยู่ใกล้กันมาก ใช้เวลาเดินเพียง 8 นาที เป็นสิ่งที่ผมบังคับตัวเองอยู่เสมอ เพราะถึงแม้เราทำงานที่เรารัก แต่ถ้าต้องเสียเวลา 3 ชั่วโมงในการเดินทางแต่ละวัน คงไม่มีใครทำไหว ยกตัวอย่างการออกกำลังเป็นต้นครับ ผมจะวิ่งเกือบทุกวัน เราออกกำลังหนักขึ้น เพื่อให้เราสามารถทำงานได้มากขึ้น ผมจะไม่มีปัญหาเรื่องการจัดเวลางาน ครอบครัวหรือแฟน ถ้าเกิดวันไหนเราเพลียๆอยากกลับบ้านก่อนก็ได้ นอนสักงีบ พอตื่นมาอีกทีเราก็ทำงานต่อได้ ในวันเสาร์อาทิตย์ก็มานั่งทำงานที่ Exzy บ้าง หรือถ้ามีคอร์สน่าสนใจก็จะเข้าไปเรียนเพื่องานบ้าง เพื่อตัวเองด้วย

ทราบว่าได้รับการสนับสนุนจาก NIA ช่วยเล่ารายละเอียดส่วนนี้ให้ฟังหน่อย

อย่างที่บอกว่าเราอยากจะขยายขีดความสามารถของ Exzy และ NIA คือโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีแนวคิดแบบนวัตกรรม ซึ่งตรงกับเป้าหมายที่เราวางเอาไว้ เราเลยทำผลิตภัณฑ์ออกมาเป็นระบบทีวี new media เข้าไปนำเสนองานผ่านกระบวนการทั้งหมด ทาง NIA เห็นว่าเราเป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมเลยอยากจะมาสนับสนุน

อยากให้ฝากถึงรุ่นน้องที่อยากออกมาเปิดบริษัท ทักษะอะไรที่เค้าควรต้องเตรียมตัวให้พร้อม ควรหาประสบการณ์ไปเป็นลูกจ้างก่อนหรือไม่ แล้วพอพร้อมระดับนึงค่อยออกมาทำ

ลิงค์: พอพูดถึง startups ผมจะนึกถึงตอนในหนังสือสามก๊กชื่อ “จูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า” มันเป็นตอนที่จูล่งคนเดียวฝ่าดงกองทัพแล้วรับอาเต๊าออกมาได้ ซึ่งมันคล้ายกับ startups เพราะบางทีการที่คุณเปิดบริษัท คุณต้องมีความมั่นใจเล็กๆ อยู่แล้วว่าคุณจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ แต่การไปถึงเป้าหมายใหญ่ๆ บางทีมันไม่ใช่แค่ฝีมือหรือการวางแผนที่ดี มันต้องผสมผสานทั้งโชค กึ๋นและฝีมือ ต้องถามตัวเองว่าคุณพร้อมรับกับความไม่แน่นอนไหม บางทีคุณอาจจะต้องเสียสละอะไรหลายๆอย่างในชีวิต เพื่อแลกกับการเป็นผู้ประกอบการที่ไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับใครที่อยากออกมาเปิดบริษัทแต่คิดว่าต้องไปเป็นลูกจ้างก่อน จริงๆ แล้วมันไม่มีสูตรสำเร็จในเรื่องนี้ ผมเห็นคนที่ประสบความสำเร็จจากทั้งสองฝั่งคือ ออกมาทำเลยกับไปเป็นลูกจ้างก่อน ถ้าคุณมีประสบการณ์นำมาใช้ก็จะช่วยเรื่องการรับมือในปัญหาต่างๆ แต่บางครั้งการที่เราไม่รู้อะไรเลยก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกันนะ

ป๊อป: ส่วนตัวแล้วสนับสนุนให้ทุกออกมาทำตามความฝัน การออกมาเปิดของตัวเองหรือออกไปเป็นลูกจ้างก็มีข้อดีต่างกัน การที่เราจะทำตามความฝันมันไม่จำเป็นต้องรอใคร แต่จะมีจุดสังเกตว่าตอนนี้คุณมีแต้มต่อหรือไม่ แต้มต่อก็เหมือนการเตรียมตัวหรือเคยทำอะไรมาก่อนบ้างแล้ว ถ้าตอนเรียนคุณไม่เคยลองทำอะไรเลยนอกจากเรียนหนังสือ อันนี้ก็ถือว่ายังไม่ใช่ แนะนำให้ไปหาประสบการณ์ก่อน

แนน: อันนี้จะพูดต่อจากคุณป๊อปสำหรับคนที่คิดว่าตัวเองพร้อมและอยากออกมาเปิดบริษัท สิ่งที่ควรจะมีก็คือทีม ต้องมีทีมที่ดีเพราะลุยเดี่ยวมันจะเหนื่อย นอกจากทีมที่มีความสามารถแล้วยังต้องเป็นทีมที่เข้าขากับเราได้ด้วย ส่วนที่สองต้องมี passion เพราะสิ่งหนึ่งที่ทำให้ startups อยู่รอดได้ก็คือความถึก แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องอึดล้มมาก่อนเป็นร้อยๆครั้งนะ เราแค่ต้องเตรียมตัวมาดีๆ สุดท้ายคือเรื่องของเงินทุน ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับใครที่อยากจะเข้ามาเริ่มทำ startups เพราะมีหลายโครงการที่คอยช่วยเหลือเรื่องเงินทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น AIS the Startups หรือ dtac accelerate และ NIA เป็นต้น ในการเริ่มต้นเราอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้เงินจาก VC เท่านั้น เราอาจจะลองของเงินจาก Angel แล้วเอามาบริหารให้ดีก่อน

RELATED ARTICLE

Responsive image

อะไรคือสิ่งที่ Tech Ecosystem ไทยต้องการอย่างแท้จริง?

ในทุกวงการมีองค์ประกอบที่ถูกรวมกันเรียกว่า Ecosystem หรือระบบนิเวศ ยกตัวอย่าง Ecosystem ที่เห็นเป็นรูปร่างได้ชัดเจนอย่าง วงการภาพยนตร์ ที่ประกอบไปด้วย นักแสดง ผู้กำกับ ค่ายหนัง ผู้...

Responsive image

จัดเต็ม! สรุปภาพรวม Startup Ecosystem ประเทศไทย ปี 2017

ตลอดปีที่ผ่านมา Startup Ecosystem มีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายเหมือน ๆ กับหลาย Ecosystem ที่มีการพัฒนาและเติบโตไปอย่างไม่หยุดยั้ง......

Responsive image

Hubba ร่วมเป็นพันธมิตรกับ Google For Entrepreneurs มุ่งพัฒนาแพลตฟอร์ม Startup แบบครบวงจร

เป็นข่าวดีของวงการ Startup ไทย ที่จะมีเครื่องมือและได้รับโอกาสที่เพิ่มมากขึ้นในการดำเนินธุรกิจ หลัง Hubba ผู้บุกเบิก Co-Working Space ในไทย ประกาศร่วมเป็นพันธมิตรกับ Google for Ent...