Photo by Ben Cheung from Pexels

เมื่อพูดถึงอุตสาหกรรมดิจิทัลในปัจจุบัน ญี่ปุ่นก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ถือว่า “มีของ” อยู่ในระดับต้นๆ ของโลก แต่กลับไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เรามักจะมองไปยังประเทศที่กำลังเติบโตด้านเทคโนโลยีอย่างจีน ประเทศที่ประสบความสำเร็จจากอุตสาหกรรมดิจิทัลแล้วอย่างสหรัฐฯ หรือแม้แต่อิสราเอลกับอินเดีย ที่ส่งออกบุคลากรด้านดิจิทัลสู่อุตสาหกรรมมากมาย

ในวันนี้เราจึงอยากชวนทุกท่านมาทำความรู้จักญี่ปุ่นในฐานะประเทศที่เป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมดิจิทัลของโลกที่คนไทยอาจไม่รู้ พร้อมกับแนะนำโอกาสเข้าถึงบริษัทไอทีญี่ปุ่นชั้นนำเพื่อต่อยอดธุรกิจที่คนไทยสามารถทำได้ง่ายๆ

3 ปัจจัยบ่งชี้ความแข็งแรงของอุตสาหกรรมดิจิทัลญี่ปุ่น

เมื่อพูดถึงความแข็งแรงของอุตสาหกรรมดิจิทัลในญี่ปุ่น เราต้องพูดถึงทั้งในแง่ของผู้บริโภคและธุรกิจ โดยจากการค้นคว้า เราพบตัวเลขสถิติที่น่าสนใจและพอจะบอกได้ว่าญี่ปุ่นเองก็เป็นประเทศที่แข็งแกร่งในด้านนี้ไม่น้อย

  • รายได้จาก E-Commerce สูงอันดับ 3 ของโลก จากการสำรวจของ eShopWorld ในปี 2019 ระบุว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีรายได้จาก E-Commerce สูงเป็นอันดับที่ 3 รองจากจีนและสหรัฐฯ โดยมีรายได้รวมในปี 2019 มากถึง 104,040 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สูงกว่าอังกฤษและเยอรมนี จุดนี้แสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นเองก็มีความพร้อมในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจนสามารถรองรับการใช้งาน E-Commerce ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกได้
  • Value added จาก ICT ใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากสหรัฐฯ และจีน อีกปัจจัยที่วัดความแข็งแรงของอุตสาหกรรมดิจิทัลในญี่ปุ่นคือตัวเลขด้านคุณค่าในกลุ่ม ICT ซึ่งตัวเลขนี้เป็นตัวชี้วัดความรู้สึกต่อคุณค่าสินค้าหรือบริการที่ผู้บริโภคและธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นๆ จะยอมจ่าย โดย UNCTAD ระบุในรายงาน Digital Economy 2019 ที่เผยแพร่ในเดือนกันยายน ปี 2019 ว่า มูลค่าของตัวเลข Value Added ของญี่ปุ่นอยู่ที่ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นอันดับที่ 3 รองจากสหรัฐฯ และจีน
  • Value added จากอุตสาหกรรมบริการคอมพิวเตอร์ (Computer Service) เป็นอันดับที่ 2 รองจากสหรัฐ และอีกตัวเลขหนึ่งที่ยืนยันความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมดิจิทัลในญี่ปุ่นคือ Value Added ของ Computer Service ที่คิดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐฯ โดยมูลค่าของ Value Added ด้านนี้ของญี่ปุ่นอยู่ที่ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เรียกว่านำหน้ายุโรปที่มีบริษัท Enterprise Software มากมาย รวมถึงอินเดียและจีนที่ถึงแม้จะมีบุคลากรและทรัพยากรมากกว่าอย่างชัดเจน

3 ปัจจัยนี้พอจะเป็นตัวบอกถึงอุตสาหกรรมดิจิทัลของญี่ปุ่นเองก็มีชื่อชั้นในระดับโลก และอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับธุรกิจในบ้านเราด้วย ซึ่งจะดีแค่ไหน หากเราสามารถเข้าถึงบริการดิจิทัลเพื่อต่อยอดธุรกิจของเราจากบริษัทด้านไอทีตัวจริงจากญี่ปุ่น โดยไม่ต้องเดินทางไปไหนให้เสียเวลา

Japan Recommend IT งานแสดง IT Service and Solution จากญี่ปุ่นที่ธุรกิจไทยต้องมาดู

ในแต่ละปี ประเทศไทยมีงานแสดง IT Solution สำหรับภาคธุรกิจอยู่ไม่น้อย แต่ธุรกิจไทยก็ยังมองหาตัวเลือกที่หลากหลายกว่าเดิม โดยเฉพาะ Solution ที่พัฒนาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีบริบททางธุรกิจที่คุ้นเคยกัน รวมถึงศักยภาพและชื่อชั้นระดับโลกจึงน่าจะตอบสนองความต้องการของธุรกิจไทยได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ บริษัท Bigbeat Bangkok จึงได้จัดงาน Japan Recommend IT ขึ้น เพื่อพาบริษัท IT ญี่ปุ่นมาแนะนำ Solution กันถึงที่กรุงเทพมหานคร

งาน Japan Recommend IT จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2019 ธุรกิจไทยและอาเซียนได้รู้จักศักยภาพของบริษัทเทคโนโลยีญี่ปุ่นที่เป็นส่วนสำคัญในการทำ Digital Transformation ของธุรกิจชั้นนำของญี่ปุ่นมากขึ้น อาทิ Kintone ผู้ให้บริการ Enterprise Service App สัญชาติญี่ปุ่นที่เติบโตระดับโลกโดยมีผู้ใช้กว่า 12,000 องค์กร และ Dr.Sum ซึ่งเป็น Database Platform ที่ออกแบบรองรับ Business Intelligence ที่มีผู้ใช้กว่า 6,100 องค์กร

อย่างไรก็ตาม ในปี 2020 เนื่องจากเกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้งาน Japan Recommend IT ไม่สามารถจัดแสดงในสถานที่จริงได้ แต่ทั้งนี้ ความต้องการใช้ Digital Service ในไทยและอาเซียนก็มีมากขึ้นด้วยการปรับตัวอย่างเร่งด่วนของธุรกิจ ทางบริษัท Bigbeat Bangkok จึงตัดสินใจพัฒนางานปีนี้ให้อยู่บน Online Platform เต็มรูปแบบในชื่อ Japan Recommend IT ONLINE

งาน Japan Recommend IT ONLINE จะจัดแสดง IT Solution จากบริษัทญี่ปุ่นชั้นนำ 15 ราย โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 แกน ตามความต้องการของธุรกิจ ประกอบด้วย

1. Business Solution กลุ่มบริษัทที่ให้บริการด้าน Software การจัดการในธุรกิจ ครอบคลุมตั้งแต่งานปฏิบัติการที่จำเป็นต่างๆ เพื่อให้ขั้นตอนการดำเนินธุรกิจเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยมีทั้ง Software ที่ใช้งานในแต่ละสายงาน ไปจนถึง Software ที่ครอบคลุมทั้งองค์กรอย่าง Virtual office

2. Smart Solution and IoT กลุ่มบริษัทผู้พัฒนา Solution เชิง Physical ทั้งหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของธุรกิจ โดยกลุ่มนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้าง Smart workplace และ Smart Manufacture ที่ช่วยให้ชีวิตของคนทำงานดีขึ้น รวมถึงยังต่อยอดเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้าน Smart City ได้ด้วย

3. Data and Cloud กลุ่มบริษัทที่รองรับเทรนด์การทำธุรกิจปัจจุบันที่ต้องอาศัย Big Data รวมถึงการทำงานแบบ Remote working ที่ต้องอาศัยการจัดการ Data บน Cloud ที่มีระบบ

4. Cyber Security กลุ่มบริษัทที่สำคัญมากในยุคที่ความเป็นอยู่ของธุรกิจขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของระบบดิจิทัล โดยให้บริการทั้งด้าน Tools และ Solution เพื่อให้พวกเราทำงานได้อย่างปลอดภัย

ผู้ประกอบการธุรกิจ ผู้จัดการด้านเทคโนโลยีขององค์กรตั้งแต่ระดับ CTO จนถึง IT Admin ที่กำลังมองหา IT Solution ชั้นนำใช้งานได้จริงในองค์กร ต้องไม่พลาดงานนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับการนำเสนอ Solution โดยตัวแทนจริงจากบริษัท รับเอกสาร ชม Demo ของผลิตภัณฑ์ และสามารถนัดหมายเพื่อต่อยอดความต้องการร่วมกันได้ภายใน Platform

งาน Japan Recommend IT Online เปิดให้ทุกท่านเข้าร่วมฟรีตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม ถึง 31 สิงหาคมนี้ ลงทะเบียนและร่วมงานได้ที่เว็บไซต์ https://event-info.com/jrit/

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ft.comunctad.org และ worldretailcongress.com

บทความนี้เป็น Advertorial

RELATED ARTICLE

Responsive image

Japan Consumption Tax Hike ทางตันของญี่ปุ่นกับการขึ้นภาษีการบริโภค

ญี่ปุ่นได้มีการปรับขึ้นภาษีการบริโภคจากเดิม 8% เป็น 10% หลังจากมีการเลื่อนการขึ้นภาษีมาแล้วถึงสองครั้ง โดยภาษีดังกล่าวมีผลรวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคเกือบทุกประเภท...

Responsive image

ญี่ปุ่นในมุมที่คุณอาจยังไม่รู้จัก – ส่องสตาร์ทอัพ, นวัตกรรม Smart home และการนับถอยหลังสู่ Tokyo Olympic 2020

หลายคนที่ติดตามเพจของเราอาจจะชื่นชอบการไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นและรู้จักประเทศนี้กันดีอยู่แล้ว แต่ญี่ปุ่นในปี 2017 ยังมีอะไรใหม่ๆ ที่รอให้เราไปค้นหาอยู่มากมาย อย่างเช่น สตาร์ทอัพและ V...

Responsive image

C Channel แอปสุดคาวาอี้ ผลงานจากสตาร์ทอัปของอดีตซีอีโอ LINE

จากที่วงการสตาร์ทอัปแดนปลาดิบสงสัยกันมานานว่า Akira Morikawa อดีตซีอีโอ LINE กำลังทำอะไรอยู่ ตอนนี้ได้รับการเปิดเผยแล้วว่าเขาซุ่มทำโปรเจคต์สตาร์ทอัปที่มีชื่อว่า C Channel และในตอนน...