Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
Contact us
3

คุยกับ Kickdudes ทีมเล็กๆ แต่อบอุ่นและอบอวลไปด้วย Passion ในการทำงาน1 min read

Posted by
Posted date ตุลาคม 13, 2015

12064136_494013977443851_1444160941_n (1)

เมื่อไม่นานมานี้ผมได้เจอกับ Startup ทีมนึงจัดบูธที่พารากอน ซึ่งเป็นงานประกวด TICTA 2015 ผมได้ลองฟังหลักการและแนวคิดจากทีมที่นำเสนอก็พบถึงความเข้าท่าและเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งทีมนี้มาแก้ไขในจุดนี้ รวมไปถึงคนทำ Startup แนวนี้มีไม่เยอะทั้งในไทยเองและระดับอาเซียน ทีมที่ผมไปคุยด้วยก็คือ Kickdudes แพล็ตฟอร์มสำหรับคนรักการเตะฟุตบอล

ณ วันที่ผมไปนั่งพูดคุย ผมลุยฝนไปที่สำนักงานของ Twin Synergy แถวพัฒนาการ เมื่อได้เจอกับคุณออฟ คมกฤษ ก็พาผมไปที่ห้องนึงที่มีคนอยู่ประมาณ 7-8 คนกำลังนั่งทำงานกันอย่างขมักเขม้น

Kickdudes พัฒนาขึ้นโดย Twin Synergy นำทัพโดย คุณคมกฤษณ์ เลิศประเสริฐ (คนที่ 3 นับจากซ้ายมือ) หรือ ออฟ CEO ของบริษัท ที่เพิ่งจะคว้ารางวัลจากงานประกวดที่ได้กล่าวข้างต้นมาด้วย เส้นทางกว่าจะมาจนถึง ณ เวลานี้จากการพูดคุยแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายและบางเรื่องก็ผมได้ยินเองก็ยังไม่อยากเชื่อตัวเอง

“บริษัท Twin Synergy ตั้งมาเมื่อ 3 ปีที่แล้วด้วยความตั้งใจที่จะเป็น Software House รับพัฒนาโปรแกรม คิดโปรเจค ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมทั้งอยากจะประมูลงานของรัฐบาล แต่เนื่องจากตอนที่ตั้งบริษัทใหม่ การไปประมูลกลับไม่ได้เลยเพราะเขาเห็น Profile ของเราแล้วโยนทิ้งเลย ก็เลยไม่ได้ทำส่วนนั้นไป เลยมาทำพวกเว็บไซต์, ซอฟท์แวร์ให้กับองค์กร ทำไปทำมามันเสียสิ่งที่ตัวเองตั้งใจอยากจะทำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพราะเห็นสถานการณ์ของบ้านเรามันมีการแข่งขันกันด้วยราคา เลยทำให้คิดได้ว่าหากเราทำซอฟท์แวร์อยู่มันจะอยู่ได้นานขนาดไหน เลยต้องหันมาลุยทำผลิตภัณฑ์สักอย่างนึงให้ออกมาให้ได้ดีกว่าอยู่ในสงครามราคาสุดท้ายก็ตายกันหมด”

จุดเริ่มต้นของ Twin Synergy มีเพียง 2 คนโดยทั้งคู่เป็นโปรแกรมเมอร์ และก็ค่อยๆ มีตำแหน่งอื่นๆ เพิ่มขึ้นมา บางคนก็เคยทำงานจากที่ทำงานเก่าก็มี

“อยากทำเกมขึ้นมา แต่จริงๆ เราเป็นคนไม่เล่นเกม ด้วยความดังของ Candy Melon ก็เลยอยากทำบ้าง แล้วเราก็เจอปัญหาว่า เนื่องจากเราไม่เล่นเกมแล้วเราจะทำให้เกมมันสนุกได้อย่างไร ทำไป 6 เดือน ก็เลยเลิก ไปทำเกมอื่นแทน ด้วยที่เราสนิทกับทางค่ายเพลงเลยมีโอกาสได้ร่วมงานกับ Apple Girls Band เลยได้ไอเดียจากปกติจะมีเพลงประกอบเกม เราก็เลยทำเกมประกอบเพลงไป ปรากฎว่าไม่มีใครเล่น เลยต้องถอยมาคิดกันใหม่ประมาณ 2-3 เดือนว่าเราจะยังทำเกมกันใหม่ หรือจะเริ่มหาข้อมูลทำอย่างอื่นกันดี”

11885690_10205865759817832_5697078867049099268_o

Kickdudes ไม่ได้เป็นสิ่งที่ร่วมกันคิด แต่เป็นสิ่งที่แอบคิดแอบทำเอง

“หลังจากนั้นก็เลยดึงเอาสิ่งที่ตัวเองแอบทำอยู่นั่นคือ Kickdudes เราลองไปปรึกษากับพี่ไวท์ FireOneOne ซึ่งพี่เขาก็สนใจ เลยดึงเอาเข้ามาเป็นโปรเจคของบริษัท ทุกคนเลยหวังโอกาสไว้ที่ Kickdudes”

งานประกวดเกี่ยวกับ Startup มีมากมายในยุคนี้ Kickdudes ก็อยากจะเอาเข้าประกวดเหมือนกัน และมีความพยายามหลายครั้งแล้ว แต่ด้วยไอเดียใหม่ๆ ที่มันมายั้งให้การเอาเข้าประกวดถูกพักไว้

“จริงๆ เราอยากจะส่งแอปที่เกี่ยวกับจักรยาน เพราะคนเราไม่อยากจับระยะทางเท่าไหร่หรอก ความฟินของคนที่ปั่นคือระหว่างทางและที่หมายเพื่อทำการถ่ายรูปขึ้นโซเชียล ผมขี่จักรยานก็เลยอยากทำแอปพวกนี้ นอกจากนั้นก็อยากจะให้มันจับพิกัด ขอความช่วยเหลือจากกลุ่มคนปั่นได้ประมาณนี้ จนสุดท้ายเราก็เอาแอปนี้ส่งไปที่ทรู แต่ด้วยทีมเรามันเน้นสบาย บ้าๆ บอๆ ไม่ได้เป็นทางการ ส่งรูปแบบเอาแป้งมาทาหน้า อะไรแบบนี้ พอเราเข้าไปกรรมการก็ไม่ได้สนอะไรแล้ว เอาของเราออกจากการพิจารณาไปเลย ก็เลยเฟลๆ หน่อย”

“..สิ่งที่เราทำไป เราอยากบอกให้รู้ว่าโปรแกรมเมอร์ไม่จำเป็นต้องใส่สูทผูกไท คนคิดอะไรแปลกๆ ก็สามารถเป็นโปรแกรมเมอร์ได้ แต่เราก็รู้ว่าเราอาจจะเล่นแรงไปหน่อย เขาเลยไม่สนใจไอเดียไปด้วย”

“จากนั้นก็เลยเอา Kickdudes ส่งไปด้วยสภาพดีๆ หน่อย ด้วยการเกลาภาษาอังกฤษ ทำ Presentation ด้วยการพูดคุยและ brainstorm กันภายในทีม”

แผนการตลาด คือโจทย์ใหญ่มากๆ สำหรับ Kickdudes เพราะไม่มีใครเป็น

“เรามีการปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่พี่ไวท์ได้แนะนำว่าอยากให้คงคอนเซปเดิมจากที่คิดตั้งแต่แรก คือการสร้าง Community ซึ่งเราก็คงไว้แต่เรามาคิดการตลาดในแนวทางของตัวเอง แล้วก็ส่งไปงาน TICTA แบบเล่นๆ แต่สิ่งที่ได้กลับมาถือว่าน่าสนใจเพราะการตลาดที่คิดกันมาเองและการไปถาม มันไปตรงกับปัญหาที่มีอยู่จริงระหว่างสนามและผู้เล่น”

ตัวแอปเสร็จมาได้สักพักแล้ว ปัญหามันก็ยังคงอยู่ที่การตลาดและการประชาสัมพันธ์อยู่

“แอปเวอร์ชั่นแรกเสร็จมาได้สักพักแล้ว แต่เราไม่รู้จะปล่อยยังไง ถ้าปล่อยไปแล้วมีคนใช้เป็นหย่อมๆ ถ้าเปิดไม่เจอกันมันก็เล่นกันไม่ได้ เลยตัดสินใจไปปรึกษาพี่เก่ง สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม แห่ง RGB72 เพราะว่าอยู่ใกล้และเคยทำงานด้วยกัน และขอให้ช่วยให้ดูการตลาดและวางแผนการตลาดให้ทั้งหมด”

“ตอนนี้กำลังเริ่มมองระบบการจัดการเรื่องเงิน คืออยากให้คนที่เข้ามาใช้งานสามารถจ่ายหรือหักเงินได้เลย ซึ่งเรามองว่าคนไทยยังไม่ค่อยใช้บัตรเครดิต ยิ่งการเตะบอลแล้วการใช้บัตรเงินสดดูแล้วน่าจะเหมาะสมกว่า ซึ่งเราพยายามหาคู่ค้า (Partner) อยู่เรื่อยๆ”

ฟังไปแล้วน่าจะมีคู่แข่งทำระบบด้านนี้เยอะ แต่จริงๆ แล้ว Kickdude มีคู่แข่งที่ทำแอปด้านนี้ไม่กี่เจ้าในโลก

12167035_494013964110519_1053473254_n (1)

“ในไทยไม่มีเป็นแอป แต่มีเป็น Group LINE, Facebook Page, Webboard อย่างตัว Facebook Page ชื่อ หาเพื่อนเตะบอล มีคนอยู่ในนั้นประมาณ 2000-3000 คน แต่ถ้าเป็นระดับโลกแล้วมี Nike Football ที่ทำ แต่ไม่มีใครใช้และดูไม่น่าใช้ และเขาดูจะเน้นไปในเรื่องแบรนด์อย่างเดียว บวกกับเขาก็อยากจะขายของ ขาย Gadget ต่างๆ ซึ่งจากข้อด้อยที่เราหาเจอในนั้น เราก็เอามาใส่ใน Kickdudes ของเราแทน และก็มีที่อเมริกาที่เปิดตัวก่อนหน้าเราประมาณ 2 เดือนด้วยฐานผู้ใช้งานประมาณ 2,000 คน”

“เราอยากจะเติมเต็มคนที่กระหายอยากจะเล่นฟุตบอล ตั้งแต่คิดว่าอยากเตะ หาคนเจอะ หาสนาม ตั้งกรุ๊ปคุยกัน เตะ จัดการเรื่องเงิน ทุกอย่างจบในแอปเดียวเลย”

ปัญหาคนเล่น กับปัญหาสนามคือสิ่งที่แตกต่างของ Kickdudes

“ของ Nike เองเขาเอามาแก้เรื่องผู้เล่นล้วนๆ ที่อยากจะหาคนเตะบอลด้วย แต่สิ่งที่เรามาแก้ปัญหาที่เห็นอย่างชัดเจนก็คือเรื่องการจัดการสนาม ซึ่งจากการที่เราเอาระบบไปให้เขาทดลอง เจ้าของสนามบอกมาทันทีว่าเอา เพราะสิ่งที่เราทำให้มันแก้ปัญหาที่เขาเจอมาทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงินการจองสนาม ที่ปกติต้องจดลงสมุดอย่างเดียว แต่บางทีเราสนิทกับคนรับโทรศัพท์แล้วเราจะเจอว่าไม่มีการลงชื่อ พอมาแล้วก็ไม่มีชื่อก็ไม่ได้สนาม เพราะไม่สามารถ Track ได้ รวมทั้งการติดต่อสื่อสารที่ปกติเราจะรู้แค่คนมาจองเพียงคนเดียว หากเราอยากจะติดต่อกับคนที่มาเตะทั้งทีมหล่ะจะทำอย่างไร นี่คือข้อดีของเราที่สามารถดูแลและจัดการทุกคนได้ทั้งหมด สามารถส่งเมลส่งข้อความได้ และออกรายงานทั้งหมด”

Kickdudes จะไม่ใช่แค่ระบบจองสนาม เพราะต่อไปจะมีมากกว่านั้น

“อนาคตเราจะมีโปรโมทโปรโมชัน รวมไปถึงการจัด League เพื่อการแข่งขันเราสามารถจะทำให้ได้ด้วยระบบที่รองรับให้ทั้งหมด ซึ่งเป็นแผนในการทำที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”

แผนการเปิดตัวแอปจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนภายในปลายปี 2558 นี้ โดยช่วงนี้ก็เป็นการทดสอบในช่วงท้ายๆ ก่อนให้ใช้งานจริง

“ตอนนี้เรากำลังทดสอบและปรับ Requirement ไปด้วย เพื่อจะเอาไปทดสอบที่สนามแถวๆ ลาดกระบังซึ่งจะได้ผู้ใช้งานประมาณ 700 คน และคาดว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนสนามที่จะใ้ช้บริการและจำนวนผู้ใช้งานในอนาคตอันใกล้ด้วย”

Kickdudes จะพยายามทำตัวเองให้เป็นมาตรฐานในการใช้บริการสนามฟุตบอล ดึงเอาสนามที่มีปัญหาให้มาเป็นของตัวเองก่อนจะให้คนอื่นหันมาใช้ตาม

“แต่ละที่ดูไม่เป็นมาตรฐาน ต่างคนต่างมี สนามใหญ่ๆ บางทีเขาก็จะมีระบบที่เขาทำขึ้นมาเอง ซึ่งเรามองสนามกลุ่มนี้เป็นลำดับท้ายๆ ที่จะเข้าไป เราพยายามปรับจากสนามที่ยังไม่มีระบบให้มาใช้ระบบของเรา พอสุดท้ายแล้วคนอื่นเขามี สนามใหญ่ๆ เขาก็จะยอมมาใช้ระบบเราเองโดยปริยาย”

เน้นในกรุงเทพฯ แล้วอาจจะไปที่ลุยตลาดต่างประเทศเลย

“ระบบช่วงแรกจะเน้นในกรุงเทพก่อน แต่เราอยากจะขยายไปต่างประเทศเลยด้วย connection ซึ่งในมาเลเซีย, สิงคโปร์ก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน เพราะเขาก็ยังจดใส่กระดาษกันอยู่ ทุกอย่าง Manual แต่ก็มีบางอย่างที่ยังต้องลงรายละเอียด แต่ในใจอยากจะเน้นคนไทยให้เปลี่ยนพฤติกรรมกันก่อน เพราะผมอยากให้คนอยากเตะบอลนึกถึงแอปนี้เป็นแอปแรก”

IoT น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาทำให้ Kickdudes น่าสนใจมากขึ้น

“แผนการในอนาคตนอกจาก Feature ทั้งหลายที่จะมีเพิ่มเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการจัดทีมท้าแข่งแล้ว การดึงเอา IoT เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขัน เช่นการติด RFID เพื่อเก็บสถิติในการแข่ง การวิ่ง อะไรอย่างนี้เป็นต้น”

มองเรื่อง Commerce ที่จะเอามาผูกกับแอปไว้หรือเปล่า

“การขายของในแอปเรายังไม่ได้มอง เพราะเราจะมีพวกอุปกรณ์กีฬาที่จะเป็นสปอนเซอร์ให้ ลดราคาให้ หรือจะมีการตั้ง Alert หรือจะขายแพคเกจข้อความเตือนให้กับเจ้าของสนามเพื่อส่ง Voucher ส่วนลดให้กับผู้ใช้งานมากกว่าครับ”

ผู้ใช้งาน หรือ Users คือสิ่งที่ทาง Kickdudes ให้ความสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใด

“ผมอยากได้จำนวน User มากกว่า คือ Startup ช่วงเริ่มต้นโดยส่วนใหญ่ที่เขาไม่มีเงินทุน สิ่งที่เขาอยากได้คือเงินทุนที่ลงไปตั้งแต่ทำครั้งแรก ส่วนของเรา เราพอมีเงินทุนอยู่แล้วและใช้ได้ยาวๆ สิ่งที่เราต้องการเลยเป็นคนที่เข้ามาใช้งาน ซึ่งเมื่อมีคนเข้ามาใช้งานแล้ว เราจะได้เห็นความต้องการที่แท้จริงจากผู้ใช้งานจริงๆ ทำให้เราไม่ต้องไปมโนว่า เอ้อ เดี๋ยวเราทำอันนั้น อันนี้ให้รอนะ ซึ่งบางทีก็ไม่ได้ใช้เพราะมันไม่ได้ตอบสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ ช่วงที่เรากำลังจะปล่อยนี้เราจะทำเฉพาะ Feature ที่เราคิดได้ไปก่อน”

Kickdudes เข้าใจผู้ใช้ บอกเลยว่าแอปจะไร้โฆษณา

“ที่แน่ๆ เราจะไม่ให้มีโฆษณาภายในแอป มีคนมาคุยไว้เหมือนกันว่าเมื่อเปิดตัวเราจะขอลงโฆษณา เราไม่อยากให้แอปที่เราพยายามทำมันดู Cheap (ดูราคาถูก)”

เมื่อทำแอปเกี่ยวกับฟุตบอล ก็ต้องสงสัยอยู่แล้วว่า ในทีมเตะบอลกันไหม คำตอบที่ได้โดยส่วนใหญ่จะไม่ได้เตะ แต่เป็นเพื่อนรอบตัวส่วนใหญ่จะเตะกัน เราก็เลยเอาสิ่งที่เพื่อนเจอมาทำ Kickdudes ขึ้นมา ในทีมจะขี่จักรยานเป็นส่วนใหญ่

“ทาง Mentor เขามองว่าการไม่มีความรู้เรื่องฟุตบอลเลยมันเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง เพราะว่าเวลาที่คิดจะไม่เกิดความลำเอียง (Bias) คิดเข้าข้างตัวเอง เราไม่มีความคิดเข้าข้างใครทั้งตัวนักเตะทั้งเจ้าของสนาม ทำให้เราต้องออกไปหาข้อมูล และการให้ข้อมูลแหล่งข้อมูลที่เรา”

“ข้อดีของเราอีกอย่าง (น่าจะเรียกเป็นข้อดีได้) คือเรา Friendly, ง่ายๆ และชอบดื่ม เวลาที่ไปที่สนามผมจะไปตีซื้กับเจ้าของด้วยการกินเบียร์ ช่วงที่พูดคุยเราก็ถามไปเรื่อยๆ ก็จะได้ข้อมูลมาทำ Product ของเราด้วย”

การได้คุยกับคนที่เตะบอลแบบตรงไปตรงมา บางทีก็ได้คำที่กวนๆ กลับมาซึ่งสิ่งที่เขาถามก็เป็นสิ่งที่มันน่าจะเกิดขึ้นจริง

“ผมไปเจอในงาน TICTA ผมว่าสิ่งที่พี่ทำมีจุดอ่อนนะ อย่างคนใช้งานจะรู้ได้ยังไงว่าฝนจะตกถ้าไปสนาม Outdoor เราก็บอกไปว่าเราคิดเผื่อไว้แล้วว่าเราจะมีระบบให้กับเจ้าของสนามช่วยแจ้งเตือนให้กับคนที่จองก่อนที่จะถึงเวลาและตัวแอปเราก็จะมีระบบพยากรณ์อะไรได้ หรืออีกเคสนึงบอกว่า แอปพี่ไม่มีทางเกิดได้หรอก เพราะเราไม่มีทางใช้แอปหรอก เราเตะสนามโรงเรียนฟรี เราก็บอกว่า ตรงนี้เราทำให้น้องแล้วนะ สามารถนัดเพื่อนได้โดยไม่ต้องบอกว่าเตะที่สนามที่มี เตะกันที่ถึงข้างตึก 2 ใส่เวลา แล้วเรียกเพื่อนได้เลย จบแล้ว น้องเขาก็บอกว่า ดีเลยพี่อยากได้พอดีเลย”

เมื่อผมถามไปว่า ทีม Kickdudes จะเน้นทำตัวนี้ตัวเดียวหรือเปล่า คำตอบที่ผมได้รับกลับเป็นว่าเขาไม่ได้หยุดแต่นี้แน่นอน แต่เขามองถึงสิ่งที่จะมีขึ้น 2-3 ตัวที่รอทำอยู่ โดยใบ้มาว่ามีแนวทางในการทำรายได้ที่ชัดเจนกว่า Kickdudes ไม่ได้มองเพียงแค่ Kickdudes เท่านั้น

“ถ้าผมปล่อยตัวนี้ได้ ผมก็จะแอบไปทำตัวอื่นต่อ”

วงสุรา คือที่มาของไอเดียในการทำผลิตภัณฑ์หลายๆ ตัว

“ไอเดียใหม่ๆ ของผมมากจากวงเหล้า มันมาจากนิสัยส่วนตัวของผม เพราะผมได้เจอคนหลากหลายอาชีพที่เขามาล้อมวงกันพูดคุย เขาก็จะเล่ากันว่าสิ่งที่เขาเจอในอาชีพของเขามีอะไรบ้าง ตรงไหนที่มีปัญหาบ้าง ถ้าเราจะแก้ปัญหาผ่านการเขียนโปรแกรม เราก็ต้องไปจับจุด จับปัญหาที่เขาเจอเพื่อให้แก้ได้ตรงจุดและตรงใจที่สุด เพราะสิ่งที่เขาบอกคือปัญหาจริงๆ (และจริงๆ เราก็หาเรื่องดื่มด้วย 555)”

“และจากวงสุรา เราเคยมีไอเดียอยากทำแอปเรียกวินมอเตอร์ไซค์ ซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อที่ใกล้ที่สุดมาให้เรา ของที่เราจะฝากทุกอย่างอิงกับสินค้าที่มีในร้านหรือมินิมาร์ท ซึ่งมันก็คือการฝากคนซื้อของแบบเราขยับแค่นิ้ว แต่ตอนนี้ก็มีพวก Grabbike หรือ GrabTaxi ให้บริการไปแล้ว เราก็ไม่ทำ”

11960051_10153585270034808_8434567349511306388_n

เมื่อลองถามนอกเรื่อง Kickdudes มาถามเรื่องการทำงานกับสมาชิกในทีม ว่าชอบทำบริษัทใหญ่หรือบริษัทเล็กมากกว่ากัน ทิศทางในคำตอบก็เป็นไปในทางเดียวกัน

“เราชอบบริษัทเล็กมากกว่า ไม่มีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน มีอะไรก็คุยกันได้ง่ายกว่า จบเร็ว บริษัทใหญ่พูดกันเหมือนจะจบแต่ไม่จบ”

ผมทิ้งท้ายช่วงการพูดคุยด้วยเรื่องการรับคนเข้ามาของทีมที่น่าสนใจ

“ตอนผมสัมภาษณ์คนที่สนใจเข้ามาในทีม ผมจะถามเขาเลยว่า ทำไมถึงอยากมาทำ สิ่งที่ผมได้ยินคือ บริษัทเก่ามันเลวมาก (หัวเราะ)”

และน้องคนนึงที่เพิ่งเข้ามาร่วมทีมก็ได้แชร์คำตอบนี้ออกมา ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผมได้ยินแล้วก็อมยิ้มเพราะถ้ามีอย่างนี้เยอะๆ ก็คงดี

“การทำงานในที่แรกเราควรได้รับประสบการณ์ให้มากที่สุด เพราะเวลาที่ไปที่ใหม่เขาจะถามว่า 2 ปีที่ผ่านมาคุณได้อะไร ผมเลยเล็งหางานกับบริษัทที่เป็น Startup เลยทุกที่ที่อยากจะทำ รวมไปถึงดูว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่เขาทำอะไร เพราะเราต้องสนใจด้วยว่าสิ่งที่เราจะเข้าไปทำมันต้องเป็นสิ่งที่เราสนใจด้วย ในรุ่นผมมีคนคิดแบบนี้เยอะว่าจะเล็งมาทำกับบริษัท Startup โดยทุกคนอยากมี Product เป็นของตัวเอง แต่ถ้าเราไม่มีประสบการณ์ ก็ต้องเป็นลูกน้องเขา”

ออฟบอกว่า ที่นี่ไม่มีการสอบเข้านะ เพราะตัวผมเองไม่ชอบทำข้อสอบ (หัวเราะ)

“ผมจะถามน้องที่อยากจะมาร่วมงานกับเราว่า ทำอันนั้น อันนี้ได้ไหม และถ้าเขาทำไม่ได้ ผมจะถามเขาเลยว่า รู้ไหมว่าเราจะหาข้อมูลในการทำเราจะใช้ Keyword ว่าอะไร ถ้าเขาบอกว่ารู้และสามารถระบุได้ เท่านี้แหละผมก็รับเข้าร่วมงานแล้ว ผมไม่ต้องการคนทฤษฎีแม่นแบบเป๊ะๆ แต่ผมอยากจะได้คนที่รู้ว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างไรด้วยตัวเอง”


หลังจากที่ผมได้นั่งคุยกับทีม Kickdudes โอกาส โอกาสในการเข้าไปหาปัญหาเพื่อที่จะได้ใช้ความรู้เพื่อเอามาแก้ด้วยความรู้ความสามารถของตัวเอง และ การให้โอกาสกับคนที่จะเข้ามาทำงาน แม้จะไม่ได้เก่งมาตั้งแต่แรก แต่ทุกอย่างสามารถและการใฝ่รู้ ทุกอย่างจะสามารถทำให้งานทุกอย่างสำเร็จได้ มิใช่การหยิ่งทะนงตนว่าตัวเองเก่งแต่พอเข้ามาทำงานก็ไม่สามารถทำหรือแม้กระทั่งร่วมทีมได้

อีกอย่างที่ผมได้ยินคือ ไม่หยุดแม้จะ Fail เพราะ Kickdudes ไม่ใช่สิ่งแรกที่เขาทำ เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ ทำแอปมีคนดาวน์โหลดไม่ถึงร้อยก็เคยมาแล้ว แต่สุดท้ายเขาไม่หยุดที่จะทำ สิ่งที่เขาผ่านมาได้เป็นประสบการณ์ทำให้เกิดก้าวต่อไปในผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่ที่เราจะก้าวไหม

น่าเสียดายว่ามีหลายเรื่องออกอากาศไม่ได้ด้วยความเหมาะสมและเป็นเรื่องที่อยู่นอกจากสิ่งที่เราต้องการจะพูดคุย ตัวอย่างเช่นการทำคลิปไวรัลเพื่อขอโทรศัพท์และก็ได้โทรศัพท์มาจริง เป็นต้น บอกได้เลยครับว่า CEO Kickdudes นี่บ้าพลัง ทำอะไรแปลกๆ มาตลอด

Kickdudes ใกล้เปิดให้ใช้งานแล้ว อย่างไรก็ดีใครที่เตะบอลอยู่แล้วก็ลองใช้งาน ใช้บริการกันได้ที่นี่ kickdudes.com

Lecturer, ex-digital content manager, ex-software tester who loves to follow and share the tech news, social media and content strategy.

Comments

comments

Sign-up for exclusive content. Be the first to hear about ConvertPlug news.
Subscribe