
ถ้าคุณยังคิดว่า MICE คืออุตสาหกรรมท่องเที่ยว คุณอาจกำลังพลาดโอกาสทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในยุคนี้
นั่นคือประโยคเปิดที่ตรงและชัดเจนที่สุดจาก ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ซึ่งชี้ให้เห็นตั้งแต่ต้นว่าตลอดการพูดของ ดร.สุรัชสานุ์ ไม่มีคำว่า "การท่องเที่ยว" แม้แต่คำเดียว เพราะ MICE คือเรื่องของการจัดการและการบริหารธุรกิจล้วนๆ
หากจะอธิบาย MICE ให้เข้าใจง่ายที่สุด ให้นึกภาพตลาดขนาดใหญ่ที่รวมทุกอย่างไว้ในพื้นที่เดียว ทั้งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างเครือข่าย การหาแหล่งเงินทุน และการลดต้นทุนผ่านการรวมสินค้าและบริการแบบครบวงจร สิ่งที่ทำให้ MICE ต่างจากตลาดทั่วไปคือมันสร้างโอกาสได้ในคราวเดียว ดังนั้น MICE จึงไม่ใช่แค่ช่องทางการจัดจำหน่าย แต่คือทางลัดที่รวดเร็วที่สุดที่มีอยู่
งานแสดงสินค้าวันนี้ไม่ได้มีแค่บูธและผู้ซื้อผู้ขายอีกต่อไป แต่ยังผนวกเอาการสัมมนา การสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรม และการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างรวดเร็วไว้ด้วยกัน ทุกครั้งที่ MICE ลงพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดหรือเมืองใด ผลกระทบเชิงบวกจะเกิดขึ้นทันที
หนึ่งในมุมมองที่น่าสนใจที่สุดที่ ดร.สุรัชสานุ์ หยิบยกขึ้นมาคือการมองงานแสดงสินค้าเป็น "ห้องทดลอง" ให้กับนักพัฒนาเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพ ลองนำแพลตฟอร์มหรือสินค้าและบริการของตัวเองวัดผลจริง ตั้งแต่ระบบลงทะเบียนหน้างานไปจนถึงการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าแบบเรียลไทม์ และการสร้างเส้นทางประสบการณ์ลูกค้าตั้งแต่ก้าวเข้ามาจนกลับออกไป
ดร.สุรัชสานุ์ ยกตัวอย่าง Techsauce Global Summit ที่กรุงเทพฯ ซึ่งใช้แพลตฟอร์มล่าสมบัติ NFT สร้างความมีส่วนร่วมกับผู้เข้าร่วมงาน เป็นกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าการประยุกต์ใช้กลไกเกมและแพลตฟอร์มเชิงโต้ตอบสามารถยกระดับประสบการณ์ในงาน MICE ได้จริง
วิทยากรในงานหลายท่านพูดตรงกันในเรื่องข้อมูล และ ดร.สุรัชสานุ์ ก็ขยายความต่อให้ชัดขึ้นว่างาน MICE คือแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ที่รอการนำไปใช้ เพราะระบบลงทะเบียนเพียงอย่างเดียวสามารถบอกได้ทันทีว่าผู้เข้าร่วมเป็นใคร สนใจสินค้าอะไร และต้องการจับคู่ธุรกิจกับใคร
เครื่องมืออย่างแผนที่ความร้อนและการนับจำนวนผู้เข้าร่วมช่วยให้ผู้จัดงานทราบแบบเรียลไทม์ว่าจุดไหนในงานมีผู้คนหนาแน่น บูธไหนยังไม่ดึงดูดผู้เข้าชม และสามารถใช้ข้อมูลนั้นกระตุ้นการตัดสินใจได้ทันที นอกจากนี้ ปัญญาประดิษฐ์ยังสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเพื่อแบ่งกลุ่มเป้าหมาย จัดกลุ่มอุตสาหกรรม และขับเคลื่อนแพลตฟอร์มจับคู่ธุรกิจที่แม่นยำขึ้น
ดร.สุรัชสานุ์ ระบุปัญหาหลักของผู้จัดงาน MICE ที่ยังรอทางออกจากนักพัฒนาเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพอย่างชัดเจน ประกอบด้วย
พื้นที่เหล่านี้ยังไม่มีใครครองตลาด และ ดร.สุรัชสานุ์ ประกาศชัดว่า "นักพัฒนาเทคโนโลยีหรือสตาร์ทอัพท่านใดที่ก้าวเข้ามาทำก่อน คุณจะได้เปรียบ"
งาน MICE ไม่ได้จบในวันที่จัดงาน เพราะผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศต้องผ่านการวางแผนการเดินทางและโลจิสติกส์ การจองที่พัก และการรับสารทางการตลาดก่อนจะเดินเข้างานได้ ทั้งหมดนี้คือห่วงโซ่คุณค่าที่เปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพเข้าไปสร้างสินค้าและบริการแทรกอยู่ในทุกจุด และเมื่อ MICE 1 งานลงพื้นที่ มันจะสร้างผลทวีคูณต่อเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างเป็นรูปธรรม
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรม MICE คือการมาถึงของครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ในฐานะผู้จัดงาน เพราะฐานแฟนคลับหรือผู้ติดตามของพวกเขาคือสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่มีค่ามากกว่าฐานข้อมูลทั่วไป เมื่อใดก็ตามที่งานที่ขับเคลื่อนด้วยเนื้อหาเกิดขึ้น ชุมชนจะติดตามเข้ามาเอง
ดร.สุรัชสานุ์ ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในปัจจุบัน ได้แก่ Techsauce, The Standard, Mission to the Moon และต่อเพนกวิน ซึ่งทุกรายล้วนก้าวเข้ามาเป็นผู้เล่นในธุรกิจ MICE อย่างเต็มตัวแล้ว นั่นหมายความว่าคู่แข่งของผู้จัดงานวันนี้ไม่ใช่แค่ผู้จัดงานอีเวนต์มืออาชีพอีกต่อไป
ในยุคที่ข้อมูลล้นเกิน ผู้จัดงาน MICE เองก็ต้องเผชิญกับปัญหาข้อมูลล้นเกินและข้อมูลบิดเบือนเหมือนกัน ดร.สุรัชสานุ์ ชี้ว่า MICE กำลังวิวัฒน์ตัวเองจากการวัด ROI (ผลตอบแทนจากการลงทุน) ไปสู่ ROR (ผลตอบแทนจากความสัมพันธ์) เพราะการพบกันตัวต่อตัวบนเวที MICE สร้างความไว้วางใจระหว่างมนุษย์ที่แน่นแฟ้นกว่า และมั่นคงกว่าการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัลเพียงอย่างเดียว
นั่นทำให้ผู้จัดงาน MICE ต้องการ "พารามิเตอร์ความน่าเชื่อถือด้วยปัญญาประดิษฐ์" หรือเครื่องมือที่ช่วยตรวจสอบความถูกต้องของสินค้า บริการ และข้อมูลบนเวที ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่รอนักพัฒนาเทคโนโลยีเข้าไปเติมเต็ม
สุดท้าย ดร.สุรัชสานุ์ ย้ำว่าการปฏิบัติตามมาตรฐานความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องทางเลือกอีกต่อไป มาตรฐาน EU และ CBAM ที่เริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้ว บังคับให้ทุกธุรกิจที่ต้องการส่งสินค้าเข้ายุโรปต้องปฏิบัติตาม สำหรับธุรกิจ MICE โดยเฉพาะ มาตรฐานที่สำคัญประกอบด้วย ISO 20121 สำหรับการจัดงานอย่างยั่งยืน, GSTC (Global Sustainable Tourism Council) สำหรับการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล, TMVS (Thailand MICE Venue Standard) สำหรับสถานที่จัดงาน และ TSEMS (Thailand Sustainability Event Management Standard) สำหรับการจัดงานอีเวนต์ที่ยั่งยืนของไทย
ผู้ที่สนใจสำรวจว่ามีนักพัฒนาเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพใดอยู่ในระบบนิเวศ MICE ของไทยแล้วบ้าง สามารถดูได้ที่ MICE Innovation Catalog ซึ่งทีเส็บรวบรวมผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่พร้อมเชื่อมต่อกับอุตสาหกรรม MICE ไว้ในที่เดียว
"วันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว คนที่จะชนะได้ไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่คือคนที่เลือกสนามแข่งได้ถูกต้อง และวันนี้ MICE อาจจะเป็นสนามใหม่ของคุณ"
ข้อมูลจาก Session MICE: the High Value Business Opportunity, Stepping Stone to the City's Success ในงาน Techsauce Next Entrepreneur Summit
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด