เมื่อพูดถึงองค์ใหญ่ที่เดินเครื่อง Digital Transformation เป็นผลสำเร็จในระดับโลก หลายคนจะต้องนึกถึง Microsoft บริษัทเทคโนโลยีที่เปลี่ยนรูปแบบธุรกิจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจนผ่านพ้นวิกฤติและคืนสู่ความแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็ว 

ล่าสุด Microsoft ประกาศได้ขยายตลาดระดับภูมิภาคเอเชียอย่างจริงจัง ด้วยการเปิด “สำนักงานประจำภูมิภาคเอเชีย” แห่งใหม่ที่ประเทศสิงคโปร์พร้อมกับนำ Microsoft Experience Center ศูนย์เผยแพร่นวัตกรรมซึ่งเป็นศูนย์นอกสหรัฐฯ แห่งแรกของโลก Techsauce ได้รับโอกาสจาก Microsoft ประจำเอเชียแปซิฟิก (Microsoft APAC) ร่วมเยี่ยมชมกับ Microsoft Experience Center และสำนักงานระดับภูมิภาคแห่งใหม่พร้อมกับสื่อระดับภูมิภาคเป็นเวลา 1 วันเต็มๆ ได้เห็นทั้งเรื่อง Innovation และ Culture ที่น่าสนใจ จึงขอสรุปและถ่ายทอดให้ทุกท่านได้ติดตามกัน

Microsoft Experience Center APAC ศูนย์ขับเคลื่อนนวัตกรรมนอกสหรัฐฯ แห่งแรกของบริษัท

สำหรับ Experience Center ประจำภูมิภาคเอเชีย ได้เปิดให้บริการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2019 เป็นพื้นที่ที่ Microsoft ออกแบบเพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจ “ปรับใช้” เทคโนโลยีใหม่ๆ ในอนาคตอันใกล้ ตั้งแต่ Internet of Things, AI ไปจนถึงการช่วยเหลือด้านความปลอดภัยไซเบอร์หรือ Cybersecurity ที่จะมีบทบาทมากในอนาคต โดยศูนย์แห่งนี้เป็นศูนย์แรกที่ Microsoft เปิดให้บริการนอกสหรัฐฯ เพื่อให้ภาคธุรกิจในเอเชียได้สัมผัสกับการใช้เทคโนโลยีของ Microsoft ได้ง่ายขึ้น

Microsoft Experience Center APAC มีพื้นที่จัดแสดงทั้งหมด 4 ส่วน ได้แก่

  • Experience Center โซนจัดแสดงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจาก Product และ Solution ของ Microsoft โดยมีทั้งการแพทย์ ค้าปลีก การเกษตร อุตสาหกรรม เพื่อให้ธุรกิจได้เห็นวิธีประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ
  • Microsoft Technology Center โซนให้คำแนะนำเกี่ยวกับเชิงเทคนิคในการใช้ Product และ Solution ของ Microsoft เน้นไปในด้านการปฏิบัติการและการขับเคลื่อนธุรกิจของผู้ใช้ Microsoft ให้ตอบโจทย์ทั้งกำไรและความพึงพอใจของผู้ใช้
  • Cybersecurity Center ศูนย์ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้การสนับสนุนด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ทำหน้าที่ทั้งสร้างการตระหนักรู้ ให้ความร่วมมือกับภาคนโยบาย ไปจนถึงแก้ปัญหาอาชญากรรมทางดิจิทัลเต็มรูปแบบ
  • Innovation Factory พื้นที่ที่ Microsoft ออกแบบเพื่อให้ผู้ใช้เข้ามาพัฒนาไอเดียโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะในรูปแบบ Hackathon ที่เราคุ้นเคย หรือรูปแบบอื่นๆ ที่สามารถเค้นไอเดียเพื่อลงมือพัฒนาจริง

การใช้ Internet of Things กับ Drone เพื่อวางแผนก่อสร้าหรือปรับปรุงอาคาร

Rebecca Hick, Director, Experience Center ของ Microsoft Asia เผยว่า การเปิดศูนย์ที่สิงคโปร์ เป็นการนำแนวคิดการทำงานของ Microsoft ที่สำนักงานใหญ่มาใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจของลูกค้าในเอเชีย ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจของพวกเขาพัฒนาและเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่แก้ปัญหาต่างๆ ได้มากขึ้น

การใช้ Computer Vision และ Machine Learning ในด้านการแพทย์

การใช้ Computer Vision และ Machine Learning ในภาคเกษตรเพื่อทำ Precision Farming

Smart Retail Solution ด้วยพลังของ Internet of Things และ Cloud Computer

เปิดวิธีคิดการสร้างสำนักงานให้คนทำงาน “กลับบ้านอย่างมีความสุข” ของ Microsoft

สิ่งที่ Microsoft นำมายังสำนักงานใหญ่ประจำภุมิภาคเอเชียไม่ได้มีแต่เรื่องของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังออกแบบพื้นที่สำนักงานโดยคำนึงถึง User Experience เต็มที่ ทั้งในส่วนของพนักงานและลูกค้าของ Microsoft

สำหรับสำนักงานแห่งใหม่ของ Microsoft ประจำภูมิภาคเอเชีย ตั้งอยู่ที่อาคาร Fraser Tower ใจกลางย่านธุรกิจของประเทศสิงคโปร์ ใช้พื้นที่ทั้งหมด 6 ชั้นของอาคาร คิดเป็น 12,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย Office Space สำหรับพนักงาน, พื้นที่รับรองและให้บริการลูกค้า และ Microsoft Experience Center ซึ่งทั้งหมดสามารถรองรับพนักงานประจำภูมิภาคได้ 1,400 คน โดยพื้นที่ชั้นบนสุดและล่างสุดจะเป็นพื้นที่ Office ของพนักงาน ทำให้พนักงานต้องเดินผ่านพื้นที่รับรองลูกค้า ช่วยให้พนักงานได้พบกับลูกค้ามากขึ้นเป็นการลดช่องว่างระหว่างพนักงานกับลูกค้าอันจะนำไปสู่สายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน

ขึ้นชื่อว่าเป็นบริษัทเทคโนโลยี Facility ต่างๆ ใน Office Space ย่อมจัดเต็มแน่นอน โดยสำนักงานแห่งนี้นำ Solution ที่ชื่อ Smart Building CampusLink มาใช้จัดการพื้นที่ภายใน ตั้งแต่การจัดการพื้นที่ทั้งหมดด้วย Internet of Things อย่างห้องประชุม โต๊ะทำงาน พื้นที่ใช้สอยภายใน พนักงานสามารถเห็นสถานะการใช้และทำการจองพื้นที่ต่างๆ ผ่านจอหน้าสำนักงานได้ นอกจากนี้ ยังนำ IoT มาใช้การจัดการทรัพยากรภายใน เช่น การจัดการแสงสว่างภายในอาคารด้วย Smart Lighting ที่คอยปรับแสงว่างภายในอย่างอัตโนมัติ ช่วยลดค่าไฟได้สูงสุด 25 เปอร์เซ็นต์ แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ Run บน Azure Cloud นั่นเอง

นอกจากเทคโนโลยีแล้ว การออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ใช้เป็นสำคัญก็นับว่าน่าสนใจ โดยเฉพาะในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่สามารถความแตกต่างได้ เช่น จอแสดงผลสถานะการใช้ห้องสามารถปรับเลื่อนขึ้นลงได้รองรับการใช้งานของพนักงานหลากหลายสรีระ โต๊ะทำงานและห้องประชุมมีสายต่อพ่วงหัวทุกแบบ รวมถึงมีปลั๊กไฟแบบ International เพื่อให้พนักงานและลูกค้าต่างชาติทำงานได้ทันที ไม่ต้องรบกวนฝ่าย IT โต๊ะทำงานจะมีจอประจำที่สามารถหมุนได้ 180 องศา มีห้องเก็บเสียงสำหรับสนทนาส่วนตัวหรือกลุ่มเล็กๆ และที่สำคัญคือพื้นที่ Collaborative Space ให้พนักงานมารวมตัวกันเพื่อพูดคุยไอเดียเป็นการเฉพาะ

Focus Room ห้องเก็บเสียงสำหรับสนทนาหรือทำงานแบบส่วนตัว

Julian Chan, Program Lead ของ Microsoft APAC ผู้ที่มีส่วนดูแลการสร้างสำนักงานแห่งใหม่ระบุว่า ปัจจุบัน Microsoft APAC มีพนักงาน 1,400 คน แต่มีพนักงานที่เข้ามาใช้พื้นที่ประจำเพียง 40 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เนื่องจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและรูปแบบการทำงานช่วยให้พนักงานบางแผนกสามารถทำงานประจำจากที่บ้านและนอกสำนักงานได้ แต่อย่างไรก็ตาม พื้นที่นี้ก็สามารถรองรับพนักงานได้เต็มอัตราที่ 1,400 คนอย่างแน่นอน

จากการเดินสำรวจ 1 วัน พบว่าสำนักงานของ Microsoft มีพื้นที่ทำงานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ต่างจากสำนักงานที่อื่นๆ ที่ออกแบบให้มีพื้นที่กิกจกรรมสันทนาการ นอกเหนือไปจาก Snack and Drink Bar และ Cafe ที่ขายกาแฟทำใหม่ด้วยราคาที่ประหยัดกว่าด้านนอก ซึ่ง Vivek Puthucode, Chief Partner Officer ของ Microsoft APAC ได้กล่าวแสดงความเห็นถึงแนวคิดการออกแบบพื้นที่ทำงาน (Workplace) ไว้ว่า

พื้นที่ทำงานไม่ใช่ที่ที่เราจะให้คน Hang around กัน แต่เป็นที่ที่เราออกแบบเพื่อให้พวกเขาสร้างสิ่งใหม่อย่างเต็มที่ และกลับบ้านไปอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องหิ้วภาระงานกลับไปด้วย

ข้อความนี้เป็นจริงทีเดียวเมื่อเราได้เห็นการออกแบบพื้นที่ใช้งานที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ที่ครบพร้อมสำหรับการทำงาน การใช้เทคโนโลยีมาช่วยจัดการระบบภายในช่วยให้พนักงานและลูกค้าจะเสียเวลาน้อยลง เอาเวลาไปทำในสิ่งที่ควรทำอย่างเต็มที่จนกลับบ้านอย่างอิ่มเอม ซึ่งสำนักงานแบบนี้อาจเป็นสำนักงานในฝันของใครหลายคน มากกว่าการมีโต๊ะปิงปองหรือเบียร์ติดตู้เย็น (และต้องหยิบมากินย้อมใจ เพราะทำงานไม่เสร็จ) เสียอีก

RELATED ARTICLE

Responsive image

เรียนรู้วัฒนธรรมการสร้าง Innovation ในแบบของ SCB 10X

เพื่อความรวดเร็วในการปรับตัวให้ทันกระแส ธุรกิจขนาดใหญ่ปัจจุบันจึงมุ่งเน้นการพัฒนา "นวัตกรรมองค์กร" ให้รองรับความรวดเร็วของกระแสดังกล่าว แต่ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้รูปแบบที่เลือกใ...

Responsive image

ไมโครซอฟท์ จับมือ SkillLane เสิร์ฟทางลัดเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ Office 365 ฟรี 1 ปีเต็ม!

 บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด จับมือ SkillLane เว็บไซต์คอร์สเรียนออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยสำหรับคนที่มองหาความสำเร็จในชีวิต เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดสำหรับผู้สมัครสมาช...

Responsive image

AIS เร่งทำ Innovative Culture ตั้งทีม NEXT หนุนสร้าง Internal Startup เฟ้นหาธุรกิจใหม่

AIS ชู “นวัตกรรม” เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมขององค์กร จัดตั้งหน่วยงานใหม่ร่วมสนับสนุนแนวคิด พร้อมทั้งผลักดันไอเดีย Startup ของพนักงานให้เกิดขึ้นได้จริง เสริมการ Transform สู่ Digital Life...