ถือเป็นการพลิกบทบาทครั้งประวัติศาสตร์ที่ทำเอาวงการเทคโนโลยีต้องจับตามอง เมื่อ Midjourney สตาร์ทอัพที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีในฐานะผู้ให้บริการปัญญาประดิษฐ์สร้างภาพจากข้อความ ประกาศก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมด้วยการกระโดดเข้าสู่อุตสาหกรรมสุขภาพอย่างเต็มตัว ล่าสุดได้ก่อตั้งบริษัทลูกในชื่อ Midjourney Medical พร้อมเปิดตัวโปรเจกต์ฮาร์ดแวร์ชิ้นแรกอย่าง Midjourney Scanner เครื่องสแกนภาพร่างกายทั้งตัวด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์สุดล้ำ ซึ่ง David Holz ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ถึงกับออกปากยอมรับว่า โปรเจกต์ฮาร์ดแวร์ตัวนี้แตกต่างจากการสร้างภาพแมวที่พวกเขาเคยทำมาอย่างสิ้นเชิง

สำหรับหลักการทำงานของเครื่อง Midjourney Scanner ผู้ใช้งานจะก้าวขึ้นไปยืนบนแท่น จากนั้นระบบจะค่อยๆ หย่อนตัวผู้ใช้ลงในน้ำด้วยความเร็วประมาณ 2 นิ้วต่อวินาที ในระหว่างที่ร่างกายเคลื่อนผ่านวงแหวนพิเศษ ตัวปล่อยคลื่นอัลตราซาวนด์ขนาดจิ๋วเท่าเม็ดทรายจำนวนกว่า 500,000 หน่วย จะทำงานร่วมกันเพื่อส่งคลื่นและรับสัญญาณสะท้อนกลับ นำมาประมวลผลสร้างเป็นแผนที่ร่างกายแบบ 3 มิติที่มีความละเอียดระดับเศษเสี้ยวมิลลิเมตร
ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่เทียบเคียงได้กับการทำ MRI แต่ใช้เวลาสแกนเสร็จสิ้นไม่ถึง 60 วินาทีเท่านั้น ถือว่าเร็วกว่าการทำ MRI แบบเดิมที่ต้องกินเวลานานถึง 60-90 นาทีถึงกว่าร้อยเท่า
จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ฮาร์ดแวร์ตัวนี้เป็นที่น่าจับตามองคือ การทำงานที่ปราศจากการใช้รังสีและสนามแม่เหล็กโดยสิ้นเชิง ซึ่งต่างจากเครื่อง CT Scan หรือ MRI ในปัจจุบัน นอกจากนี้ทางบริษัทยังระบุว่าต้นทุนของอุปกรณ์นั้นถูกกว่าเครื่อง MRI ถึง 10 เท่า David Holz ยังย้ำด้วยว่า นี่คือวิธีการถ่ายภาพทางการแพทย์รูปแบบใหม่ที่ยังไม่ได้ใช้ AI เข้ามาเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นผลลัพธ์จากการออกแบบสถาปัตยกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ขั้นสูงล้วน ๆ
เบื้องหลังความสำเร็จของนวัตกรรมชิ้นนี้ มาจากการนำเทคโนโลยี Ultrasound-on-Chip จากบริษัท Butterfly Network ผู้ผลิตเครื่องอัลตราซาวนด์แบบพกพารายใหญ่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน โดยทั้งสองบริษัทได้เซ็นสัญญาร่วมพัฒนาและให้สิทธิ์ใช้งานแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ Midjourney มาตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 2025 ในปัจจุบันเครื่องต้นแบบหนึ่งเครื่องจะใช้ชิปประมวลผลดังกล่าวมากถึง 40 ตัว
ภายใต้ข้อตกลงนี้ Midjourney ได้ทุ่มงบประมาณก้อนแรกจำนวน 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมจ่ายค่าลิขสิทธิ์อีกปีละ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตลอดอายุสัญญา 5 ปี รวมกับเงื่อนไขส่วนแบ่งรายได้อื่นๆ ที่อาจทำให้มูลค่าดีลนี้พุ่งสูงถึง 74 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ข่าวใหญ่ครั้งนี้ส่งผลให้หุ้นของ Butterfly Network ทะยานขึ้นทันทีกว่า 52.7% ในวันที่มีการประกาศ
นอกจากการได้พาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งแล้ว ทางบริษัทยังได้ดึงตัว Ahmad Abbas อดีตทีมพัฒนา Apple Vision Pro มากุมบังเหียนในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ฮาร์ดแวร์ฝั่งผู้บริโภค เพื่อสานฝันไอเดียที่ซีอีโอเก็บงำมากว่า 10 ปีให้กลายเป็นความจริงด้วยเงินทุนที่พร้อมสรรพ

สิ่งที่ทำให้การบุกตลาดครั้งนี้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นคือ โมเดลธุรกิจที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิม ๆ แทนที่จะนำเครื่องสแกนไปติดตั้งในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเหมือนอุปกรณ์ทางการแพทย์ทั่วไป Midjourney กลับเลือกที่จะนำเสนอประสบการณ์ผ่านสถานที่พักผ่อนในรูปแบบคอมมูนิตี้สปา โดยมีแนวคิดหลักคือการนำเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่า MRI มาผสานเข้ากับบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สาขาแรกเตรียมเปิดให้บริการที่นครซานฟรานซิสโกภายในปี 2026 นี้ และตั้งเป้าที่จะติดตั้งเครื่องสแกนให้ครบ 10 เครื่องภายในสิ้นปี 2027
สำหรับในเรื่องของราคาค่าบริการนั้น แม้จะยังไม่มีการเคาะตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่ผู้บริหารเผยว่าจะมีแพ็กเกจให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเข้ามาใช้บริการสแกนร่างกายอย่างเดียว การแช่น้ำเพื่อความผ่อนคลาย หรือแม้แต่ระบบสมาชิกที่ครอบคลุมทุกบริการแบบครบวงจร โดย David Holz ทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจว่า ต้นทุนในการสแกนแต่ละครั้งของเครื่องนี้นั้นต่ำมากจนแทบจะเป็นศูนย์ ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการตรวจสุขภาพระดับสูงได้ง่ายยิ่งขึ้นในอนาคต
อ้างอิง: bloomberg, midjourney
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด