
เป็นประจำทุกปีที่ MIT Technology Review สื่อด้านเทคโนโลยีระดับโลกจะประกาศรายชื่อ 10 Breakthrough Technologies หรือเทคโนโลยีที่น่าจับตามองที่สุด ซึ่งปีนี้นับเป็นปีที่ 25 แล้ว โดยกองบรรณาธิการได้คัดเลือกนวัตกรรมที่จะสร้างแรงกระเพื่อมต่อชีวิตและการทำงานของเราอย่างมหาศาล ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ
นี่คือ 10 เทรนด์เทคโนโลยีแห่งปีที่คุณต้องรู้

ที่ผ่านมา ลิเธียมไอออน คือหัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ปัญหาคือลิเธียมเริ่มขาดแคลนและราคาผันผวน โลกจึงต้องการฮีโร่คนใหม่ และนั่นคือ แบตเตอรี่โซเดียมไอออน
หลักการทำงานของมันคล้ายกับลิเธียม แต่เปลี่ยนวัสดุหลักเป็นโซเดียม หรือเกลือที่เราคุ้นเคย ซึ่งหาได้ง่ายทั่วโลกและราคาถูกกว่ามาก แม้ว่าในปัจจุบันความหนาแน่นของพลังงานจะยังสู้ลิเธียมเกรดพรีเมียมไม่ได้ แต่จุดเด่นเรื่องความปลอดภัยและการทำงานในอุณหภูมิต่ำทำให้มันน่าสนใจมาก
โดยเฉพาะจีนที่เป็นผู้นำในด้านนี้ ยักษ์ใหญ่อย่าง CATL และ BYD ได้เริ่มไลน์การผลิตจริงแล้ว และเราเริ่มเห็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในจีนใช้แบตเตอรี่ชนิดนี้ สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือการนำไปใช้ในระบบกักเก็บพลังงานสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานลมและแสงอาทิตย์ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาโลกร้อน
วันนี้เรามาถึงจุดที่ AI สามารถเขียนซอฟต์แวร์ สร้างเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันเกมได้ทั้งระบบจากการสั่งงานด้วยภาษาพูด, เครื่องมืออย่าง GitHub Copilot, Cursor หรือ Replit กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าวงการ Software Engineering
เทรนด์ใหม่ที่เรียกว่า Vibe Coding กำลังเกิดขึ้น คือการที่มนุษย์ปล่อยให้ AI เขียนโค้ดส่วนใหญ่ แล้วตัวเองทำหน้าที่เพียงตรวจสอบว่าผลลัพธ์ ว่าตรงตามความต้องการหรือไม่ สิ่งนี้ทำให้กำแพงการเข้าสู่วงการโค้ดดิ้งพังทลายลง ใคร ๆ ก็สร้างแอปฯ ได้ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็สร้างความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยของโค้ด และส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดงานโปรแกรมเมอร์ระดับเริ่มต้นที่อาจถูกแทนที่ด้วย AI ในอนาคตอันใกล้
ความต้องการไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจาก Data Center ของ AI และรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้พลังงานหมุนเวียนอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ โลกจึงหันกลับมามองพลังงานนิวเคลียร์อีกครั้ง แต่ไม่ใช่โรงไฟฟ้าขนาดยักษ์ที่สร้างช้าและงบบานปลายแบบในอดีต
เทคโนโลยี Next-gen Nuclear มุ่งเน้นไปที่เตาปฏิกรณ์ขนาดเล็ก (SMRs) และการใช้วัสดุระบายความร้อนแบบใหม่ เช่น เกลือหลอมเหลว (Molten Salt) หรือโลหะเหลว แทนการใช้น้ำแรงดันสูงแบบเดิม ซึ่งปลอดภัยกว่ามาก ในสหรัฐฯ บริษัท Kairos Power ได้รับอนุมัติให้เริ่มก่อสร้างแล้ว
ขณะที่จีนก็กำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีนี้เช่นกัน คำถามสำคัญคือ จะสามารถผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้ทันความต้องการหรือไม่ ? แต่ที่แน่ ๆ นี่คือความหวังใหม่ของพลังงานสะอาดที่เสถียรที่สุด
ในยุคที่ความเหงากัดกินจิตใจผู้คน AI Chatbot ได้ก้าวเข้ามาทำหน้าที่เพื่อนสนิท หรือแม้กระทั่งคนรัก แพลตฟอร์มอย่าง Character.AI หรือ ChatGPT กลายเป็นที่พึ่งทางใจ เพราะพวกมันรับฟังเก่ง ตอบโต้ได้ฉลาด และไม่เคยเหนื่อยที่จะคุยกับเรา
แต่เหรียญมีสองด้านเสมอ การผูกพันกับ AI มากเกินไปนำมาซึ่งปัญหาทางจิตใจ การหลุดออกจากโลกความจริง หรือในกรณีเลวร้ายที่สุดคือโศกนาฏกรรมในวัยรุ่นที่ได้รับคำแนะนำผิด ๆ จาก AI ทำให้ปีนี้เราเริ่มเห็นการเคลื่อนไหวของภาครัฐ โดยเฉพาะในแคลิฟอร์เนีย ที่ออกกฎหมายควบคุมความปลอดภัยของ AI เหล่านี้ รวมถึงบริษัทผู้พัฒนาเองก็ต้องสร้าง Guardrails หรือราวกันตก เพื่อป้องกันไม่ให้ AI แนะนำสิ่งที่อันตรายต่อผู้ใช้
นี่คือเรื่องราวความสำเร็จทางการแพทย์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดเรื่องหนึ่ง กรณีของ Baby KJ ทารกที่เกิดมาพร้อมโรคพันธุกรรมหายากและรุนแรง ได้รับการรักษาด้วยเทคนิค Base Editing หรือการแก้ไขพันธุกรรมระดับตัวอักษร DNA ทีละตัวอย่างแม่นยำ จนสามารถกลับมามีชีวิตที่ปกติได้
ความสำเร็จนี้เปิดประตูสู่ยุค Personalized Medicine อย่างแท้จริง คือการผลิตยาหรือวิธีการรักษาสำหรับคนคนเดียว (N-of-1 therapies) แม้ปัจจุบันค่าใช้จ่ายจะสูงระดับล้านเหรียญและใช้เวลานาน แต่ FDA และวงการแพทย์กำลังพยายามสร้างมาตรฐานใหม่เพื่อให้อนุมัติการรักษาแบบนี้ได้เร็วขึ้นและถูกลง ซึ่งจะเป็นความหวังของครอบครัวที่มีผู้ป่วยโรคพันธุกรรมหายากทั่วโลก

Gene Resurrection ในโลกความจริงไม่ใช่แค่การสร้างสัตว์ประหลาดเพื่อความบันเทิง แต่มันคือการกู้คืนข้อมูลพันธุกรรม จากซากสิ่งมีชีวิตที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน
นักวิทยาศาสตร์สามารถสกัด DNA จากซากแมมมอธหรือนกโดโด เพื่อศึกษาและนำยีนบางตัวมาใส่ในสัตว์ยุคปัจจุบันเพื่อช่วยอนุรักษ์สายพันธุ์ (เช่น การเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรมให้เฟอร์เร็ตเท้าดำที่ใกล้สูญพันธุ์) หรือแม้แต่ในมนุษย์ มีการวิจัยนำยีนที่หายไปในวิวัฒนาการกลับมาเพื่อรักษาโรคเกาต์ เทคโนโลยีนี้จึงเป็นสะพานเชื่อมภูมิปัญญาทางชีวภาพในอดีตมาสู่อนาคต
เราใช้งาน AI กันทุกวัน แต่ความจริงที่น่าตกใจคือ แม้แต่นักวิจัยที่สร้างมันขึ้นมาก็ยังไม่เข้าใจ 100% ว่ามันคิด หรือประมวลผลอย่างไร โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) เปรียบเสมือนกล่องดำที่ซับซ้อน
เทรนด์ใหม่ที่เรียกว่า Mechanistic Interpretability คือความพยายามที่จะสร้างเครื่องมือเพื่อส่องเข้าไปดูการทำงานภายในของโครงข่ายประสาทเทียม บริษัทอย่าง Anthropic, OpenAI และ Google DeepMind กำลังแข่งกันพัฒนาเทคนิคนี้ เพื่อดูว่าทำไม AI ถึงโกหก ทำไมถึงมีอคติ หรือทำไมถึงเก่งเรื่องการหลอกลวง การเข้าใจกลไกภายในนี้คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราควบคุม AI ได้อย่างปลอดภัยและแม่นยำขึ้น
สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ที่เรารู้จักกันดีกำลังจะปลดระวางในปี 2031 และ NASA ไม่มีแผนจะสร้างใหม่เอง แต่เลือกที่จะสนับสนุนภาคเอกชนให้เข้ามาสานต่อ
เรากำลังเข้าสู่ยุค Commercial Space Stations บริษัทอย่าง Vast Space, Axiom Space, และ Blue Origin กำลังแข่งขันกันสร้างสถานีอวกาศของตัวเองที่จะทำหน้าที่เป็นทั้งห้องแล็บวิจัย โรงงานผลิตยาในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ และที่สำคัญคือโรงแรมอวกาศสำหรับนักท่องเที่ยว นี่จะเป็นครั้งแรกที่เศรษฐกิจบนวงโคจรโลกต่ำ
เทคโนโลยีการตรวจคัดกรองตัวอ่อน (PGT) เพื่อหาโรคทางพันธุกรรมนั้นมีมานานแล้ว แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปในปีนี้คือ สตาร์ทอัพหลายรายเริ่มนำเสนอการตรวจที่ลึกไปกว่านั้น คือการใช้ Polygenic Risk Scores เพื่อทำนายลักษณะของเด็กในอนาคต เช่น ระดับสติปัญญา (IQ), ความสูง, หรือสีผิว
แม้บริษัทจะอ้างว่าเป็นทางเลือกให้พ่อแม่ได้ตัวอ่อนที่ดีที่สุด แต่เทคโนโลยีนี้ก่อให้เกิดคำถามทางจริยธรรมอย่างรุนแรง ทั้งเรื่องความเหลื่อมล้ำ (เพราะค่าใช้จ่ายสูงมาก) และความแม่นยำของผลการทำนายที่ไม่ได้รับประกัน 100% แต่มันได้รับความนิยมอย่างเงียบ ๆ ในหมู่เศรษฐี Silicon Valley และกำลังจะกลายเป็นประเด็นถกเถียงใหญ่ของสังคม
เบื้องหลังความฉลาดของ AI คือ Hyperscale Data Centers อาคารขนาดยักษ์ที่มีชิปประมวลผลนับแสนตัว เชื่อมต่อกันด้วยสายไฟเบอร์ออปติกเปรียบเสมือนสมองกลขนาดมหึมา
บริษัทเทคโนโลยีอย่าง Microsoft, Google, และ Meta กำลังทุ่มงบมหาศาลเพื่อสร้างสิ่งนี้ แต่สิ่งที่ต้องแลกมาคือการใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล (ระดับ Gigawatt ที่เลี้ยงเมืองได้ทั้งเมือง) และความร้อนที่เกิดขึ้นจนต้องใช้น้ำระบายความร้อนจำนวนมหาศาล นี่คือโจทย์ใหญ่ทางวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมที่โลกต้องรับมือ เพื่อแลกกับการก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI
อ้างอิง: technologyreview
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด