สถาบันอาหาร (NFI) เปิดบ้านอวดโซลูชัน End-to-end สานฝัน SME ธุรกิจอาหาร ตั้งแต่ขั้นไอเดียจนโกอินเตอร์

ในโอกาสครบรอบ 30 ปี สถาบันอาหาร (NFI) อวดโฉมโซลูชันชุดใหญ่เพื่อช่วย SME ที่ประกอบธุรกิจอาหารเติบโตหรือสเกลต่อได้ไวขึ้น ในงาน 'NFI Open House'  เปิดบ้านสู่โลกแห่งนวัตกรรมอาหารไทย พร้อมประกาศบทบาทใหม่ 'Next-Generation Food Accelerator' นอกจากนี้ ยังเปิดตัว 'NFI FoodNEXT Platform' แพลตฟอร์มขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารแบบ End-to-End ภายใต้แนวคิด Ease of Doing Innovation คือ ลดความซับซ้อนในการเข้าถึงบริการด้านนวัตกรรม เป็นการซัพพอร์ตผู้ประกอบการธุรกิจอาหารโดยเฉพาะตั้งแต่ขั้นไอเดียจนถึงการบุกตลาดจริง

คุณไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร (NFI) เริ่มงานด้วยการกล่าวว่า ตลอด 3 ทศวรรษที่สถาบันอาหารทำงานร่วมกับ SME รายเล็กไปจนถึงองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ พบว่า 'โจทย์จริง' ของอุตสาหกรรมอาหารไม่ใช่แค่การมีองค์ความรู้หรือเทคโนโลยีแยกส่วน แต่คือ การมีระบบที่เชื่อมทุกองค์ประกอบให้เดินหน้าไปด้วยกันแบบครบวงจร ความเข้าใจเชิงลึกนี้จึงกลายเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนา NFI FoodNEXT Platform เพื่อให้การพัฒนานวัตกรรมอาหาร 'เข้าถึงได้จริง ไม่ซับซ้อน และเห็นผลได้เร็ว'

จากนั้นกล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานของสถาบันอาหารในปี 2569 ร่วมกับการอธิบายเรื่องขยับบทบาทจาก การเป็นหน่วยงานสนับสนุนทางเทคนิค สู่ การทำหน้าที่เสมือน Integrated Food Innovation Incubator โดยเชื่อมต่อการวิจัย มาตรฐาน กฎระเบียบ โรงงานต้นแบบ ตลาด และเงินทุน ให้เป็นระบบเดียวกัน เพื่อผลักดันประเทศสู่การเป็น National Food Innovation Platform และเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจอาหารไทยในระยะยาว 

ทั้งนี้ สถาบันอาหารดำเนินงานภายใต้ 3 ยุทธศาสตร์หลัก คือ การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมและอาหารมูลค่าสูง (High-Value Creation) การยกระดับความเชื่อมั่นและการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล (Global Trust & Compliance) และการผลักดันแบรนด์อาหารไทยสู่ระดับโลก (Thai Brand Excellence & Globalization)

ต่อด้วยการให้ 2 ผู้ประกอบการไทย คุณธนัญชย์ ธนทวี จากบริษัท วาริชธ์ฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย กล้วยหอมทองป๊อป และ คุณพัชรธนสิต เมธีวัชรสิริชาติ จากบริษัท อินทัชธนกร จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เส่งเฮง (Seng Heng) มาพูดคุยถึงเส้นทางธุรกิจ, Pain Point, การต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่, การออกแบบบรรจุภัณฑ์ รวมถึงคำแนะนำหรือการสนับสนุนที่ได้รับจากสถาบันอาหาร 

NFIผอ.ไปยดา บอกด้วยว่า NFI FoodNEXT Platform เป็นโครงการหลักของสถาบันอาหารในปีนี้ที่เข้ามา 'ปิดช่องว่าง' ระหว่างงานวิจัยกับการผลิตเชิงพาณิชย์ ผ่านระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารแบบ One-Stop Food Innovation Ecosystem ซึ่งเชื่อม 5 กลไกสำคัญ นั่นคือ

  1. การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ 
  2. การวางระบบมาตรฐานและกฎระเบียบ
  3. โรงงานผลิตนำร่อง
  4. การเข้าถึงตลาดในและต่างประเทศ
  5. การเชื่อมต่อแหล่งทุนและการลงทุน

และบอกอีกว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวยังทำงานบนฐานความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐและเอกชน อาทิ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) อุทยานวิทยาศาสตร์ (Science Park) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย TED Fund สมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน (TVCA) และ SME Bank สะท้อนถึงแนวร่วมที่พร้อมหนุนการยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารไทยให้เดินหน้าได้จริง

สำรวจ One-Stop Food Innovation Ecosystem ที่ NFI ตั้งใจสร้างและสนับสนุน

แม้สถาบันอาหารจะอยู่กับภาคธุรกิจอาหารมานาน แต่ก็ยังมีคนไทย ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากที่ไม่รู้ว่า สถาบันอาหารให้บริการเกี่ยวกับนวัตกรรมอาหารรอบด้าน เช่น ให้บริการผลิตอาหารต้นแบบเพื่อนำไปจัดแสดงในงานหรือนำไปลองจำหน่าย, บริการคิดค้นสูตรหรือเมนูใหม่, บริการวิเคราะห์และช่วยยืดอายุอาหาร, บริการสูตรอาหาร/ขนมที่สามารถนำไปทำต่อได้ และหากต้องการใช้สถานที่ฝึกสอน ฝึกฝีมือ หรือเป็นสถานที่ถ่ายทำ ก็สามารถเช่าใช้พื้นที่ได้เช่นกัน

ในวันเปิดบ้านสถาบันอาหาร ผอ.ไปยดา จึงพาสื่อมวลชนสำรวจสถาบันอาหารใน 3 โซนหลัก ได้แก่ NFI Culinary Center (Thai Food Heritage: TFH), Food Innovation & Technology Center by NFI และ ห้องปฏิบัติการ (LAB) 

  • ZONE 1 : NFI Culinary Center (Thai Food Heritage: TFH) 

NFI

มีห้อง Cooking Class ครัวมาตรฐานระดับโรงแรม 5 ดาวที่พร้อมด้วยอุปกรณ์ครัวครบครัน และห้อง Demonstration สำหรับกิจกรรม Workshop ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยจะมีเชฟหมุนเวียนมาถ่ายทอดความรู้ เช่นล่าสุดที่จัด กิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเป็นครูผู้สอน Train The Trainer ภายใต้โครงการขับเคลื่อนและยกระดับนวัตกรรมอาหารด้วยขุมพลังสหวิทยาการ (หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย) ปี 2569

  • ZONE 2 : Food Innovation & Technology Center by NFI 

Freeze Dryer 

TWIN SCREW EXTRUDER 

ตัวอย่างอาหารที่ได้จากการใช้เครื่อง TWIN SCREW EXTRUDER

เป็นโรงงานต้นแบบอุตสาหกรรมอาหาร รองรับการผลิตระดับ Pilot Scale (OEM) พร้อมเทคโนโลยีแปรรูปอาหารมูลค่าสูง (High Value) ซึ่งมีหลายเทคโนโลยีอยู่ในพื้นที่เดียวกัน อาทิ 

  • Freeze Dryer เทคโนโลยีสำหรับผลไม้แห้งพรีเมียม กาแฟสำเร็จรูป ผงโปรตีน อาหารที่ต้องการคงรูปและสารอาหาร เช่น สมุนไพร อาหารทะเล ผัก ผลไม้
  • TWIN SCREW EXTRUDER เครื่องผลิตอาหาร/ขนมประเภทอบแห้งหรืออบกรอบ ที่ประเทศไทยได้รับมอบจากจังหวัดมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น มานานกว่า 10 ปี และยังคงให้บริการผู้ประกอบการที่ต้องการทดลองผลิตอาหาร ทั้งยังเป็นศูนย์สอนการใช้งานเครื่องให้แก่ผู้ที่สั่งซื้อเครื่องดังกล่าวจากบริษัทผู้ผลิต

โซนนี้จึงตอบโจทย์เทรนด์ Future Food และ Shelf-life Extension สำหรับผู้ประกอบการ SME สตาร์ทอัพ และวิสาหกิจชุมชน ที่ต้องการทดสอบผลิตภัณฑ์ในตลาดขนาดเล็ก ก่อนขยายสู่เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ในอนาคต 

  • ZONE 3 : ห้องปฏิบัติการ (LAB) 

เป็นโซนที่ให้บริการตรวจวิเคราะห์เกี่ยวกับอาหาร เช่น ในด้านเคมี ก็จะมีการตรวจวิเคราะห์ ปริมาณโลหะหนัก, สารพิษจากเชื้อรา, วัตถุเจือปนอาหาร, ยาสัตว์ตกค้าง, สารตกค้างยาฆ่าแมลง ในด้านจุลชีววิทยา ก็จะมีตรวจผลิตภัณฑ์ฮาลาล และการตรวจวิเคราะห์เพื่อประเมินอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ ตรวจวิเคราะห์เพื่อจัดทำฉลากโภชนาการ การสอบเทียบเครื่องมือ การตรวจวิเคราะห์อายุผลิตภัณฑ์ (Shelf-Life) รวมถึงทดสอบความชำนาญของบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อสร้างความมั่นใจในความถูกต้องและแม่นยำโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ

ผอ.ไปยดาชี้ โอกาสส่งออกอาหารยังมีอีกมาก

ปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับ 15 ของโลก แม้ในปี 2567 จะมีการหดตัวบ้าง แต่คาดการณ์ว่าในปี 2569 จะเติบโต 2.6% โดยมีเมกะเทรนด์หลายแง่มุม ดังนี้

  • สุขภาพ (Health & Wellness) 
    ผู้บริโภคต้องการ Functional Food อาหารน้ำตาลต่ำ และอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เช่น การนำผลไม้หรือมะพร้าวไปสกัดทำเครื่องดื่ม
  • การเพิ่มมูลค่า (Value-added Processing)
    เปลี่ยนจากการขายเชิงปริมาณมาเป็นการขายคุณค่าและเทคโนโลยี
  • ความสะดวกสบาย (Convenience Economy) 
    ยกตัวอย่างอาหารพร้อมทาน (RTE) ที่เก็บได้นานและตอบโจทย์ E-commerce รวมถึงอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม
  • ESG และนวัตกรรมใหม่ (Novel Food) 
    ตลาดโลกให้ความสำคัญกับ ESG, Carbon Footprint, และ Traceability สถาบันอาหารจึงร่วมผลักดันการขึ้นทะเบียน Positive List สำหรับอาหารที่พัฒนาขึ้นใหม่  (Novel Food) และให้ อย. อนุมัติ เพื่อให้สินค้านวัตกรรมไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

ด้านอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและเครื่องดื่มของไทย สถาบันอาหารคาดการณ์ว่าปี 2569 มูลค่าการส่งออกมีโอกาสแตะ 1.55 ล้านล้านบาท เติบโต 2.6% จากโอกาสในตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น ยุโรปตะวันออก กลุ่ม CIS เอเชียใต้ และแอฟริกา

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องเผชิญความท้าทายของยุค Green Compliance ที่มาตรฐานความยั่งยืนกลายเป็นเงื่อนไขทางการค้าภาคบังคับ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีโอกาสที่เปิดกว้างในตลาดดาวรุ่งอย่าง Personalized & Precision Nutrition ที่ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและสารอาหารเฉพาะบุคคล, ตลาด Silver Economy ในจีนและญี่ปุ่น และตลาด Halal Food ในอาเซียนกับตะวันออกกลาง

ด้านผลลัพธ์ที่คาดหวังจากการใช้แพลตฟอร์ม NFI FoodNEXT คือ ผู้ประกอบการสามารถพัฒนานวัตกรรมได้เร็วขึ้น 30–40% พร้อมลดต้นทุน R&D ได้  20–50% ซึ่งเป็นความได้เปรียบเชิงแข่งขันที่สำคัญในตลาดที่มีพลวัตสูง

และเพื่อตอบโจทย์เกมการแข่งขันใหม่ สถาบันอาหารยังเน้นการยกระดับความพร้อมของผู้ประกอบการผ่านการวางระบบ Food Safety และ Traceability ตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือที่ตลาดโลกยอมรับ โดยมี NFI FoodNEXT Platform เป็นแกนกลางเชื่อมต่อทุกภาคส่วนสู่ 3 เป้าหมายหลัก ดังนี้ 

  • 1) Speed to Market เร่งนวัตกรรมอาหารมูลค่าสูงให้ทันความต้องการโลก 
  • 2) Cost Efficiency ลดต้นทุน R&D ด้วยเครือข่ายโรงงานต้นแบบและผู้เชี่ยวชาญ
  • 3) Trust & Reliability สร้างความเชื่อถือระดับสากลด้วยระบบความปลอดภัยอาหารและการตรวจสอบย้อนกลับ

“ภารกิจในทศวรรษใหม่ของสถาบันอาหาร ไม่ใช่เพียงทำให้สินค้าไทย ‘ขายได้’ แต่ต้องทำให้ ‘ขายดี’ ด้วยความน่าเชื่อถือและมูลค่าที่เหนือกว่า โดยเราพร้อมเป็น Next-Generation Food Accelerator ที่จะพาผู้ประกอบการไทยไปปักหมุดในเวทีโลกอย่างแข็งแรงและยั่งยืน” คุณไปยดากล่าวสรุป

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เปิด 4 แนวทางปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมไทย จากคำแนะนำคุณเกรียงไกร เธียรนุกุล

โลกทุกวันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า หรือปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ...

Responsive image

เมื่อกฎระเบียบวิ่งนำหน้าความเป็นจริง เปิดวงเสวนา Bolt Thailand ถกอนาคต Ride-Hailing ประเทศไทย ทางออกเพื่อคนขับและผู้โดยสาร

สรุปวงเสวนา Bolt Thailand ถกปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย Ride-Hailing ในไทย เมื่อต้นทุนบีบให้คนขับไม่อยากจดทะเบียน เสนอทางออกใช้สติกเกอร์แทนป้ายเหลือง และคุมที่แพลตฟอร์ม เพื่อรักษาระบบน...

Responsive image

ไทยต้องคิดใหม่ ถ้าอยากดึงลงทุนโลก เจาะ 3 สิ่งที่ไทยต้องเร่งทำ ฉบับซีอีโอ WHA

ในเวลาที่โลกเปลี่ยนเร็ว ทั้งเรื่องเทคโนโลยี เศรษฐกิจ ไปจนถึงการเมืองโลก โจทย์ใหญ่ของไทยในวันนี้ไม่ใช่การตั้งคำถามว่าเราจะโตยังไง แต่คือ ‘จะทำยังไงให้ไทยยังเนื้อหอมในสายตานักลงทุน’...