COVID-19 ไม่ได้ทำให้การศึกษาจีนชะงัก หลายโรงเรียนหันมาปรับใช้ 'การเรียนออนไลน์'

นับว่าน่าจะโดน disrupt กันไปหลายวงการกับกรณีไวรัสโคโรนา มาถึงแวดวงการศึกษากันบ้าง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีที่น่าสนใจจากประเทศจีน เมื่อทางการได้สั่งปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเพื่อลดการแพร่กระจายของ COVID-19 อย่างไม่มีกำหนด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้การศึกษาในประเทศนี้หยุดชะงัก

แม้การแพร่กระจายของไวรัสโคโรนาทำให้ต้องทำการเลื่อนภาคเรียนออกไป อีกทั้งยังเกิดขึ้นในช่วงที่นักเรียนต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำให้นักเรียนหลายคนจำเป็นต้องเรียนอยู่ที่บ้าน แต่ทางจีนก็ได้พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส

กระทรวงศึกษาธิการของจีนได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนให้โรงเรียนใช้แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตเป็นทางเลือกในการสอนแบบออนไลน์ นอกจากนี้ยังวางแผนเปิดห้องเรียนบนระบบคลาวด์แห่งชาติ ทำการจัดหาสื่อการสอนและหลักสูตรสำหรับนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

โดยการให้คะแนนนั้นก็จะเป็นการเน้นไปที่การมีส่วนร่วมในการอภิปรายในชั้นเรียน ซึ่งจะทำผ่านแพลตฟอร์มการประชุมทางวิดีโออย่าง Dingtalk ของ Alibaba และ Ketang ของ Tencent

แน่นอนว่าการศึกษาทางไกลนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้อินเตอร์เน็ตจะช้าในบางพื้นที่ แต่การไม่สามารถร่วมชั้นเรียนผ่านทางวิดีโอก็ไม่ใช่ข้ออ้าง เพราะนักเรียนสามารถดาวน์โหลดไฟล์เสียงและไฟล์งานมาทำแทนได้เช่นกัน หรือในพื้นที่ชนบทห่างไกลที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตเข้าถึง ทางหน่วยงานของรัฐหรือ China Education Network ก็ได้เปิดห้องเรียนออกอากาศทางทีวี ทุกวันธรรมดาตั้งแต่เวลา 8.00 น. ถึง 22.00 น. โดยครอบคลุมวิชาแกนหลักทั้งหมด อย่างวิชาคณิตศาสตร์ไปจนถึงวิชาภาษาจีน

นักเรียนบางคนได้แสดงความเห็นในการเรียนรูปแบบนี้ว่า พวกเขารู้สึก Productive มากกว่าการเรียนในห้องเรียนเสียอีก "ฉันชอบการเรียนออนไลน์มากกว่าค่ะ เพราะรู้สึกว่าการเรียนที่บ้านทำให้ฉันมีอิสระมากขึ้น"

แต่ก็ไม่ใช่นักเรียนทุกคนที่รู้สึกแบบนี้ นักเรียนบางคนได้ให้ความเห็นว่า "ฉันรู้สึกมีแรงจูงใจเรียนมากกว่าถ้าได้เห็นเพื่อนร่วมชั้นนั่งเรียนอยู่รอบๆ ด้วย” อย่างไรก็ตาม การศึกษาทางไกลในช่วงนี้นั้นยังคงอยู่ในระหว่างการศึกษา ในบางครอบครัวก็จะต้องมีการจับตามองบุตรหลาน เพื่อไม่ให้เสียสมาธิไปกับการเล่นเกมออนไลน์

อีกหนึ่งวิธีการที่ครูผู้สอนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหวู่ฮั่น (Wuhan University of Technology) ใช้ในการบังคับให้นักเรียนมีวินัยในการเรียน ก็คือการใช้เทคนิค Cold Call นักเรียนที่ไม่สนใจเรียนในระหว่างการถ่ายทอดสด

มาทางฝั่งผู้สอนกันบ้าง การสอนออนไลน์นั้นยังมีจุดอ่อนอยู่เมื่อเทียบกับการเรียนรู้แบบตัวต่อตัว อย่างการให้ฟีดแบคได้ทันทีเมื่อเห็นนักเรียนกำลังจดหรือถามคำถาม บ้างก็ให้ความเห็นว่า การมีส่วนร่วมระหว่างครูและนักเรียนแบบออนไลน์นั้น “แทบจะเป็นศูนย์”

พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส

เพื่อเป็นการลดอิทธิพลของการแพร่ระบาดต่อการศึกษา บริษัทที่ให้บริการด้านคอร์สออนไลน์บางแห่งได้ใช้วิกฤตินี้ให้เป็นโอกาส ทำการเปิดให้นักเรียนได้ใช้บริการฟรี บริษัท TAL Education ได้ประกาศใน Weibo อย่างเป็นทางการว่าจะมีการให้บริการสำหรับนักเรียนในทุกระดับโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกัน VIPKID บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ ก็ได้ออกมาประกาศว่าจะให้บริการหลักสูตรออนไลน์ฟรี 1.5 ล้านหลักสูตรแก่เด็กอายุตั้งแต่ 4 ถึง 12 ปีเช่นกัน

เปิดโอกาสให้ครูนักเรียนกระชับความสัมพันธ์

นอกจากนี้ การเรียนรู้แบบออนไลน์ก็ได้เปิดโอกาสให้ครูและนักเรียนรู้จักกันมากขึ้น ที่น่าสนใจก็คือ คุณครูท่านหนึ่งได้ให้ความเห็นว่า การศึกษาในรูปแบบนี้จะช่วยทำให้ความสัมพันธ์ของคุณครูกับนักเรียนเป็นไปในทางที่ดีขึ้น เช่น "การช่วยลดการแบ่งลำดับชั้นในห้องเรียน" เนื่องจากโดยปกติแล้ว ทั้งสองฝ่ายจะไม่ได้มีการแลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อส่วนตัว อย่างบน WeChat แต่ตอนนี้สามารถทำได้เนื่องจากนักเรียนมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับฟีดแบคจากผู้สอน ซึ่งการทะลายกำแพงดังกล่าวก็นับว่าเป็นหนึ่งในผลพลอยได้ที่ดีจากการแพร่ระบาดของไวรัส

อ้างอิงเนื้อหาภาพและข่าวจาก South China Morning PostThe EconomistUnsplash

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ส่องดูสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนามกำลังเร่งสร้างอนาคตด้วยเทคโนโลยี แล้วไทยอยู่จุดไหน?

ถอดรหัสพิกัด The Southeast Asian Corridor สมรภูมิเทคโนโลยีที่เคลื่อนไหวเร็วที่สุด ส่องวิสัยทัศน์เพื่อนบ้าน พร้อมย้อนดูวิกฤตโครงสร้างและจุดยืนของไทยในยุค AI...

Responsive image

NVIDIA เปิดตัว RTX Spark ชิป AI พลังระดับดาต้าเซ็นเตอร์ ซูเปอร์ชิปที่รวม GPU Blackwell CPU Grace ไว้

NVIDIA เปิดตัว RTX Spark ซูเปอร์ชิปที่รวม GPU Blackwell กับ CPU Grace ยกพลัง AI ระดับดาต้าเซ็นเตอร์ลงโน้ตบุ๊กและเดสก์ท็อป รันเอเจนต์ AI บนเครื่องได้โดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์ จับมือ Micr...

Responsive image

IBM ทุ่มกว่า $10,000 ล้าน ลุยสร้างควอนตัมเต็มรูปแบบ ตั้งเป้าสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาดใหญ่เครื่องแรกของโลกในปี 2029

IBM ทุ่มกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ลงทุนควอนตัมคอมพิวติ้งใน 5 ปี ตั้งเป้าสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาดใหญ่ที่แก้ความผิดพลาดได้เองเครื่องแรกของโลกในปี 2029 พร้อมผนึกรัฐบาลตั้งโรงงานชิปควอ...