อนาคต AI จากปาก CEO Microsoft เมื่อความฉลาดจะเข้าถึงง่ายเหมือนไฟฟ้า

Satya Nadella World Economic Forum 2026

Satya Nadella เริ่มต้นด้วยการให้ภาพลักษณ์ว่า AI ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นโค้งวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน 

ตั้งแต่ยุคเมนเฟรม มินิคอมพิวเตอร์ มาจนถึงยุคคลาวด์และโมบายล์ โดยหัวใจสำคัญของทุกยุคสมัยคือการพยายามเปลี่ยนสิ่งที่จับต้องได้ในโลกแห่งความจริง ไม่ว่าจะเป็นผู้คน สถานที่ หรือสิ่งของ ให้กลายเป็นรูปแบบดิจิทัล เพื่อที่จะสร้างพลังในการวิเคราะห์และคาดการณ์สิ่งต่างๆ ได้แม่นยำขึ้น

สิ่งที่ทำให้ AI ในยุคปัจจุบันมีความพิเศษกว่ายุคก่อนหน้า คือการที่มันก้าวข้ามขีดจำกัดของซอฟต์แวร์แบบเดิม จากเดิมที่ซอฟต์แวร์มีต้นทุนส่วนเพิ่มและทำงานตามคำสั่งที่ตายตัว 

AI กลับกลายเป็นทรัพยากรที่มีความยืดหยุ่นสูงมาก จนสามารถแปลงสภาพตัวเองได้ตามบริบทที่มนุษย์ต้องการ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการเปลี่ยนเอกสารหนึ่งฉบับให้กลายเป็นเว็บไซต์ หรือเปลี่ยนจากเว็บไซต์ให้กลายเป็นแอปพลิเคชันได้ทันทีด้วยพลังของรหัสคอมพิวเตอร์ที่ AI เขียนขึ้นเอง

สิ่งนี้จึงไม่ใช่แค่การปรับปรุงซอฟต์แวร์ แต่คือการยกระดับความสามารถในการใช้เหตุผลของดิจิทัลให้เข้าใกล้ขีดความสามารถของมนุษย์ไปอีกขั้น

วิธีดูว่า AI เป็นของจริง หรือแค่ฟองสบู่

คำถามที่ค้างคาใจใครหลายคนคือ AI กำลังเป็นเพียงฟองสบู่หรือกระแสชั่วคราวหรือไม่ 

ซึ่งประเด็นนี้ Satya ให้คำตอบที่น่าสนใจว่า ความสำเร็จของ AI ไม่ได้วัดกันที่มูลค่าหุ้นของบริษัทเทคโนโลยี แต่อยู่ที่ว่าเทคโนโลยีนี้สามารถสร้างผลกำไรให้เกิดขึ้นในทุกภาคส่วนของโลกได้จริงหรือไม่ 

หาก AI ไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ทางการแพทย์ การยกระดับการศึกษา หรือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่ โลกก็จะสูญเสียเหตุผลในการลงทุนมหาศาลกับทรัพยากรพลังงานที่ AI ต้องใช้

หัวใจสำคัญที่จะตัดสินว่า AI คือของจริงหรือไม่ คือเรื่องของการนำไปใช้อย่างแพร่หลาย ซึ่งต้องเกิดขึ้นทั้งในฝั่งของอุปทานที่ทำให้หน่วยการประมวลผลมีราคาถูกลงเรื่อย ๆ และฝั่งอุปสงค์ที่ทุกองค์กรต้องนำ AI มาใช้เป็นตัวขยายขีดความสามารถทางปัญญา

ตัวอย่างที่ทรงพลังคือเกษตรกรในชนบทของอินเดียที่สามารถใช้ภาษาท้องถิ่นคุยกับ AI เพื่อหาข้อมูลเรื่องเงินอุดหนุนจากรัฐบาลและให้มันช่วยกรอกแบบฟอร์มให้จนสำเร็จ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า AI กำลังทลายกำแพงทักษะเดิม ๆ และดึงศักยภาพที่เคยถูกจำกัดไว้กลับมาสู่มือของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศระดับสูงหรือเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล

เมื่อ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการทำงาน โครงสร้างการบริหารแบบเดิมที่แบ่งเป็นแผนกและมีการไหลของข้อมูลตามลำดับชั้นจะถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง 

Satya เล่าถึงประสบการณ์การทำงานของตัวเองในการเตรียมข้อมูลประชุมที่ Davos ซึ่งเขาสามารถใช้ AI ดึงข้อมูลเชิงลึกแบบ 360 องศาเกี่ยวกับคู่สนทนาได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ทีมงานหลายแผนกค่อย ๆ สรุปข้อมูลส่งขึ้นมาตามลำดับขั้น สิ่งนี้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ Flattening of Information Flow ซึ่งทุกคนในองค์กรสามารถเห็นภาพรวมและตัดสินใจได้รวดเร็วเท่ากัน

ผู้นำองค์กรในยุคนี้จึงไม่สามารถแค่นำ AI ไปแปะไว้บนการทำงานแบบเดิมได้ แต่จำเป็นต้องมีทัศนคติใหม่ในการออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ทั้งหมด

ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรและการฝึกฝนทักษะพนักงานให้ใช้งาน AI ได้อย่างเชื่อมั่น การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นเรื่องยากสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างซับซ้อน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสทองของบริษัทขนาดเล็กที่จะใช้ AI เป็นฐานรากเพื่อสร้างผลผลิตที่ยิ่งใหญ่ในระดับโลกได้ด้วยทรัพยากรบุคคลที่จำกัด

สำหรับคนทำธุรกิจ อย่าแค่เช่าสมองคนอื่น แต่ต้องสร้างสมองตัวเอง

ประเด็นที่ Satya ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากคือ อธิปไตยของบริษัท ซึ่งเขามองว่าถูกพูดถึงน้อยเกินไปท่ามกลางกระแสความกังวลเรื่องอธิปไตยข้อมูลของชาติ 

ความเสี่ยงที่แท้จริงของภาคธุรกิจคือการที่องค์กรเช่าปัญญา จากบริษัทเทคโนโลยีภายนอกเพียงอย่างเดียว จนทำให้ความรู้เฉพาะตัวและความเชี่ยวชาญที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัทรั่วไหลหายไปในระบบของคนอื่น โดยที่บริษัทไม่ได้สร้างคุณค่าหรือความได้เปรียบทางการแข่งขันกลับคืนมาเป็นของตัวเอง

ธุรกิจที่ชาญฉลาดจะต้องสามารถนำประสบการณ์และข้อมูลที่เป็นความลับเฉพาะของตนเอง มาฝังลงในโมเดล AI ที่บริษัทเป็นเจ้าของหรือควบคุมได้ เพื่อให้ AI นั้นทำหน้าที่เป็นตัวแทนและมันสมองขององค์กรอย่างแท้จริง 

การทำเช่นนี้จะช่วยรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันตามหลักเศรษฐศาสตร์ และป้องกันไม่ให้มูลค่าและคุณค่าของบริษัทถูกโอนย้ายไปเป็นของบริษัทผู้พัฒนา AI เพียงฝ่ายเดียว ดังนั้น อธิปไตยที่แท้จริงในยุคนี้จึงไม่ใช่แค่การมีที่เก็บข้อมูลอยู่ในมือ แต่คือการมีความสามารถในการควบคุม AI ที่จะขับเคลื่อนอนาคตของธุรกิจตัวเอง

อนาคตโลกในมุมมองของ Satya Nadella

Satya Nadella ชี้ว่า ในระยะยาว การแข่งขันระดับโลกจะถูกตัดสินด้วยตัวชี้วัดที่เรียกว่า Tokens per Dollar per Watt หรือความสามารถในการผลิตความฉลาดของ AI ให้ได้มากที่สุดภายใต้ต้นทุนเงินและพลังงานที่ต่ำที่สุด 

ซึ่งสิ่งนี้จะกลายเป็นตัวกำหนด GDP ของทุกประเทศในอนาคต ประเทศหรือภูมิภาคอย่างยุโรปที่เคยเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมหนัก จำเป็นต้องปรับตัวจากการเน้นเพียงแค่การตั้งกฎเกณฑ์ป้องกัน มาเป็นการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและดาต้าเซนเตอร์ เพื่อสร้าง Token Factories ของตัวเองให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

อนาคตในอีก 5-10 ปีข้างหน้าจะไม่ใช่ยุคที่มี AI เพียงโมเดลเดียวที่ครองโลก แต่จะเป็นโลกของการประสานงานระหว่างโมเดลหลากหลายรูปแบบ ทั้งโมเดลขนาดใหญ่ที่รอบรู้และโมเดลขนาดเล็กที่ปรับแต่งมาเพื่อความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน 

ใครที่สามารถนำโมเดลเหล่านี้มาผสมผสานกับบริบทและข้อมูลของตนเองได้รวดเร็วและแม่นยำที่สุด ผู้นั้นจะเป็นผู้ชนะที่แท้จริง โดยสรุปแล้ว AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือใหม่ แต่มันคือการเปลี่ยนพื้นฐานการผลิตและการทำงานของมนุษยชาติไปสู่ยุคที่ปัญญาสามารถเข้าถึงได้ง่ายและทรงพลังเหมือนไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่ในทุกวัน

ข้อมูลจาก Session: Conversation with Satya Nadella, CEO of Microsoft ในงาน World Economic Forum

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สัมภาษณ์พิเศษ World Bank วิเคราะห์อนาคตดิจิทัลไทย จะเป็นผู้นำอาเซียนได้ต้อง ‘คิดใหญ่–ทำเป็นระบบ’ เร่งแก้ 3 จุดอ่อนสำคัญ

รองประธาน World Bank ด้านดิจิทัลและ AI เปิดมุมมองต่อการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลของประเทศไทย ตั้งแต่บทบาทของ AI โครงสร้างข้อมูลภาครัฐ ไปจนถึงความท้าทายด้านการกำกับดูแลและความปลอดภัยทางไซเ...

Responsive image

EV จะครองโลกได้จริงไหม ? สรุปมุมมองจาก BYD และสหรัฐฯ ในงาน WEF 2026 เมื่อรถยนต์ไร้คนขับกลายเป็นหัวใจสำคัญใหม่ และทำไมต้อง EV

หนึ่งในประเด็นร้อนแรงที่สุดจากงาน World Economic Forum (WEF) ปี 2026 คือคำถามที่ว่า EV จะครองโลกได้จริงหรือ ? เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราจะเห็นบรรยากาศการแข่งขันที่ดุเดือดระห...

Responsive image

"AI ต้องทำงานร่วมกับคน ไม่ใช่กำหนดชะตาคนทำงาน" Insight จากเวที Workers in the Driver’s Seat ในงาน World Economic Forum 2026

สรุป Insight จากงาน World Economic Forum Annual Meeting 2026 ชี้ว่าอนาคตโลกการทำงานในยุค AI จะไม่ถูกกำหนดด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการออกแบบการเปลี่ยนผ่านที่ให้แรง...