ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ในฐานะกรรมการคณะกรรมการส่งเสริมรัฐวิสาหกิจเริ่มต้น (สตาร์ทอัพ) แห่งชาติที่มีนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ โดยจะเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ออกกฎหมายเพื่อใช้สนับสนุนผู้ประกอบการ Startups ได้อย่างรวดเร็วภายในปีนี้ และคาดว่ากฎหมายจะมีผลบังคับใช้ได้ในต้นปี 61

สำหรับสาระสำคัญของกฎหมายจะมีการให้สิทธิพิเศษทางภาษีเพิ่มเติม โดยเสนอให้มีการยกเว้นภาษีเงินได้จากส่วนต่างการขายหุ้น (Capital Gain) เป็นเวลานาน 5-10 ปี เพื่อจูงใจให้นักลงทุนไทยและต่างประเทศเข้ามาลงทุนใน Startups มากขึ้น

ดร.พันธุ์อาจ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ให้สิทธิพิเศษทางภาษีกับ Startups โดยการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 5 ปี และยกเว้นภาษีเงินได้ของกองทุนร่วมทุน (VC) เป็นเวลา 10 ปี อย่างไรก็ตาม โดยธรรมชาติของธุรกิจเกิดใหม่ การดำเนินการในช่วง 1-2 ปีแรกจะมีผลขาดทุน ทำให้เจ้าของกิจการไม่ได้ประโยชน์จากสิทธิประโยชน์จากภาษีนี้เต็มที่มากนัก ซึ่งการเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษี Capital Gain จะทำให้เจ้าของกิจการรวมถึงผู้ร่วมลงทุนได้รับประโยชน์จากภาษีมากขึ้น

นอกจากนี้ สาระสำคัญของกฎหมาย ยังมีการตั้งคณะกรรมการส่งเริมวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ มีนายกรัฐมนตรีประธาน เพื่อกำหนดนโยบายของการสนับสนุน Startups ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นการรวมกฎหมายของหลายกระทรวง ขณะเดียวกัน ยังมีการจัดตั้งศูนย์ทดสอบและนวัตกรรมสำหรับธุรกิจ Startups ใหม่ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีกฎหมายรองรับให้ดำเนินกิจการในประเทศไทย ให้เข้ามาใช้ศูนย์นี้ทดสอบการทำธุรกิจ ก่อนที่จะได้รับพิจารณาความเหมาะสมให้มีการดำเนินการถูกต้องในกฎหมายต่อไป

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ประกอบการ Startups จดทะเบียนและดำเนินการ 1,500 ราย ในจำนวนนี้เป็น Startups VC จำนวน 500 ราย และยังมีธุรกิจ Startups อีก 8,500 รายที่ยังไม่ได้จดทะเบียน ซึ่งหากกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ คาดว่าจะจูงใจให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้จดทะเบียนดำเนินธุรกิจเพิ่มมากขึ้น และจะสามารถดึงเงินจากนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในธุรกิจ Startups มากขึ้น จากปัจจุบันมีเงินลงทุนทั้งเอกชนและภาครัฐ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็น 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐหลังกฎหมายบังคับใช้

ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวจะประกอบด้วย 4 หมวด คือ

  • หมวดที่ 1 นิยามของ Startups คือ กิจการที่จดทะเบียนไม่เกิน 60 เดือน หรือ 5 ปี ต้องทำธุรกิจที่มีนวัตกรรม มีการวิจัยและพัฒนา
  • หมวดที่ 2 คณะกรรมการ
  • หมวดที่ 3 สิทธิประโยชน์
  • หมวดที่ 4 โครงการตั้งศูนย์ทดสอบธุรกิจ Startups

นอกจากนี้เรายังได้รับข่าวดีอีกเรื่องคือ ร่าง พรบ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ประกอบด้วยประเด็นหลักที่ช่วยเหลือ Startup อย่าง ESOP, Vesting Preferred Shares กำลังเตรียมเข้าครม. แล้ว

RELATED ARTICLE

Responsive image

ลอรีอัลกระโดดเข้าสนับสนุน Startup พร้อมจัดการแข่งขัน L’Oréal Innovation Runway Start-Up Challenge

ลอรีอัล (L’Oreal) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยักษ์ใหญ่แห่งกรุงปารีส ฝรั่งเศส เป็นหนึ่งยักษ์ใหญ่ด้านความงามที่แสดงจุดยืนชัดเจนในการสนับสนุนและลงทุนใน Tech Startup โดยในปี 2012 ลอรีอ...

Responsive image

เว็บไซต์แคชแบ็ก Dealcha! ได้รับทุนเพิ่มจาก 500 TukTuks และ Solera

Dealcha! (www.dealcha.com) บริษัทสตาร์ทอัพอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2015 และประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับเงินลงทุนเพิ่มจาก 500 TukTuks, Solera In...

Responsive image

RENT A CAR CLUB แอปหาเช่ารถ - ปล่อยรถเช่า หนุน Sharing Economy

นอกจากจะมี Grab, Uber ที่เปิดโอกาสให้ ‘เจ้าของรถ’ สร้างบริการและหารายได้เสริม ก็มี RENT A CAR CLUB แอปพลิเคชันหาเช่ารถ-ปล่อยรถเช่า เกิดขึ้นมารุกตลาดเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy...