7 เรื่องควรจ่ายและไม่ควรจ่าย สำหรับสตาร์ทอัปมือใหม่

สำหรับสตาร์ทอัปที่เพิ่งก่อตั้ง การควบคุมค่าใช้จ่ายคือสิ่งที่ชี้เป็นชี้ตาย เพราะมันจะบอกได้ว่าบริษัทของคุณจะไปรอดหรือไม่ ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่ควรจ่าย เพราะจ่ายแล้วคุ้มค่า และอะไรที่ไม่ควรจ่าย เพราะจ่ายแล้วไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร

1

อย่าลงทุนกับออฟฟิศโดยไม่จำเป็น

Navid Zolfaghari ที่ปรึกษาจาก 500 Startups แนะนำว่าไม่ควรลงทุนตกแต่งออฟฟิศให้มันดูอลังการเกินเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเริ่มต้น เพราะมันจะกลายเป็นต้นทุนจมไปซะหมด ทางที่ดีคือไปใช้บริการเช่าพื้นที่ร่วมกับคนอื่นๆ หรือเช่าพื้นที่เล็กๆ ในบริษัทอื่นที่ยังพอมีที่ว่างจะดีกว่า

อีกหนึ่งไอเดียที่น่าสนใจและกำลังเป็นที่นิยมในกรุงเทพฯ บ้านเราก็คือ Co-working space ที่คิดค่าบริการหลายๆ แบบ ทั้งเหมาเป็นรายเดือน รายวัน รายชั่วโมงก็ยังมี

2

อย่าแจกของสมนาคุณ 

สติ๊กเกอร์โลโก้บริษัท เสื้อทีเชิร์ต หรืออะไรทำนองนี้ที่บริษัทใหญ่ๆ มักจะทำเป็นของที่ระลึกแจกลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ จริงๆ แล้วมันก็เป็นหน้าเป็นตาของบริษัท แต่ไม่น่าจะเหมาะกับสตาร์ทอัปที่เพิ่งก่อร้างสร้างตัวสักเท่าไร ลองนึกๆ ดูแล้วก็อาจจะจริง เพราะเสื้อยืดที่แจกมาอาจจะกลายเป็นชุดนอน สุดท้ายแล้วคนที่รู้จักโลโก้ของบริษัทคุณก็ไม่ได้มีเพิ่มขึ้นมาอยู่ดี นี่คือคำแนะนำจากที่ปรึกษาของ 500 Startups

3

คุณต้องการนักกฏหมาย ไม่ใช่บริษัทประชาสัมพันธ์

อย่าเพิ่มเรื่องปวดหัวให้ตัวเองด้วยการมีประเด็นทางกฏหมายกับบริษัทอื่นที่คุณต้องทำงานด้วย นั่นเป็นคำแนะนำจาก Jared Kim ผู้ก่อตั้ง WeGame ที่ถูกขายให้กับ Tagged ในปี 2011 “มันคือเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่อคุณเริ่มจ้างพนักงานคนแรกและเริ่มระดมทุน

ถึงแม้สตาร์ทอัปจะต้องประหยัดค่าใช้จ่าย แต่การจ้างที่ปรึกษาทางกฏหมายเป็นสิ่งที่ควรลงทุน การทำพลาดในเรื่องนี้อาจทำให้ชวดเงินจำนวนมากจากนักลงทุนที่สนใจในธุรกิจของคุณ

4

สองหน้าจอและเก้าอี้ที่นั่งสบายๆ 

ถ้ามันเป็นเรื่องความสะดวกสบายในการทำงานของลูกทีม จำไว้ว่าอย่าขี้งก เพราะมันมีผลกับประสิทธิภาพของงานที่ออกมาแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ร่วมกันหลายๆ หน้าจอ คอมพิวเตอร์แรงๆ และเก้าอี้ที่นั่งสบาย “นอกจากจะได้งานที่ดีแล้ว พนักงานของคุณก็จะรู้สึกขอบคุณด้วย” Jared Kim กล่าว

5

ใช้โซเชียลมีเดียอย่างฉลาด

บริษัทหลายๆ แห่งคิดว่าโซเชียลมีเดียเป็นของฟรี แต่มันไม่ใช่หรอก ซึ่งคุณอาจจะไม่เห็นผลลัพธ์ของมันในทันที แต่ถ้าจะพูดถึงในระยะยาวแล้ว มันจะเป็นการคืนทุนที่ดีแน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น การพูดว่าอยากให้มีแฟนเพจ 2,000 คน จะไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าคุณไม่รู้ว่าการมีแฟนเพจ 2,000 คนนั้นจะให้ประโยชน์กับแบรนด์ของคุณได้อย่างไร

6

การสัมมนาที่ไร้ประโยชน์

ค่าลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาบางงานไม่ใช่ถูกๆ วิธีที่ดีพอๆ กันโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายคือการสร้างคอนเนคชั่นกับผู้คนที่อยู่ในแวดวงนั้น แล้วลองนัดเขาไปนั่งจิบกาแฟพร้อมพูดคุยเรื่องที่สนใจ ก็อาจจะได้ผลที่ดีเช่นกัน

Jared Kim บอกว่า ตัวเขาเองจะไปงานสัมมนาก็ต่อเมื่อ 1). เขาเป็นผู้บรรยาย 2). เขามีนัดกับคนที่จะนำไปสู่ดีลในทางธุรกิจได้จริง และ 3). การสัมมนานั้นมีเรื่องที่เขาสนใจจะเรียนรู้

นอกจากนี้ เขายังบอกอีกว่า ส่วนมากแล้วคนจะมีข้ออ้างในการเข้าร่วมสัมมนาว่าเป็นการหาเน็ตเวิร์ก แต่สุดท้ายแล้ว เขาเชื่อว่ามันเป็นการเสียเวลาเปล่า

7

โฟกัสไปที่ผลิตภัณฑ์ จ้าง Outsource งานหลังบ้าน

ในฐานะซีอีโอของบริษัทที่เพิ่งตั้ง คุณควรจะโฟกัสไปที่โปรดักต์ ตลาด และการสร้างมันขึ้นมา ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาหลายๆ ชั่วโมงไปกับงานเอกสาร เช่น การจ่ายบิล รายงานประจำไตรมาสสำหรับนักลงทุน จ่ายเงินเดือนพนักงาน

Jared Kim บอกว่า ยังมีบริษัทหลายๆ แห่งที่ให้บริการ Outsource ทางด้านการเงิน บุคคล หรือบัญชี โดยที่คิดค่าจ้างสมเหตุสมผล ซึ่งัมนจะช่วยประหยัดเวลาให้คุณได้มาก

ที่มา : Forbes

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สรุปรายงานจาก Lenovo 2026 องค์กรลงทุน AI เพื่ออะไร? เมื่อลงทุน 1 ดอลลาร์ ต้องคืน 2.85 เท่า และเบื้องหลังวิกฤติชิ้นส่วนที่ทุกองค์กรต้องรู้

Lenovo Thailand เปิดทิศทางปี 2026 ดัน Hybrid AI ส่ง Qira บุก Personal AI ทำงานออฟไลน์ได้ AI PC ครองครึ่งพอร์ต CIO ต้องการ ROI 2.85 เท่า พร้อมเผยวิกฤติชิ้นส่วนทำราคา Server พุ่ง 300...

Responsive image

เปิดรายงาน ‘Project Thara’ เจาะลึกตลาด RWA Tokenization ไทย เครื่องมือระดมทุนยุคใหม่สำหรับภาคธุรกิจ กับโอกาสโต 1.7 ล้านล้านบาท

Key Messages จาก Project Thara รายงานเชิงลึกที่เผยการประเมินกลุ่มสินทรัพย์ในไทยซึ่งพร้อมในการแปลงเป็นโทเคนดิจิทัล ว่ามีโอกาสสร้างมูลค่าผ่าน RWA Tokenization ถึง 5.1 หมื่นล้านดอลลาร...

Responsive image

LINE MAN Wongnai เปิดตัว AI Customer Service ดูแลร้านค้า ได้ใช่แค่ 'ตอบคำถาม' แต่ 'แก้ปัญหาจบครบในที่เดียว

LINE MAN Wongnai เปิดตัว AI Customer Service ร่วมกับ LINE Plus ภายใต้ ActEngine AI ดูแลร้านค้าพาร์ทเนอร์กว่า 700,000 ร้านแบบ End-to-End ลดเวลาจัดการเคส 66% เพิ่มความแม่นยำ 16% จัดก...