สัมภาษณ์พิเศษ World Bank วิเคราะห์อนาคตดิจิทัลไทย จะเป็นผู้นำอาเซียนได้ต้อง ‘คิดใหญ่–ทำเป็นระบบ’ เร่งแก้ 3 จุดอ่อนสำคัญ


AI กำลังกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก ดังนั้นการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบจึงเป็นหนึ่งในทางรอดของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หากถามว่าไทยต้องทำอย่างไร ? คำตอบของเรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้งาน แต่คือการวาง โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและข้อมูล ให้แข็งแรงพอจะรองรับการต่อยอดนวัตกรรม การพัฒนา AI และการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต

Techsauce มีโอกาสสัมภาษณ์กับ Sangbu Kim รองประธาน World Bank ด้านดิจิทัลและ AI ผู้คร่ำหวอดทั้งในวงการนโยบายระดับชาติของเกาหลีใต้ และในโลกบิ๊กเทคอย่าง Google เพื่อเจาะลึกว่า ไทยยังขาดอะไร และต้องเร่งแก้จุดใด หากหวังจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


การก้าวสู่ ‘ผู้นำ AI’ ต้องเป็นวาระแห่งชาติ

จากการวิเคราะห์สถานการณ์ของประเทศไทย คุณ Sangbu Kim ชี้ชัดว่า ไทยมี ‘พื้นฐานที่ดี’ เช่น PromptPay, ThaiID, ระดับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่ ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เราเกือบจะพร้อมที่จะก้าวกระโดด แต่ยังมีจุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้ไข 

อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Innovation Hub) และยกระดับจากประเทศรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศรายได้สูง ไทยจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใน 3 มิติหลัก

  1. การกำหนด AI เป็นวาระแห่งชาติ: การขับเคลื่อน AI ต้องได้รับการผลักดันจากทุกกระทรวง ภายใต้ผู้นำจากระดับสูงสุด เพื่อให้ AI เป็นยุทธศาสตร์หลักของประเทศ ไม่ใช่โครงการแยกส่วน นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล จะต้องเกิดขึ้นในภาคส่วนดั้งเดิมด้วย เช่น เกษตรกรรม การผลิต การท่องเที่ยว และการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่แค่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 
  2. เปลี่ยนจาก ‘ผู้ใช้’ เป็น ‘ผู้สร้าง': ปัจจุบันไทยยังพึ่งพาบริการดิจิทัลจากต่างประเทศเป็นหลัก หากต้องการสร้างนวัตกรรมของตนเอง ประเทศต้องลงทุนอย่างจริงจังในการพัฒนาบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นวิศวกร นักพัฒนา หรือผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลและ AI
  3. ความเท่าเทียมคือ Economy of Scale: ไทยต้องเพิ่มการสนับสนุนให้คนชนบท ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางเข้าถึงบริการดิจิทัล ไม่ใช่เพียงนโยบายเชิงสังคม แต่คือยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ เพราะการมีส่วนร่วมของคนกลุ่มนี้จะช่วยขยายขนาดเศรษฐกิจดิจิทัลให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

ภารกิจเร่งด่วนที่สุดคือปลดล็อก Data Silo

หนึ่งในหัวใจของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง คือการวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลผ่าน Digital Data Infrastructure Roadmap โดย คุณ Sangbu Kim มองว่า ความสำเร็จของ Roadmap นี้ขึ้นอยู่กับการสร้างสมดุลระหว่าง นโยบายส่งเสริม และ นโยบายกำกับดูแลและป้องกัน

ในฝั่งการส่งเสริม ปัญหาใหญ่ที่สุดของไทย (รวมถึงในหลาย ๆ ประเทศ) คือ การที่ข้อมูลภาครัฐ และข้อมูลสาธาณะยังถูกจัดการแบบแยกส่วน (Silo) ส่งผลให้การเชื่อมต่อและการแบ่งปันข้อมูลข้ามหน่วยงานทำได้ยาก 

ด้วยเหตุนี้การดำเนินการเร่งด่วนที่สุดคือการ ปรับปรุงการประสานงานด้านการกำกับดูแลข้อมูลให้ดียิ่งขึ้นเพื่อดูแลข้อมูลภาครัฐทั้งระบบอย่างเป็นเอกภาพ ซึ่งจะช่วยปลดล็อกศักยภาพของข้อมูล และเปลี่ยนข้อมูลจาก ‘ต้นทุน’ ให้กลายเป็น ‘สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ’

ขณะเดียวกัน การปกป้องข้อมูลก็เป็นอีกเสาหลักที่ไม่อาจมองข้าม นอกเหนือจากการบังคับใช้กฎหมาย Personal Data Protection Act (PDPA) ภาครัฐยังต้องมีการสนับสนุนด้านเทคนิคเพื่อรับมือกับภัยไซเบอร์ การฉ้อโกง และการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นตามระดับดิจิทัลของประเทศ

3 มาตรการเร่งด่วนที่ต้องเริ่มทันที

เมื่อพูดถึงการลงมือทำในเชิงปฏิบัติ คุณ Sangbu Kim ระบุว่า มี 3 มาตรการสำคัญที่สามารถเริ่มได้ทันที ดังนี้

  1. ปรับปรุงการกำกับดูแลข้อมูล เพื่อให้การกำกับดูแลข้อมูลภาครัฐไม่ใช่เพียงนโยบายบนกระดาษ แต่เป็นโครงสร้างที่ทำงานได้ในทางปฏิบัติ
  2. ผลักดันความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Private–Public Partnership: PPP) การแบ่งปันข้อมูลอย่างมีกรอบกำกับที่ชัดเจนจะช่วยผลักดันนวัตกรรมของภาคเอกชน สตาร์ทอัพ และอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยเฉพาะในยุค AI ที่คุณค่าทางเศรษฐกิจเกิดจากการผสานข้อมูลจากหลายแหล่งเข้าด้วยกัน
  3. สร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ เพราะในยุค AI การถ่ายโอนข้อมูลข้ามพรมแดนเป็นสิ่งจำเป็น ประเทศจึงต้องมีข้อตกลงทวิภาคีหรือพหุภาคีเพื่อรองรับ Data Flow อย่างปลอดภัย โดยเกาหลีใต้และสิงคโปร์ถูกยกเป็นตัวอย่างประเทศที่ประสบความสำเร็จในด้านนี้

นอกจากการแก้ปัญหาภายในประเทศแล้ว อีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ไทยพัฒนาได้เร็วขึ้น คือ การเรียนรู้จากต้นแบบที่ประสบความสำเร็จด้านการกำกับดูแลข้อมูล ได้แก่ สิงคโปร์และเกาหลีใต้ ซึ่งในตอนนี้ World Bank กำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลไทยและเกาหลีใต้ เพื่อหาทางสร้างความเชื่อมโยงที่ดีระหว่างสองประเทศและ นำแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดมาประยุกต์ใช้ร่วมกัน 

นอกจากนี้ Korea Digital Global Knowledge Center ที่เมืองชงโด ประเทศเกาหลีใต้ จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการวิเคราะห์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ ฝึกอบรม และเชื่อมโยงนโยบายระหว่างไทยกับเกาหลี เพื่อแลกเปลี่ยน Best Practices และยกระดับขีดความสามารถของภูมิภาคโดยรวม

คุณ Sangbu Kim บอกว่า ศูนย์แห่งนี้ไม่ได้แค่ถ่ายทอดความรู้จากเกาหลีมาไทยเท่านั้น แต่ยังพร้อมที่จะนำ Success Case ของไทยไปขยายผลให้ชาติอื่นได้เรียนรู้ด้วย 

สร้างแนวป้องกันทางดิจิทัล สู้อาชญากรรมไซเบอร์

การเติบโตของระบบนิเวศดิจิทัลย่อมนำมาซึ่งความเสี่ยงใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะ การหลอกลวงและการฉ้อโกงทางดิจิทัล ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่มากับกระบวนการ Digitalization ดังนั้น การเสริมสร้างความปลอดภัยทางดิจิทัล จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจดิจิทัล

ภาครัฐไม่สามารถรับมือกับความเสี่ยงทางดิจิทัลได้เพียงลำพัง ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจึงเป็นหัวใจสำคัญในการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ การคุ้มครองผู้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยแนวทางแบบบูรณาการ ที่ผนึกกำลังหน่วยงานรัฐ ภาคธุรกิจ และภาคสังคมเข้าด้วยกัน

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการตรวจจับสัญญาณความเสี่ยง การแจ้งเตือนผู้ใช้อย่างทันท่วงที และการตอบสนองต่อเหตุการณ์อย่างรวดเร็วในวงกว้าง ขณะเดียวกัน ความร่วมมือระหว่างประเทศก็มีความจำเป็น เนื่องจากการหลอกลวงจำนวนมากดำเนินการข้ามพรมแดน

สิงคโปร์เป็นกรณีอ้างอิงที่ชัดเจน แสดงให้เห็นว่าการกำกับดูแลที่มีการประสานงานกันอย่างเป็นระบบ และความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาคอุตสาหกรรมและสังคม สามารถยกระดับความปลอดภัยของผู้ใช้และความยืดหยุ่นของระบบนิเวศได้

สำหรับประเทศไทย เป้าหมายคือการนำบทเรียนระดับโลกมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทและความท้าทายของประเทศ โดยการเสริมสร้างความเชื่อมั่นทางดิจิทัลจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขยายการใช้ดิจิทัลและสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงขึ้นในระยะยาว

ในส่วนของการดูแลความปลอดภัยของข้อมูล ความท้าทายสำคัญคือการที่ SME มองว่า PDPA กฎหมายเป็นภาระมากกว่าสิ่งคุ้มครอง ภาครัฐจึงควรปรับบทบาทจาก ‘ผู้กำกับดูแล’ ไปสู่ ‘ผู้สนับสนุน’ โดยช่วยให้ SME เข้าถึงเทคโนโลยีกำกับดูแลข้อมูลในราคาที่จับต้องได้ ผ่านกลไกการสนับสนุนหรือเงินอุดหนุน แนวทางนี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้โดยไม่บั่นทอนความสามารถในการแข่งขัน

ไทยจะก้าวสู่ผู้นำดิจิทัลได้ ต้อง “คิดใหญ่–ทำเป็นระบบ”

บทเรียนสำคัญจากมุมมองของ คุณ Sangbu Kim คือ ประเทศไทยไม่ได้ขาดศักยภาพ แต่ยังขาด ‘การจัดวางระบบ’ และ ‘ความต่อเนื่องเชิงนโยบาย’  การจะก้าวสู่ผู้นำดิจิทัลของอาเซียนจึงไม่ใช่เรื่องของการเร่งนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้งานเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องอาศัย การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล การกำกับดูแล และการพัฒนาคนให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน

ท้ายที่สุด คุณ Sangbu Kim  มองว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือภูมิภาคถัดไปที่มีศักยภาพในการก้าวกระโดดด้านนวัตกรรมดิจิทัล และประเทศไทยเองก็อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบ หากสามารถ ‘คิดใหญ่’ ในระดับยุทธศาสตร์ และ ‘ทำเป็นระบบ’ ในระดับนโยบายและการลงมือปฏิบัติ ไทยก็มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคในทศวรรษหน้าได้

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

“โลกเปลี่ยนถาวร ยุโรปต้องปรับตัวตาม” สารจากประธาน EU บนเวที WEF 2026 ย้ำยุทธศาสตร์ลดการพึ่งพา เตรียมเร่งเครื่องเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคง

ถอดสารสำคัญจากสุนทรพจน์ของ Ursula von der Leyen บนเวที Davos 2026 เมื่อโลกเปลี่ยนไปอย่างถาวร ยุโรปเลือกเร่งสร้าง “European Independence” ลดการพึ่งพาที่เปราะบาง เดินหน้าเปิดสู่โลกด้...

Responsive image

EV จะครองโลกได้จริงไหม ? สรุปมุมมองจาก BYD และสหรัฐฯ ในงาน WEF 2026 เมื่อรถยนต์ไร้คนขับกลายเป็นหัวใจสำคัญใหม่ และทำไมต้อง EV

หนึ่งในประเด็นร้อนแรงที่สุดจากงาน World Economic Forum (WEF) ปี 2026 คือคำถามที่ว่า EV จะครองโลกได้จริงหรือ ? เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราจะเห็นบรรยากาศการแข่งขันที่ดุเดือดระห...

Responsive image

"AI ต้องทำงานร่วมกับคน ไม่ใช่กำหนดชะตาคนทำงาน" Insight จากเวที Workers in the Driver’s Seat ในงาน World Economic Forum 2026

สรุป Insight จากงาน World Economic Forum Annual Meeting 2026 ชี้ว่าอนาคตโลกการทำงานในยุค AI จะไม่ถูกกำหนดด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการออกแบบการเปลี่ยนผ่านที่ให้แรง...