ในวันที่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมทั่วโลกกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านเครือข่าย ไปสู่การแข่งขันด้านประสบการณ์และบริการดิจิทัล True Corporation ประกาศก้าวสำคัญขององค์กร ด้วยการเปิดตัวยุทธศาสตร์ระยะ 3 ปี ภายใต้แนวคิด “4 Big Moves” เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมแบบดั้งเดิม สู่การเป็น Telco-Tech Company ที่ใช้ AI และ Data-driven เป็นแกนหลักของธุรกิจ
Sigve Brekke ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม True Corporation ระบุว่า True กำลังก้าวออกจากโมเดลธุรกิจที่เคยเน้นการเติบโตด้วยจำนวนผู้ใช้บริการ ไปสู่การเป็น องค์กร AI-First ที่ให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยนำ AI เข้ามาฝังอยู่ในเครือข่าย บริการ และแพลตฟอร์มดิจิทัลทั้งหมด เพื่อสร้างการดำเนินงานที่คาดการณ์ได้ อัตโนมัติ และขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากขึ้น
ยุทธศาสตร์นี้ถูกออกแบบให้เชื่อมโยง ประสบการณ์ลูกค้า เทคโนโลยี และบุคลากร เข้าด้วยกัน พร้อมวางบทบาทใหม่ของ True ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

ก่อนจะอธิบายกลยุทธ์ Sigve Brekke ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยที่กำลังเกิดขึ้นในสามระดับ
ระดับแรกคือ Digital Life พฤติกรรมผู้บริโภคที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้รับข้อมูลอีกต่อไป แต่กลายเป็นทั้งผู้สร้างและผู้บริโภคข้อมูลในทุกมิติของชีวิต ตั้งแต่การทำงาน ความบันเทิง สุขภาพ ไปจนถึงการเรียนรู้ ส่งผลให้ความต้องการบริการดิจิทัลที่เข้าใจพฤติกรรมเฉพาะบุคคลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
Sigve Brekke ระบุว่า ผู้บริโภคไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ใช้ดิจิทัลมากที่สุดในโลก ปัจจุบันคนไทยใช้เวลาอยู่กับอุปกรณ์ดิจิทัลเฉลี่ยประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ประมาณ 6 ชั่วโมงครึ่ง ขณะที่การใช้ Data ผ่านมือถือก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตมือถือเฉลี่ย 29GB ต่อเดือน เกือบสองเท่าของค่าเฉลี่ยโลก
ระดับที่สองคือ Home and Business บ้านและองค์กรกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของอุปกรณ์อัจฉริยะและเทคโนโลยีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากขึ้น ปัจจุบันทั่วโลกมีอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในบ้านมากกว่า 3.3 พันล้านเครื่อง และยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบควบคุมบ้าน ไปจนถึงอุปกรณ์ IoT ต่าง ๆ
ขณะเดียวกัน การใช้ AI ในองค์กรไทยกำลังเร่งตัว แม้ว่า 73% ของธุรกิจจะมีแผนนำ AI มาใช้ แต่มีเพียง 18% ที่นำมาใช้งานจริงในระดับองค์กร ซึ่งสะท้อนถึงช่องว่างสำคัญที่ผู้ให้บริการดิจิทัลสามารถเข้าไปช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านได้
ระดับสุดท้ายคือ Nationwide Digital Growth หรือการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันสินค้าเกษตรและอาหารจากภาคใต้สู่ตลาดออนไลน์ระดับโลก การเติบโตของอุตสาหกรรมแอนิเมชันและ VFX ในภาคเหนือที่ผลิตผลงานให้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลก หรือการเกิดขึ้นของธุรกิจสร้างสรรค์จำนวนมากในภาคอีสาน ซึ่งล้วนสะท้อนว่าการเติบโตทางดิจิทัลของไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกรุงเทพฯ อีกต่อไป
โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลจึงกลายเป็นกลไกสำคัญในการปลดล็อกโอกาสใหม่ของเศรษฐกิจประเทศ
True วางเรื่อง ประสบการณ์ลูกค้า เป็นรากฐานของยุทธศาสตร์ โดยมองว่าการมีเครือข่ายที่ดีอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่ลูกค้าคาดหวังคือ ประสบการณ์ที่ลื่นไหลตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การสมัครใช้งาน การติดตั้ง การใช้งาน ไปจนถึงบริการหลังการขาย
ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน True ยังคงเดินหน้าพัฒนา True 5G บนคลื่นความถี่หลัก ได้แก่ 2300 MHz, 2600 MHz และรวมถึงคลื่น 1500 MHz ซึ่งเป็นคลื่นที่คู่แข่งยังไม่มีเพื่อเพิ่มความเร็ว ความจุ และการครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมยกระดับเครือข่ายบรอดแบนด์ True Online เพื่อรองรับการเติบโตของการใช้งานอินเทอร์เน็ตในครัวเรือน
นอกจากการลงทุนด้านเครือข่ายแล้ว True ยังนำ AI มาใช้ในการบริหารโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการดูแลเครือข่ายแบบ Predictive Network Maintenance ซึ่งใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลจากอุปกรณ์เครือข่ายแบบเรียลไทม์ เช่น ปริมาณการใช้งาน ความหน่วงของสัญญาณ และประสิทธิภาพของอุปกรณ์ เพื่อคาดการณ์ความผิดปกติก่อนที่จะเกิดปัญหาจริง ทำให้สามารถแก้ไขระบบได้ล่วงหน้า ลดโอกาสเกิดสายหลุดหรือเครือข่ายล่ม และนำไปสู่การพัฒนาเครือข่ายแบบ Self-healing network
บริการทั้งหมดจะถูกเชื่อมเข้าด้วยกันในรูปแบบ Digital Ecosystem เดียว เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่องในทุก Touchpoint
True ปรับแนวคิดการเติบโตจากเดิมที่มุ่ง “ชนะใจผู้ใช้รายบุคคล” ไปสู่การ “ชนะใจทั้งครอบครัว” ผ่านบริการแบบ Convergence ที่ผสานมือถือ อินเทอร์เน็ตบ้าน และบริการดิจิทัลเข้าด้วยกัน
บริษัทกำลังขยายบริการ Beyond Connectivity ครอบคลุมแพลตฟอร์มคอนเทนต์อย่าง TrueID และ TrueVisions NOW โซลูชันบ้านอัจฉริยะผ่าน TrueX บริการความปลอดภัยไซเบอร์ True CyberSafe รวมถึงบริการเกมและไลฟ์สไตล์ดิจิทัล โดยใช้ Data-Driven และ AI-Powered Personalization เพื่อเสนอแพ็กเกจและบริการที่ตรงกับความต้องการของแต่ละครอบครัวมากขึ้น
ในฝั่งธุรกิจองค์กร True กำลังขยายบทบาทจากผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่พันธมิตรด้านโซลูชันดิจิทัล ผ่านกรอบบริการ BASIC5 ซึ่งรวมตั้งแต่ Big Data Analytics, AI, Security, Integrated Platforms, Cloud Computing ไปจนถึง 5G Connectivity เพื่อช่วยองค์กรไทยยกระดับเทคโนโลยีและแข่งขันได้ในเศรษฐกิจดิจิทัล
พร้อมกันนี้ True ยังพัฒนา AI Hub แพลตฟอร์มที่รวมเครื่องมือ AI มากกว่า 50 บริการไว้ในระบบเดียว เพื่อให้ธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SME สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องสมัครใช้บริการหลายแพลตฟอร์มแยกกัน
อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญคือการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ในการทำตลาด ผ่านโมเดลที่ Sigve Brekke เรียกว่า “6,000 Mini CEOs” โดยแบ่งประเทศไทยออกเป็นพื้นที่ย่อยหลายพันพื้นที่ และให้ผู้ดูแลแต่ละพื้นที่บริหารธุรกิจเสมือนเป็น CEO ขนาดเล็ก ใช้ข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ของพื้นที่ พฤติกรรมลูกค้า และความจุเครือข่าย มาวิเคราะห์เพื่อออกแบบบริการและการตลาดให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่มากที่สุด
ในยุทธศาสตร์ใหม่ AI ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีเสริม แต่เป็นเครื่องยนต์หลักขององค์กร
True เริ่มนำ AI มาใช้ในหลายส่วนของธุรกิจแล้ว เช่น Intelligent Network Operations เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายและลดต้นทุนพลังงาน Mari ผู้ช่วยเสมือน AI สำหรับบริการลูกค้า และระบบ Hyper-Personalization ที่วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อเสนอข้อเสนอที่เหมาะสม
AI ยังถูกนำมาใช้เพื่อช่วยพนักงานในหลายบทบาท เช่น พนักงานขายสามารถใช้ AI เพื่อดูข้อมูลลูกค้าแบบเรียลไทม์และแนะนำบริการที่เหมาะสม ขณะที่พนักงาน Call Center สามารถใช้ AI วิเคราะห์ปัญหาล่วงหน้าเพื่อลดจำนวนข้อร้องเรียนของลูกค้า ส่วนวิศวกรเครือข่ายสามารถใช้ AI ตรวจสอบความผิดปกติของระบบและซ่อมแซมเครือข่ายก่อนที่จะเกิดปัญหา
ยุทธศาสตร์ AI-First ของ True ขับเคลื่อนผ่านสามแนวทางสำคัญ ได้แก่ AI for All เพื่อขยายการเข้าถึงและทักษะ AI ให้กับพนักงาน ลูกค้า และสังคม AI as a Growth Engine เพื่อสร้างบริการและโมเดลธุรกิจใหม่ และ AI-Powered Operations เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและระบบอัตโนมัติในองค์กร
True ยังประกาศแนวทาง Responsible AI เพื่อให้การพัฒนา AI เป็นไปอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม และคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูล พร้อมตั้งเป้าช่วยยกระดับทักษะ AI ให้กับคนไทยมากกว่า 12 ล้านคน
แม้ AI จะเป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่าน แต่ True มองว่า คนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดขององค์กร
บริษัทตั้งเป้า Upskill พนักงาน 100% ให้มีทักษะพื้นฐานด้าน AI ภายในปี 2026 โดยแบ่งระดับทักษะออกเป็นผู้ใช้งานพื้นฐาน ผู้ใช้งานขั้นสูง และผู้เชี่ยวชาญ พร้อมพัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมเพื่อยกระดับทักษะด้าน AI ในองค์กร
นอกจากนี้ True ยังเปิดตัวทุนการศึกษา AI จำนวน 10 ทุน สำหรับการศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกาและจีน รวมถึงความร่วมมือกับสถาบันชั้นนำ เช่น MIT และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาบุคลากรด้าน AI ของประเทศ
ขณะเดียวกัน Sigve Brekke ยังเน้นว่า วัฒนธรรมองค์กรเป็นสิ่งสำคัญที่เลียนแบบได้ยาก โดยต้องการให้ True มีวัฒนธรรมแบบ Startup ที่พนักงานรู้สึกปลอดภัยในการทำงาน กล้าคิด กล้าลอง และได้รับการยอมรับในผลงาน ซึ่งเป็นแนวคิดที่เรียกว่า Psychological Safety
ยุทธศาสตร์ “4 Big Moves” เป็นความพยายามเปลี่ยนบทบาทของ True จากผู้ให้บริการโทรคมนาคมแบบเดิม ไปสู่บริษัทเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
ด้วยการผสานเครือข่าย แพลตฟอร์มดิจิทัล AI และบุคลากรเข้าด้วยกัน True ตั้งเป้าสร้างระบบนิเวศที่ช่วยให้ทั้งผู้บริโภค ธุรกิจ และสังคมไทยสามารถเติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยี
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด