รู้จักแพลตฟอร์มใหม่ ‘Helix’ โมเดลรวมศูนย์สุดล้ำจาก UIH พร้อมทลายข้อจำกัดเรื่องคนและงบประมาณ

ยุคที่ทุกองค์กรกลายเป็นธุรกิจดิจิทัลโดยปริยาย ความซับซ้อนของโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีไม่ใช่แค่โจทย์ของทีมไอทีอีกต่อไป แต่กลายเป็นความเสี่ยงระดับธุรกิจที่ทุกฝ่ายต้องแบกรับร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูง ทีมปฏิบัติการ หรือแม้แต่ผู้ให้บริการเองก็ตาม

นั่นคือบริบทที่ทำให้งาน UIH DAY 2026 ภายใต้ธีม "Helix – Redefining the Future of Managed Services Provider" มีความหมายมากกว่างานแนะนำสินค้าทั่วไป เพราะสิ่งที่ UIH ประกาศในวันนี้ ไม่ใช่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ แต่คือการประกาศว่าพวกเขากำลังนิยามตัวเองขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ในฐานะผู้ให้บริการจัดการระบบที่พร้อมรับยุคปัญญาประดิษฐ์

เมื่อโลกเปลี่ยน ปัญหาเดิมก็ซับซ้อนยิ่งขึ้น

คุณเบญจ เบญจรงคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของ UIH ขึ้นเวทีด้วยโจทย์ที่ตรงไปตรงมา ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาพลิกโฉมทุกอุตสาหกรรม ทางเลือกด้านเทคโนโลยีสำหรับองค์กรมีมากขึ้นกว่าเดิมอย่างมหาศาล แต่ความซับซ้อนในการตั้งค่าระบบ การออกแบบสถาปัตยกรรม และการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ก็ทวีขึ้นตามมาไม่แพ้กัน

ที่น่าสนใจคือ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะขององค์กรขนาดใหญ่หรือบริษัทข้ามชาติเท่านั้น จากการที่ทุกบริษัทไม่ว่าจะขนาดไหนล้วนกลายเป็นธุรกิจดิจิทัลเต็มตัว ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมก็เผชิญกับโจทย์เดียวกันทุกประการ ทั้งเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยที่ถูกเจาะทะลวงและข้อมูลรั่วไหลที่ปรากฏในข่าวบ่อยขึ้น ความเสี่ยงเหล่านี้ไม่ได้เลือกขนาดองค์กรอีกต่อไป

และที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าคือ UIH เองในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ก็เคยติดกับดักเดียวกันมาก่อน

"เราค้นพบว่า ถ้าเราในฐานะผู้ให้บริการที่มีพาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยีมากมาย ยังประสบปัญหาตรงนี้ ทำไมลูกค้าของเราที่ต้องดูแลโครงสร้างพื้นฐานและพาร์ทเนอร์หลายราย จะไม่เจอปัญหาเดียวกัน นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่ Helix"

จุดเริ่มต้นจากภายใน เมื่อการรวมทีมเผยให้เห็นปัญหาที่ซ่อนอยู่

เมื่อปีที่ผ่านมา UIH ทำการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยรวม 4 กลุ่มงานหลักเข้าด้วยกัน ได้แก่ ระบบเครือข่ายและการเชื่อมต่อ, คลาวด์, ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และแอปพลิเคชัน ให้อยู่ภายใต้แบรนด์ UIH เพียงแบรนด์เดียว เป้าหมายเดิมคือการสร้างความเป็นเอกภาพ แต่สิ่งที่ค้นพบระหว่างทางกลับเผยให้เห็นปัญหาที่ซ่อนอยู่อย่างชัดเจน

ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่สุดคือ เมื่อต้องการติดตั้งและเปิดใช้งานแอปพลิเคชันสักตัวหนึ่ง ทีมงานต้องประสานไปยังทีมเครือข่าย ทีมคลาวด์ และทีมความปลอดภัยทีละขั้น กว่าจะได้รับการยืนยันครบทุกฝ่ายและเปิดตัวได้ก็ต้องผ่านการประชุมหลายรอบและใช้เวลานานโดยไม่จำเป็น

คุณเบญจตั้งคำถามว่า "ในยุคของข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ทุกวันนี้ มันไม่ควรจะมีความยากความซับซ้อนแบบนี้อยู่แล้ว" และนั่นเองคือจุดกำเนิดของ Helix ซึ่งเริ่มต้นจากการแก้ปัญหาของ UIH เอง ก่อนที่จะกลายเป็นรูปแบบการให้บริการใหม่ทั้งหมดสำหรับลูกค้า

Helix ไม่ใช่สินค้า แต่คือวิธีคิดใหม่ทั้งหมด

คุณเบญจย้ำชัดเจนในการบรรยายว่า "Helix ไม่ใช่สินค้า ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์ม แต่คือวิธีที่ UIH นิยามรูปแบบการดำเนินงานขึ้นมาใหม่ เพื่อให้บริการลูกค้าได้เร็วขึ้นและไร้รอยต่อมากขึ้น"

แนวคิดหลักของ Helix ยึดอยู่บน 3 เสาสำคัญ

เสาที่หนึ่ง: ไร้รอยต่อตลอดกระบวนการ การดำเนินงานตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การเลือกแอปพลิเคชันไปจนถึงการจัดสรรทรัพยากรและการติดตั้งใช้งาน ต้องราบรื่นไม่สะดุด ไม่มีการวิ่งประสานงานข้ามทีม ทุกอย่างต้องเชื่อมกันได้อัตโนมัติในกระบวนการเดียว

เสาที่สอง: ความปลอดภัยถูกออกแบบมาตั้งแต่ต้น ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ใช่ตัวเลือกเสริมที่ค่อยมาติดตั้งทีหลัง แต่ต้องถูกฝังอยู่ในทุกบริการตั้งแต่วันแรก เพราะในความเป็นจริง ช่องโหว่หลายอย่างเกิดจากการตั้งค่าด้วยมือที่ตกหล่น หรือข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ทำให้ข้ามขั้นตอนสำคัญไป UIH ในฐานะผู้ให้บริการจึงต้องฝังมาตรฐานความปลอดภัยเข้าไปในทุกการให้บริการโดยอัตโนมัติ

เสาที่สาม: จุดรับผิดชอบเดียว ลูกค้าจะมีผู้ติดต่อรายเดียว ระดับการให้บริการที่ตกลงกันไว้เพียงชุดเดียว และความรับผิดชอบที่อยู่ในจุดเดียวกันทั้งหมด ไม่ต้องจัดการกับผู้ให้บริการหลายรายพร้อมกันอีกต่อไป

วิสัยทัศน์ 25 ปีบน 3 รากฐาน

UIH ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นนิยามตัวเองใหม่ในวันนี้ แต่วิสัยทัศน์ที่ขับเคลื่อนองค์กรมากว่า 25 ปี ยังคงยืนอยู่บน 3 รากฐานเดิมที่แข็งแกร่ง

  • ความไว้วางใจ UIH ให้บริการองค์กรมาตลอดด้วยความซื่อตรงและโปร่งใส ไม่มีวาระซ่อนเร้นในการทำธุรกิจ
  • การให้บริการเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด ตั้งแต่วันแรก UIH สร้างตัวเองมาบนพื้นฐานของการเป็นบริษัทที่ลูกค้านึกถึงเป็นอันดับแรกเมื่อพูดถึงการบริการ
  • การเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นระบบเครือข่าย, โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ หรือระบบรักษาความปลอดภัย ทั้งหมดนี้คือแกนหลักของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลสำหรับองค์กรทุกขนาด UIH มองตัวเองว่าเป็นผู้ที่ช่วยให้ลูกค้าเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในยุคดิจิทัลได้จริง ไม่ใช่แค่ผู้ขายโครงสร้างพื้นฐาน

สั่งงานด้วยภาษาธุรกิจ ปิดช่องว่างระหว่างไอทีกับธุรกิจ

หนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจที่สุดคือเรื่อง การสั่งงานด้วยเจตนา ซึ่งคุณเบญจในฐานะผู้บริหารที่มาจากสายที่ไม่ใช่เทคนิคโดยตรง มองเห็นช่องว่างนี้ได้ชัดเจนมาก

ปัญหาเดิมที่เกิดขึ้นซ้ำๆ คือธุรกิจและไอทีพูดคนละภาษากัน เวลาองค์กรอยากใช้บริการไอที ฝ่ายธุรกิจต้องพยายามแปลโจทย์ของตัวเองออกมาเป็นภาษาเทคนิค เช่น ต้องการเครื่องเสมือนกี่เครื่อง, ไฟร์วอลล์กี่ชั้น, หรือแบนด์วิดธ์เท่าไหร่ ซึ่งในความเป็นจริงคนส่วนใหญ่ไม่รู้และไม่ควรต้องรู้สิ่งเหล่านี้

สิ่งที่ Helix ต้องการทำคือพลิกกระบวนการนี้กลับหัว ให้ลูกค้าสื่อสารโจทย์ในภาษาที่ตัวเองถนัด เช่น ต้องการจัดประชุมออนไลน์กับตัวแทนประกัน 5,000 คนทั่วประเทศพร้อมกัน พร้อมฉายวิดีโอและถามตอบแบบทันที แล้ว UIH จะรับหน้าที่แปลโจทย์นั้นไปเป็นการตั้งค่าโครงสร้างพื้นฐานและระบบรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมทั้งหมด

เพื่อให้แนวคิดนี้เป็นจริง UIH กำลังเริ่มรวบรวมองค์ความรู้และประสบการณ์จากการทำงานร่วมกับลูกค้าทุกรายว่า ธุรกิจประเภทนี้มีความต้องการแบบนี้ หมายความว่าอะไรในเชิงโครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัย เพื่อสร้างแม่แบบการตั้งค่าสำเร็จรูปขึ้น และในอนาคตจะรองรับการสั่งงานด้วยภาษาของมนุษย์ได้โดยตรง

เป้าหมายสุดท้ายคือการที่ เทคโนโลยีช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ ไม่ใช่เป็นตัวขัดขวาง ความยุ่งยากของเทคโนโลยีไม่ควรเป็นเหตุผลที่ทำให้ธุรกิจก้าวต่อไปไม่ได้

พิสูจน์แล้วจากในบ้าน ก่อนส่งต่อให้ลูกค้า

สิ่งที่ทำให้ Helix น่าเชื่อถือมากกว่าแนวคิดบนกระดาษทั่วไป คือ UIH ได้ทดลองใช้รูปแบบการดำเนินงานนี้กับตัวเองก่อน แล้วนำบทเรียนที่ได้มาพัฒนาต่อ ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วมีดังนี้

ความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กำแพงระหว่างทีมเครือข่าย, โครงสร้างพื้นฐาน, ความปลอดภัย และแอปพลิเคชัน ที่เดิมต้องผ่านการประชุมหลายรอบ ถูกทดแทนด้วยการตั้งค่าล่วงหน้าและการควบคุมจากศูนย์กลาง ทำให้ความเร็วในการแก้ปัญหาและการจัดสรรทรัพยากรให้ลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

การจัดสรรทรัพยากรอัตโนมัติในหลักนาที ในอดีตกระบวนการปรับแบนด์วิดธ์ขึ้นหรือลง ต้องผ่านการส่งคำสั่ง, รอการอนุมัติ, และดำเนินการ ซึ่งอาจใช้เวลาเป็นวัน บางกรณียังต้องมีการเตรียมตัวหลายรอบ วันนี้ด้วยระบบอัตโนมัติที่อยู่เบื้องหลัง กระบวนการเดียวกันนี้เสร็จสิ้นได้ในหลักนาที

การสแกนการปฏิบัติตามมาตรฐานครอบคลุมทั้งระบบ UIH สามารถตรวจสอบระบบนิเวศทั้งหมดได้แบบทันที เพื่อตรวจจับจุดที่ยังติดปัญหาด้านการปฏิบัติตามมาตรฐาน ทำให้สามารถดำเนินการแก้ไขได้ทันที และครอบมาตรฐานความปลอดภัยทับซ้อนไปได้ทุกชั้น

ต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของลดลงจริง การรวมศูนย์การจัดการโครงสร้างพื้นฐานพิสูจน์แล้วว่าสามารถปรับปรุงต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของได้จริง มีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น มีคุณค่าที่สร้างได้จากการเริ่มรวมศูนย์ และมีกระบวนการภายในที่ถูกตัดทิ้งได้หลายอย่าง ทั้งหมดนี้คือบทเรียนที่ได้จากการเริ่มทำ Helix ด้วยตัวเอง

ปัญญาประดิษฐ์ในแพลตฟอร์ม ช่วยให้คนทำงานได้ดีขึ้น ไม่ใช่แทนที่คน

คุณเบญจอธิบายว่า ปัญญาประดิษฐ์ที่ฝังอยู่ใน Helix ไม่ได้มีเพื่อแทนที่ทีมให้บริการหรือจุดติดต่อที่ลูกค้าคุ้นเคย แต่มีเพื่อช่วยให้ทีมสามารถส่งมอบการบริการด้วยมาตรฐานเดียวกันทุกราย ครอบคลุมทุกการให้บริการ

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ดูแลการวิเคราะห์ข้อมูล การตรวจสอบระบบ และระบบอัตโนมัติหลังบ้านได้ ทีมให้บริการก็มีเวลาและพลังงานที่จะโฟกัสกับลูกค้าได้เต็มที่มากขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลากับงานซ้ำซากที่ระบบทำแทนได้ ข้อมูลทุกอย่างถูกดึงมาจากแหล่งข้อมูลกลางที่เชื่อถือได้แหล่งเดียว ทำให้ไม่มีข้อกังขาว่าข้อมูลที่เห็นถูกหรือผิด เพราะทั้งลูกค้าและทีม UIH เห็นภาพเดียวกันแบบทันที

ฟีเจอร์ของ Helix ครอบคลุมตั้งแต่ การตรวจสอบระบบ, การปรับให้เหมาะสม, การบริหารค่าใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับควบคุมต้นทุนไอทีไม่ให้บานปลาย, การจัดการคำร้องขอและการสนับสนุนหลังการขาย ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นภาพเดียวกัน, การตรวจสอบความปลอดภัย ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

ถึงเวลาที่องค์กรไทยต้องควบคุมระบบของตัวเองกลับมา

คุณเบญจทิ้งท้ายด้วย 3 ข้อความที่ส่งตรงถึงผู้บริหารทุกคนในห้อง ซึ่งสะท้อนภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมในขณะนี้

  1. ความซับซ้อนของระบบนิเวศไอทีไม่ใช่เรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกองค์กรมีทางเลือกที่จะทำให้ระบบของตัวเองง่ายขึ้นได้เสมอ ความซับซ้อนเป็นเรื่องที่เลือกจัดการได้ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องทน
  2. นี่คือเวลาที่ต้องควบคุมสถาปัตยกรรมระบบของตัวเองกลับมา การมองเห็นและควบคุมระบบนิเวศของตัวเองได้เต็มที่คือสิ่งสำคัญ การเลือกพาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยีควรมีทางเลือกเสมอ และการผูกขาดโดยผู้ให้บริการรายเดียวได้กลายเป็นความเสี่ยงระดับองค์กรที่ไม่ควรมองข้าม
  3. แบ่งบทบาทให้ชัดเจน แล้วโฟกัสในสิ่งที่ตัวเองเก่ง การเป็นพาร์ทเนอร์กับ UIH คือการที่ลูกค้ารันธุรกิจและสร้างคุณค่าในสิ่งที่ตัวเองถนัด ขณะที่ UIH ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักเบื้องหลัง เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้โดยไม่สะดุด ไม่ต้องกังวลว่าจะมีบุคลากรเพียงพอไหม หรือจะมีคนดูแลตรงนี้ไหม เพราะ UIH ได้เตรียมทรัพยากร, แพลตฟอร์ม, กระบวนการ และเครื่องมือทั้งหมดไว้แล้ว

"หน้าที่ของ UIH คือเราต้องทำให้หลังบ้านของพี่ๆ ไม่มีปัญหา จนพี่ๆ ไม่รู้ว่ามีเราอยู่ นั่นคือเป้าหมาย เพราะแอปพลิเคชันของพี่ต้องทำงานได้อย่างราบรื่นที่สุด ธุรกิจของพี่ต้องไม่ถูกรบกวน"

UIH ดำเนินธุรกิจในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีมากว่า 25 ปี บน 3 วิสัยทัศน์หลักคือ ความไว้วางใจ, การให้บริการเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด และการเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง และงาน UIH DAY 2026 ครั้งนี้คือสัญญาณชัดที่สุดที่บอกว่า บริษัทที่เคยทำงานอยู่เบื้องหลังในฐานะโครงสร้างพื้นฐาน กำลังก้าวขึ้นมายืนเคียงข้างลูกค้าในฐานะ ผู้ให้บริการจัดการระบบยุคใหม่ที่พร้อมรับปัญญาประดิษฐ์ อย่างเต็มตัว

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

MIT ทดสอบ AI กับงานจริง 11,000 ชิ้น ผลคือยังเป็นแค่ 'เด็กฝึกงาน' ผ่านเกณฑ์แค่ 65%

คนทำงานออฟฟิศที่เคยลองใช้ AI ช่วยงาน อาจเคยรู้สึกหวั่น ๆ ว่าสักวันจะโดนแทนที่ แต่งานวิจัยล่าสุดจาก MIT บอกเราว่าตอนนี้ AI ยังทำงานได้แค่ระดับพอผ่านเท่านั้น ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนเด...

Responsive image

ทำไมผู้นำยุค AI ถึงเดิมพันกับคน มากกว่าการลดพนักงาน

เจาะลึกทำไมบริษัทระดับโลกในปี 2026 เลิกบ้าการลดคน แต่หันมาใช้ AI เสริมศักยภาพมนุษย์แทน พร้อมเผย 3 คัมภีร์ลัดสำหรับผู้นำที่ต้องการเปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจ...

Responsive image

ใครคือ Satoshi? เมื่อ New York Times เปิดหน้าสืบสวน พุ่งเป้า Adam Back คือบิดา Bitcoin ตัวจริง

NYT มั่นใจ! เจอตัว Satoshi Nakamoto แล้ว? เจาะลึกรายงานสืบสวนล่าสุดที่มุ่งเป้าไปที่ Adam Back ซีอีโอ Blockstream กับหลักฐานไทม์ไลน์ที่หายไปอย่างประจวบเหมาะ...