อนาคตของ AI ใครจะเป็นผู้นำ? สหรัฐฯ ยังเป็นผู้นำอย่างแข็งแกร่ง แต่ชาติอื่นกำลังเร่งไล่ตาม

การเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ทำให้การแข่งขันเพื่อความเป็นผู้นำในเทคโนโลยีนี้กำลังทวีความเข้มข้นขึ้น โดยสหรัฐอเมริกาในขณะนี้กำลังครองตำแหน่งผู้นำอย่างโดดเด่น แต่การพัฒนาก็ไม่ได้หยุดนิ่ง มีผู้เล่นรายอื่น ๆ กำลังเร่งพัฒนาตามมา จากข้อมูล CB Insights Tech Trends 2025 แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบของสหรัฐฯ ในหลายมิติ แต่ก็มีสถิติที่น่าสนใจซึ่งบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้จากการพัฒนาด้าน AI อย่างรวดเร็วของหลากหลายประเทศ

ผู้นำด้านเงินทุนจากทั่วโลก

สหรัฐอเมริกายืนหยัดในฐานะผู้นำตลาด AI โลกมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2024 สตาร์ทอัพด้าน AI ของอเมริกาได้รับเงินลงทุนคิดเป็น 71 เซนต์จากทุก ๆ 1 ดอลลาร์ที่ลงทุนทั่วโลก ซึ่งเป็นสถิติที่แสดงให้เห็นถึงการครอบครองตลาดของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน และเมื่อเทียบกับปี 2020 ที่สหรัฐฯ มีส่วนแบ่งบริษัทด้าน AI เพียง 61% เทียบกับ 71% ในปี 2024 ก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่าช่องว่างระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศอื่น ๆ นั้นกำลังขยายกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

และเมื่อพิจารณาถึงส่วนแบ่งการลงทุนในภูมิภาคอื่น ๆ จะเห็นได้ว่ายุโรปมีส่วนแบ่งเพียง 14% เอเชีย 13% และส่วนที่เหลือของโลกมีเพียง 3% ซึ่งเป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำของการลงทุนในเทคโนโลยี AI อย่างชัดเจน

ศูนย์รวมบุคลากรที่มีความสามารถ

นอกจากเรื่องเงินทุนแล้ว สหรัฐฯ ยังเป็นศูนย์รวมของบุคลากร AI ที่มีความสามารถสูง โดยมีบริษัท AI กว่า 40% ของโลกตั้งอยู่ในประเทศนี้ การรวมตัวของบุคลากรในลักษณะนี้ส่งผลให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ในขณะที่จีนตามมาในอันดับที่สองด้วยสัดส่วนบริษัท AI เพียง 9% และสหราชอาณาจักรมีสัดส่วน 7% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมากในด้านการกระจายตัวของบริษัท AI และความเชี่ยวชาญด้านนี้

การเติบโตอย่างรวดเร็วของชาติคู่แข่ง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสหรัฐฯ จะนำหน้าในหลายด้าน แต่จีนก็กำลังท้าทายความเป็นผู้นำในด้านโอเพนซอร์ส โดยโมเดล Qwen2 ของ Alibaba ได้ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งบนกระดานผู้นำ Hugging Face ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความสามารถของ LLM แบบโอเพนซอร์ส ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของจีนในด้านการพัฒนา AI อย่างเห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ บริษัทเทคโนโลยีของจีนยังลงทุนทั้งในการพัฒนาโมเดลของตนเองและสนับสนุนสตาร์ทอัพ AI ซึ่งเป็นการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งและส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่การแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ และจีนกำลังเข้มข้นขึ้น ก็มีประเทศอื่น ๆ ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในด้าน AI โดยมี 8 ประเทศที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของเงินทุนและบุคลากร AI ที่เร็วกว่าสหรัฐฯ ได้แก่ เบลเยียม, บราซิล, อิตาลี, ออสเตรเลีย, นอร์เวย์, อินเดีย, สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลีใต้ ตัวอย่างเช่น เบลเยียมมีการเติบโตของเงินทุน AI สูงถึง 571% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และบราซิลมีการเติบโต 471% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นศูนย์กลาง AI ที่สำคัญของภูมิภาคต่าง ๆ เหล่านี้ นอกจากนี้ ประเทศเหล่านี้ยังมีอัตราการเติบโตของจำนวนบุคลากรในบริษัท AI ที่สูงกว่าสหรัฐฯ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของภาคส่วนนี้ในประเทศเหล่านั้น

เมื่อ AI มีความสำคัญมากขึ้น ก็ส่งผลให้เกิดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเทคโนโลยีนี้ ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Nvidia ที่คาดการณ์ว่าการที่ประเทศต่าง ๆ พัฒนา Sovereign AI หรืออธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์ จะสร้างรายได้ให้บริษัทถึงหลักสิบล้านดอลลาร์ในปีนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งในการพัฒนา AI

แม้ว่าสหรัฐฯ จะยังคงเป็นผู้นำในการแข่งขัน AI ด้วยสถิติที่โดดเด่นในด้านเงินทุนและบุคลากร แต่ก็มีสัญญาณที่บ่งชี้ว่าการแข่งขันกำลังเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากจีนในด้านโอเพนซอร์ส และประเทศอื่น ๆ ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การจับตาดูการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการทำความเข้าใจภูมิทัศน์ AI ที่กำลังพัฒนาไปในอนาคต ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจในโลกเทคโนโลยีในอนาคตอันใกล้นี้

ข้อมูลจากรายงาน CB Insights Tech Trends 2025 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

AWS ประเทศไทย ประกาศทิศทางปี 2569 ดัน ‘Frontier Agent’ สู่ยุคพนักงาน AI เต็มรูปแบบ

AWS ประเทศไทยประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้าเร่ง Thailand Region ควบคู่กับการผลักดัน Frontier Agent เทคโนโลยี Agentic AI ที่ทำงานแทนมนุษย์ได้จริง พร้อมเปิดตัว Amazon Nova 2, Bed...

Responsive image

สรุปวิสัยทัศน์ Demis Hassabis อนาคต AI และหุ่นยนต์ DeepMind ปี 2026

เจาะลึกวิสัยทัศน์ Demis Hassabis เมื่อ AI กำลังจะมีร่างทำไม Robotics ถึงเป็นพรมแดนถัดไปที่จะเปลี่ยนโลก และหุ่นยนต์ยุคใหม่จะ "เข้าใจโลก" เหมือนมนุษย์ได้อย่างไรในอีก 3 ปีข้างหน้า...

Responsive image

ปิดฉากยุคเลขบัตร 16 หลัก! Visa ผนึกกำลัง Omise ร่วมกันผลักดันนวัตกรรม ‘Tokenisation’ เทคโนโลยีเบื้องหลังที่ลดการฉ้อโกงได้ถึง 58%

Visa และ Omise เปิดตัว Network Token ในไทย เทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ที่แปลงเลขบัตร 16 หลักเป็น Token ช่วยลดการทุจริตออนไลน์ได้ถึง 58% และเพิ่มโอกาสอนุมัติธุรกรรม พลิกโฉม E-Payment ส...