รู้จัก Physical AI เอไอยุคใหม่ที่ Jensen Huang กล่าวถึงคืออะไร ? มีประโยชน์อย่างไร ?

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน CES 2025 คือการที่ Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA ได้มีการพูดถึงยุคต่อไปของ AI นั่นก็คือ ‘Physical AI’ ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญยิ่งที่ AI กำลังจะเข้ามามีบทบาทในโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น 

ว่าแต่ Physical AI ที่ Jensen Huang กล่าวถึงคืออะไร ทำอะไรได้ และสำคัญอย่างไร ?

Physical AI คือ ?

Physical AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ หรือบางครั้งอาจถูกเรียนว่า Generative Physical AI เป็น AI ที่ผสานความสามารถของปัญญาประดิษฐ์เข้ากับข้อมูลแห่งโลกความเป็นจริง ช่วยให้ AI สามารถรับรู้ เข้าใจ ให้เหตุผลกับโลกทางกายภาพแบบเรียลไทม์ 

หรือกล่าวอีกมุมหนึ่งคือเป็น AI ที่ช่วยให้เครื่องจักรอัตโนมัติ เช่น หุ่นยนต์ หรือรถยนต์ไร้คนขับ สามารถทำงานบนโลกความเป็นจริงอันแสนซับซ้อนนี้ได้

Physical AI ทำงานอย่างไร

อย่างที่กล่าวไปว่า Physical AI อาศัยการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ ร่วมกับข้อมูลแห่งโลกความเป็นจริง หากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ทำงานโดยใช้ข้อมูลมหาศาลที่ถูกฝึกฝนมาจากโลกอินเทอร์เน็ต Physical AI ก็จะต้องเรียนรู้โครงสร้างพื้นฐานของโลกทางกายภาพ วัตถุ ไปจนถึงพฤติกรรมต่างๆ เพื่อให้ทำงานได้คล้ายกับมนุษย์นั่นเอง

โดยข้อมูลที่ใช้ฝึก Physical AI มาจากหลายแหล่ง ยกตัวอย่างเช่น การสร้างแบบจำลองของพื้นที่บนโลกใบนี้ขึ้นมาโดยอ้างอิงตามหลักฟิสิกส์จริง เช่น การสร้างโรงงานจำลองด้วยคอมพิวเตอร์เหมือนกับสร้างเกม แล้วใส่เซ็นเซอร์เสมือนกับหุ่นยนต์เสมือนลงไป จากนั้นก็จำลองเหตุการณ์ต่างๆ เหมือนที่เกิดขึ้นจริงในโรงงาน 

เช่น ให้หุ่นยนต์ขยับไปมา เซ็นเซอร์พวกนี้ก็จะบันทึกทุกอย่างที่เกิดขึ้นไว้ รวมถึงพวกการเคลื่อนที่ของวัตถุ การชนกัน หรือแม้แต่แสงตกกระทบในโรงงานจำลองด้วย ทั้งหมดนี้เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ถูกฝึกมานั้นจะทำให้ Physical AI สามารถทำงานบนโลกจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

อีกวิธีหนึ่งคือ การใช้เซ็นเซอร์ (เช่น เซ็นเซอร์อุณหภูมิ เรเดาร์ ไลดาร์ อินฟราเรด) รวมถึงกล้อง และไมโครโฟน เพื่อบันทึกคุณสมบัติเชิงพื้นที่ เชิงเวลา และเชิงวัตถุ จากนั้นนำไปเข้ากระบวนการแปลงข้อมูล เพื่อประมวลผลให้เป็นภาพเดียวกัน 


Physical AI เอาไปใช้ทำอะไร

จุดประสงค์ของ Physical AI คือการนำพลังของ AI มาใช้กับเครื่องจักรต่างๆ บนโลกความเป็นจริง เช่น การนำไปใช้กับหุ่นยนต์ที่สามารถเดิน คิด ตัดสินใจได้เอง ซึ่งจะเป็นอนาคตของแรงงานรูปแบบใหม่อย่างในปัจจุบันที่ Tesla มีการเปิดตัว และทดลองใช้งานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Optimus ภายในโรงงานรถยนต์แล้ว

ประโยชน์อีกรูปแบบหนึ่งคือ การนำมาเป็นผู้ช่วยในงานบางอย่างที่มีมนุษบ์มีข้อจำกัด ยกตัวอย่างเช่น สมมติคุณเป็นช่างดูแลกังหันลมหรือแผงโซลาร์เซลล์ ปกติต้องคอยตรวจเช็คตามตารางเวลา หรือไม่ก็รอจนกว่ามันจะพังก่อนถึงจะซ่อม ซึ่งอาจทำให้เสียเวลาซ่อมโดยใช่เหตุ หรือเกิดปัญหากะทันหันที่ไม่ได้เตรียมตัวไว้ก่อน 

แต่ถ้าใช้ Physical AI มันจะช่วยตรวจสอบข้อมูลจากเซ็นเซอร์ต่างๆ ในแผงหรือกังหันแบบเรียลไทม์ แล้วคาดการณ์ล่วงหน้าได้เลยว่าส่วนไหนใกล้จะพัง ทำให้คุณซ่อมบำรุงได้ถูกจุดและตรงเวลา ลดเวลาที่ระบบหยุดทำงาน แถมยังช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ได้อีกด้วย

ตัวอย่างการนำ Physical AI ไปใช้

หุ่นยนต์

เช่น หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติในคลังสินค้าที่สามารถเคลื่อนที่ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน เดินหลบสิ่งกีดขวางได้ราวกับมนุษย์ รวมไปถึงหุ่นยนต์ผ่าตัด และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่สามารถรับรู้ เข้าใจ และโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้ในทุกๆ งานที่ถูกมอบหมาย

ยานยนต์ไร้คนขับ 

ที่จะทำการเก็บข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์รอบตัวรถ เพื่อนำมาประมวลผลถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนท้องถนนแบบเรียลไทม์ เพื่อให้รถยนต์สามารถตัดสินใจการขับขี่ด้วยตนเองโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีมนุษย์ควบคุม

พื้นที่อัจฉริยะ

หรือพื้นที่ที่ใช้เทคโนโลยีต่างๆ ทั้งเซ็นเซอร์ กล้องวรจรปิด และ AI เพื่อทำให้พื้นที่เหล่านั้นสามารถทำงานได้เองอัตโนมัติ เช่น โรงงานหรือคลังสินค้าขนาดใหญ่ที่มีคน รถยก และหุ่นยนต์ วิ่งกันขวักไขว่ Physical AI จะใช้กล้องวงจรปิดและระบบคอมพิวเตอร์วิเคราะห์ภาพขั้นสูง ช่วยวางแผนเส้นทางการเคลื่อนที่ของทุกอย่างในโรงงานได้แบบเรียลไทม์ ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยด้วย เพราะระบบจะเข้าใจสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนในโรงงาน และสามารถแจ้งเตือนหรือป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้


อ้างอิง : NVIDIA, arcetypeai

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

3 เทรนด์ชี้ชะตาธุรกิจโลก: สรุปเวที Summer Davos (AI - พลังงาน - ยุทธศาสตร์จีน) | Tech for Biz EP.62

สรุป Summer Davos Techsauce สรุปประเด็นร้อนที่ส่งตรงจาก Congress Hall ใน Dalian กับ 3 จุดเปลี่ยนที่ธุรกิจไทยต้องรีบปรับตัว...

Responsive image

ไทยเจ้าภาพงาน IMF-World Bank Group Annual Meetings ครั้งที่ 2 ในรอบ 35 ปี ด้วยงบ 2,800 ล้าน เราตั้งเป้าเอาอะไรเข้าบ้าน

โอกาสของไทยในฐานะเจ้าภาพ "โอลิมปิกการเงินโลก" (IMF-World Bank 2026) ครั้งที่ 2 ในรอบ 35 ปี ถอดบทเรียนจาก 3 ประเทศเจ้าภาพ งานจบแล้วเราจะได้อะไร?...

Responsive image

สัมภาษณ์พิเศษ ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ไขทุกคำถามเรื่องกลไกร่วมทุนสตาร์ทอัพของ NIA

Techsauce เคยรายงานข่าวไปแล้วว่า NIA สามารถลงทุนในสตาร์ทอัพได้ วันนี้เราพา ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA มาอธิบายรายละเอียดแบบเต็ม ๆ ว่ากลไกใหม่นี้ทำงานอย่างไร...