Real Estate-Backed ICO คืออะไร ต่างจากคริปโท หุ้น หรือ REITs อย่างไร? โดย XSpring Digital

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเป็นกระแสแรงมากไม่เพียงแต่นักลงทุนรุ่นใหม่เท่านั้น นักลงทุนรายใหญ่ หรือนักลงทุนสถาบันและองค์กรต่างสนใจเข้ามาลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกันมากขึ้น แต่รู้หรือไม่ ช่องทางลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นมีมากกว่าการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี และหนึ่งในช่องทางที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือโทเคนดิจิทัล (Digital Token) 

ล่าสุด บริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด เผยข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับการลงทุนในโทเคนดิจิทัลที่อ้างอิงหรือมีกระแสรายรับจากอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate-Backed ICO) ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ REITs ตรงที่ทรัพย์ทรัพย์อ้างอิงเกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ แต่มีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนและสัญญาอัจฉริยะเข้ามาใช้จึงมีความปลอดภัยสูง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และซื้อขายเปลี่ยนมือได้ตลอดเวลาตามเงื่อนไขที่กำหนดโดยศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล

คุณอัฎฐ์ ทองใหญ่ อัศวานันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด กล่าวว่า เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล เป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลในประเทศไทย (ICO Portal) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (...) โดยมีความเชี่ยวชาญด้านการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนดิจิทัล 

ขณะนี้เราอยู่ในขั้นตอนการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อสำนักงาน ..เพื่อขออนุมัติการออกเสนอขาย ‘โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน สิริ ฮับ  (SIRIHUB Token)’ ซึ่งเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่มีอสังหาริมทรัพย์อ้างอิง ซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นมีกระแสรายรับเข้ามาอย่างสม่ำเสมอและมีกลไกการบริหารจัดการที่โปร่งใสและปลอดภัยเพื่อนำมาจัดสรรผลประโยชน์ให้แก่ผู้ถือโทเคนตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน 


คุณอัฎฐ์ ทองใหญ่ อัศวานันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด กล่าวว่า “ ช่วงนี้กระแสการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นที่สนใจอย่างมากในประเทศไทย  สำหรับการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในต่างประเทศ  แต่ยังถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับเมืองไทย โทเคนดิจิทัลในปัจจุบันมีหลายประเภท แต่ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและอาจมีผลตอบแทนคือ โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) 

 โดยโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่อ้างอิงทรัพย์สินจะมีอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สินอ้างอิงหรืออ้างอิงกระแสรายรับจากโครงการอสังหาริมทรัพย์(Asset-backed) ซึ่งสินทรัพย์ที่อ้างอิงนั้นอาจเป็น 

(1) อสังหาริมทรัพย์ 

(2) หุ้นของบริษัทที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ไม่น้อยกว่า 75% ของสิทธิออกเสียงของ บริษัทนั้น 

(3) สิทธิการเช่าในอสังหาริมทรัพย์นั้น โดยอสังหาริมทรัพย์ที่อ้างอิงต้องสร้างแล้วเสร็จ 100% และเป็นการลงทุนที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าโครงการ หรือไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งทรัพย์สินนั้นจะมี ทรัสตี (Trustee) ดูแลเก็บรักษาทรัพย์สินและติดตามการจัดการทรัพย์สินให้เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนเพื่อให้ผู้ถือโทเคนได้รับสิทธิตามที่ระบุในหนังสือชี้ชวน”

“หนึ่งในทรัพย์สินที่น่าเชื่อถือในการออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนมากที่สุดก็คืออสังหาริมทรัพย์และเราเรียกว่าโทเคนดิจิทัลที่มีอสังหาริมทรัพย์หรือกระแสรายรับจากอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สินอ้างอิงว่า Real Estate-backed ICO ซึ่งโทเคนประเภทนี้เป็นที่นิยมมากในต่างประเทศ โดยมีตัวอย่างที่โด่งดังคือการแปลงมูลค่าของโรงแรมหรู เดอะเซนต์รีจิส แอสเพน รีสอร์ท  (The St. Regis Aspen Resort) ในรัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐฯ และเสนอขายในรูปแบบโทเคนชื่อว่า แอสเพนคอยน์ (Aspen Coin) จนประสบความสำเร็จอย่างมากซึ่งระดมทุนจากผู้ซื้อโทเคนได้มากถึง 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 550 ล้านบาท) โดยผู้ซื้อโทเคนแอสเพนคอยน์จะรู้สึกสบายใจกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีอยู่จริง จับต้องได้ ไม่ใช่แค่ตัวเลขดิจิทัล และยังได้รับส่วนแบ่งผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจของโรงแรมแห่งนี้” คุณอัฎฐ์ อธิบาย

เมื่อมองถึงหลักการลงทุนใน Real Estate-backed ICO จะมีความคล้ายคลึงกับทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) แต่ความแตกต่างกันคือกอง REITs จะเป็นการมอบเงินของเราให้ผู้ดูแลทรัสต์หรือทรัสตีนำไปลงทุนในธุรกิจที่ทำข้อตกลงกันไว้ อาจจะมีการซื้อ ขาย เช่า ตามแต่ผู้จัดการกองทรัสต์จะดำเนินการ 

เมื่อเกิดดอกออกผลเราจะได้รับส่วนแบ่งผลกำไรจากการลงทุนนั้นซึ่งมีลักษณะเป็น Active Trust ในขณะที่ Real Estate-backed ICO คือการลงทุนในทรัพย์สินที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในหนังสือชี้ชวน โดยทรัสตีมีหน้าที่ติดตามดูแลการบริหารจัดการทรัพย์สินของผู้ออกโทเคนดิจิทัลให้เป็นไปตามที่กำหนดในหนังสือชี้ชวนเท่านั้น ซึ่งมีลักษณะเป็น Passive Trust

หรือหากจะเปรียบเทียบระหว่างโทเคนดิจิทัลกับเงินคริปโท (Cryptocurrency) การลงทุนกับคอยน์หรือเงินคริปโทเคอร์เรนซีสกุลต่าง ๆ ก็คล้ายกับการซื้อขายสกุลเงินตามปกติ ซึ่งมีราคาขึ้นลงตามความผันผวนในตลาดคริปโท และมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบถึงค่าเงินสกุลนั้นๆ มากมาย 

ส่วนการลงทุนในโทเคนดิจิทัลอาจเปรียบได้กับการลงทุนในหลักทรัพย์บางประเภท ซึ่งผู้ถือโทเคนดิจิทัลจะได้รับผลตอบแทนจากส่วนแบ่งรายได้ตามอัตราที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน นอกจากนี้ ผู้ถือโทเคนยังสามารถซื้อขายโทเคนดังกล่าวในตลาดรองซึ่งอาจได้กำไรจากส่วนต่างของราคาซื้อขาย โดยราคาโทเคนจะขึ้นลงตามราคาตลาด (market price)

อย่างไรก็ตาม การซื้อขายโทเคนดิจิทัลทำได้ง่ายกว่าการซื้อขายหุ้น เพราะสามารถทำผ่านแอปพลิเคชันได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องรอให้ตลาดเปิด อีกทั้งการเปิดพอร์ตและ wallet สำหรับเก็บโทเคนก็สามารถทำผ่านแอปพลิเคชันด้วยตนเองได้เช่นกัน 

อย่างไรก็ตามแม้จะลงทะเบียนได้ง่าย แต่ต้องผ่านขั้นตอน KYC  หรือ Know Your Customer สำหรับการยืนยันตัวตนของลูกค้า เพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน การติดสินบน หรือคดีทุจริตใดๆ องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้การซื้อขายโทเคนดิจิทัลสะดวก ปลอดภัย แทบไม่มีข้อจำกัดใด ๆ เลย และทำให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียมกัน

นอกจากนี้ โทเคนของบางบริษัทยังสามารถกำหนดเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ที่มากกว่าส่วนแบ่งรายได้ให้แก่ผู้ถือโทเคน อาทิ สิทธิการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่ออกโทเคนได้บางส่วน หรือประโยชน์ใช้สอยอื่น ๆ ซึ่งทำให้ผู้ถือโทเคนได้รับประโยชน์ที่จับต้องได้จริงจากทรัพย์สิน มากกว่าแค่การถือครองมูลค่าในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลไว้เท่านั้น 

โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะโทเคนที่มีอสังหาริมทรัพย์หรือกระแสรายรับจากอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สินอ้างอิง จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางการลงทุนที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะนักลงทุนหน้าใหม่หรือประชาชนทั่วไปที่อาจไม่มีเงินทุนเริ่มต้นมากนัก สามารถเลือกลงทุนกับโทเคนดิจิทัลขององค์กรธุรกิจที่มั่นคงและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี ซึ่งมีการอ้างอิงทรัพย์สินที่ชัดเจนมากกว่าการลงทุนในคริปโทสกุลเงินต่าง ๆ ที่มีความผันผวนและมีความเสี่ยงสูง 

นอกจากนี้ การซื้อขายโทเคนดิจิทัลในประเทศไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อคุ้มครองนักลงทุนให้สามารถลงทุนในโทเคนดิจิทัลได้อย่างชัดเจน โปร่งใส และถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน เพื่อให้นักลงทุนหน้าใหม่มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยจากการถูกฉ้อโกง

คุณอัฎฐ์ ทองใหญ่ อัศวานันท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในอนาคตอันใกล้ เราจะสามารถแปลงมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ทั้งโรงแรม บ้าน คอนโด หรือแม้กระทั่งที่ดินที่มีมูลค่าสูงถึงหลักพันล้าน ให้เป็นโทเคนดิจิทัลและเปิดให้นักลงทุนทุกระดับเข้ามาลงทุนร่วมกันได้ ซึ่งจะเอื้อให้นักลงทุนรายย่อยที่มีเงินลงทุนจำกัดก็สามารถเป็นเจ้าของร่วมในอสังหาริมทรัพย์ราคาหลายพันล้านบาทได้ โดยนักลงทุนจะได้รับผลประโยชน์จากการถือครองโทเคนนั้น  ตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน 

ซึ่งอาจเป็นผลตอบแทนจากส่วนแบ่งรายได้ค่าเช่า หรือจากการขายอสังหาริมทรัพย์นั้น  และนักลงทุนยังสามารถนำโทเคนนั้นไปซื้อขายผ่านตลาดรองที่รองรับการซื้อโทเคนนั้นได้อีกด้วย โดยหลักการแล้วจึงแทบไม่ต่างจากการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ เพียงแค่ย้ายกระบวนการทุกอย่างมาทำบนเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ง่าย สะดวก และปลอดภัยสูง” 

ผู้ที่สนใจลงทุนในโทเคนดิจิทัล สามารถติดตามข่าวสารแวดวงสินทรัพย์ดิจิทัลและโทเคนดิจิทัล ได้ที่ : https://xspringdigital.com หรือ https://www.facebook.com/XSpringDigital


 

เกี่ยวกับ XSpring Digital (เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล)

บริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด (XSpring Digital) ซึ่งเดิมชื่อบริษัท เอสอี ดิจิทัล จำกัด (SE Digital) ก่อตั้งขึ้นในปี 2561 เป็นบริษัทในเครือ บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเดิมชื่อบริษัท หลักทรัพย์ ซีมิโก้ จำกัด (มหาชน) โดยเป็นบริษัทให้คำปรึกษาด้านการเงินชั้นนำของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนดิจิทัล บริษัทมุ่งมั่นนำเสนอโอกาสในการเข้าถึงการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านบริการจองซื้อโทเคนบนอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก

XSpring Digital ขยายบริการวาณิชธนกิจรูปแบบเดิมด้วยการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อปลดล็อกประสิทธิภาพการทำงานแบบอัตโนมัติผ่านการใช้สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้โทเคนดิจิทัลชั้นนำในตลาดของเราสามารถเชื่อมโยงผู้ที่ต้องการระดมทุนกับนักลงทุนได้อย่างสอดคล้องและตอบโจทย์ความต้องการของทุกฝ่าย

XSpring Digital เป็น ICO Portal ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อประกอบธุรกิจเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล*ในประเทศไทย และถือเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการระดมทุนผ่านการเสนอขายโทเคนดิจิทัลระดับภูมิภาค


RELATED ARTICLE

Responsive image

เทียบ CARRO vs. Carsome ศึกยูนิคอร์นแพลตฟอร์มรถยนต์มือสองแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับผู้เล่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นอย่าง CARRO และ Carsome ที่ได้รับความนิยมและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ด้วยส่วนแบ่งตลาดรถยนต์มือสองอย่างสูสี ...

Responsive image

Cloud กับ Security เราจะปกป้องและกู้คืนข้อมูลเมื่อถูกโจมตีได้อย่างไร?

เทคโนโลยี Cloud เข้ามามีบทบาทกับโลกธุรกิจเป็นอย่างมาก ประเด็นที่ตามมาคือเรื่องของความปลอดภัย การปกป้องและกู้คืนข้อมูล แล้วองค์กรจะต้องทำอย่างไร พูดคุยกับ คุณฐปนรรฆ์ ชาติสิทธิสิทธิ์...

Responsive image

Cultural Technology เทคโนโลยีที่ SM Entertainment สร้างขึ้นเพื่อปฏิวัติวงการ K-Pop

เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท SM Entertainment ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ได้ร่วมมือกับสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงของเกาหลี (KAIST) เพื่อหยิบเอาเทคโนโลยีมาผลิตคอนเทนต์บันเทิง...