องค์กรแห่งหนึ่งกำลังจะยกเลิกแผนขยายธุรกิจ เพราะเชื่อว่า"หาคนตรงสายงานไม่ได้" จนกระทั่งทดลองนำข้อมูลบุคลากรมาวิเคราะห์เชิงลึก แล้วพบว่า ตำแหน่งที่กำลังจะเปิดรับสมัครจากภายนอก มีพนักงานในองค์กรที่ทำได้อยู่แล้วถึง 40% ปัญหาสุดคลาสสิกขององค์กรยุคนี้จึงไม่ใช่การขาดแคลนคน แต่คือการ "มองไม่เห็น" ทักษะที่ซ่อนอยู่ภายใน
ดร.ฤทัยรัตน์ พรตปกรณ์ Country Manager บริษัท Workday ประเทศไทย ชี้ว่า โจทย์บริหารคนวันนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง ซึ่งแนวคิด "Skills-First Organization" เป็นแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังการที่ Workday ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มบริหารทุนมนุษย์ (Human Capital Management หรือ HCM) ระดับโลก ประกาศความร่วมมือกับ Fusion Solution ผู้ให้บริการโซลูชันองค์กรของไทย เพื่อขยายตลาดเทคโนโลยีด้านทรัพยากรบุคคล (HR Technology) ในประเทศไทย
ความร่วมมือครั้งนี้ทำให้ Fusion Solution นำโซลูชันของ Workday เข้ามาเป็นหนึ่งในสินค้าหลักที่ให้บริการแก่องค์กรไทย ตั้งแต่การวางระบบไปจนถึงการดูแลหลังเปิดใช้งาน โดยมี คุณธนธรณ์ ชูชาติพงษ์ Head of HR Technology บริษัท ฟิวชั่น โซลูชั่น จำกัด เป็นผู้ดูแลสายงานนี้
ก่อนจะไปถึงรายละเอียดของความร่วมมือ ดร.ฤทัยรัตน์ ปูพื้นให้เห็นก่อนว่าธุรกิจหลักของ Workday คือการบริหารทุนมนุษย์ ซึ่งครอบคลุมวงจรชีวิตพนักงาน (Employee Life Cycle) ทั้งหมด ตั้งแต่การวางแผนกำลังคนและประกาศรับสมัครงาน การรับพนักงานเข้าทำงาน (Onboarding) การเติบโตในสายอาชีพภายในองค์กร การบริหารคนเก่ง (Talent Optimization) ค่าตอบแทนและค่าใช้จ่าย การขาดลามาสาย ไปจนถึงการเรียนรู้และการพ้นสภาพพนักงาน
Workday ก่อตั้งขึ้นในปี 2005 โดย Dave Duffield และ Aneel Bhusri สองผู้บริหารจาก PeopleSoft หลังบริษัทถูก Oracle เข้าซื้อกิจการ และปัจจุบัน Aneel Bhusri กลับมาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Workday อีกครั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026
ด้านคู่ความร่วมมือครั้งนี้อย่าง Fusion Solution ก่อตั้งมาราว 20 ปีเช่นกัน เริ่มต้นจากการรับพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Development) และทำผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Microsoft เป็นหลัก ก่อนสะสมความรู้และความเชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคลมาอย่างต่อเนื่อง จนมาร่วมเป็นพันธมิตรกับ Workday ในปีนี้ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่โจทย์เรื่องคนขององค์กรทั่วโลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
จาก The Great Resignation สู่โจทย์ใหม่ที่ชื่อว่า 'ทำงานร่วมกับ AI'ย้อนกลับไป 2 ถึง 3 ปีก่อน ดร.ฤทัยรัตน์ ชี้ว่าสิ่งที่ทุกคนพูดถึงคือ The Great Resignation หรือปรากฏการณ์ลาออกครั้งใหญ่หลังยุคโควิด ที่คนเริ่มออกไปตามหาสิ่งที่ตัวเองอยากทำจริงๆ แต่ภาพวันนี้เปลี่ยนไป เมื่อพนักงานกลับเข้าออฟฟิศและองค์กรต้องการให้เกิดการทำงานร่วมกันมากขึ้น
สิ่งที่เปลี่ยนไปจริงๆ คือการเข้ามาของ AI และคำถามว่าทำอย่างไรคนถึงจะอยู่ร่วมและทำงานกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ภูมิทัศน์ของงานทรัพยากรบุคคลตอนนี้ไปอยู่ที่เรื่องความสามารถ (Talent) ความคล่องตัวในการตัดสินใจ (Decision Agility) และทักษะ (Skills)
"การที่เราทำงานในตำแหน่งของเรา ไม่ได้หมายความว่าสกิลที่เรามีอยู่ นอกเหนือจากส่วนที่อยู่ใน Job Description ของเรา มันจะไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้" ดร.ฤทัยรัตน์ ระบุ พร้อมย้ำว่าโจทย์ขององค์กรคือการดึงทักษะของคนที่มีอยู่แล้วออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะท้ายที่สุด คนยังคงเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดขององค์กร
องค์กรที่ทำเรื่องนี้ได้ดีมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือมีข้อมูลแบบเรียลไทม์ และรู้ว่าคนของตัวเองมีทักษะอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง หรือพูดอีกอย่างคือมีบัญชีรายการทักษะ หรือ Skills Inventory ขององค์กร
เครื่องมือที่ทำหน้าที่นี้คือ Workday Skills Cloud ซึ่งทำหน้าที่เป็นคลังทักษะขององค์กร ทำให้เห็นว่าพนักงานแต่ละคนมีทักษะอะไรบ้าง ทั้งที่ตรงและไม่ตรงกับงานประจำ และสามารถนำมาจัดเป็นระบบรับงานภายในองค์กรแบบ Economy เมื่อมีโครงการใหม่เกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น เมื่อมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI พนักงานที่สนใจสามารถแสดงความจำนงเข้าร่วมได้ ซึ่งเป็นการเปิดเผยทักษะของตัวเองออกมาไปในตัว และส่งผลต่อไปยังการประเมินผลงานและเส้นทางเติบโตในองค์กรที่จะมีทางเลือกมากกว่าเดิม
ในทางกลับกัน สิ่งที่หลายองค์กรลงมือทำแล้วไม่ได้ผล มักไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ แต่เกิดจากข้อจำกัดด้านทรัพยากร ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือการประเมินผลการทำงาน หรือ Performance Review ปีละครั้ง
"การทำ Performance Review แค่ปีละครั้ง มันไม่ได้เป็นภาพสะท้อนของคนคนนั้นหรือองค์กรของเราได้อย่างดี แต่ว่าหลายๆ องค์กรเลือกที่จะทำอย่างนั้น เพราะการทำแต่ละครั้งยังใช้เวลาค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะใช้ Excel หรือเป็นกระบวนการแบบทำมือ" ดร.ฤทัยรัตน์ ระบุ
ทางออกที่ ดร.ฤทัยรัตน์ แนะนำมี 2 ชั้น ชั้นแรกคือขยับความถี่ของการประเมินให้เป็นรายไตรมาสหากทำได้ เพราะจะเห็นเส้นทางการเติบโตของแต่ละทีมและแต่ละคนเป็นช่วงๆ แทนที่จะเห็นแค่ภาพนิ่งปีละภาพ
ชั้นที่สองคือการฟังเสียงพนักงานระหว่างทาง ซึ่งเป็นหน้าที่ของฟีเจอร์ Employee Voice ที่ส่งคำถามสั้นๆ เชิงความรู้สึกไปถามพนักงานได้ถี่ถึงระดับรายสัปดาห์ ทำให้องค์กรเห็นเป็นHeat Map ว่าทีมไหนกำลังมีสัญญาณผิดปกติ และเมื่อนำสองชั้นนี้มาประกอบกัน องค์กรจะเห็นภาพความสามารถในการทำตามแผนได้ครบทุกระดับ ตั้งแต่ผู้บริหาร หัวหน้าทีม ไปจนถึงพนักงานระดับปฏิบัติการ
ทั้งหมดนี้จะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีเส้นเชื่อมกลับไปที่เป้าหมายใหญ่ ซึ่ง ดร.ฤทัยรัตน์ ย้ำว่าเป็นจุดที่สำคัญที่สุด นั่นคือ 'วิสัยทัศน์ขององค์กรกับสิ่งที่แต่ละทีมและแต่ละคนทำ ต้องเชื่อมโยงถึงกันได้'
ครั้งแรกกับ Agent System of Record: เมื่อ AI Agent กลายเป็น 'สมาชิกใหม่' ขององค์กรสมาชิกในองค์กรวันนี้ไม่ได้มีแค่คนอีกต่อไป Workday จึงเปิดให้ใช้งาน Agent System of Record ในปีนี้ ซึ่งเป็นแนวคิดการบริหาร AI Agent เหมือนที่องค์กรบริหารพนักงาน ดร.ฤทัยรัตน์ อธิบายว่าแทบทุกองค์กรมี Agent หรือแชตบอตใช้งานอยู่แล้ว แต่ไม่มีใครตอบได้ว่าแต่ละหน่วยงานมี Agent อยู่ตรงไหนบ้าง และมีความสามารถอะไร
สิ่งที่ Agent System of Record เข้ามาทำคือการเป็นชั้นกำกับดูแล (Governance Layer) ที่ทำให้เห็นภาพรวมของ Agent ทั้งองค์กร กำหนดสิทธิ์ได้ว่าแผนกไหนใช้ Agent ตัวใดได้บ้าง เช่น Self-Service Agent ที่ทุกคนในองค์กรใช้ได้ เทียบกับ Agent สำหรับงานเงินเดือนที่จำกัดเฉพาะผู้ดูแลงานนั้น และยังเปิดหรือปิดการใช้งาน Agent ได้เหมือนการรับพนักงานเข้าและให้พ้นสภาพ
หากขาดชั้นกำกับดูแลนี้ไป ดร.ฤทัยรัตน์ ระบุว่าองค์กรจะมี Agent จำนวนมากจนติดตามไม่ไหว เกิดงานซ้ำซ้อนเพราะแต่ละทีมลงแรงสร้างสิ่งเดียวกันโดยไม่รู้ตัว และที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องความปลอดภัย เพราะองค์กรไม่มีทางรู้ว่า Agent ที่นำเข้ามาใช้จะเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาดึงข้อมูลออกไปหรือไม่
เมื่อ Agent เข้ามาแบ่งเบางานมากขึ้น สิ่งที่หลายคนกังวลคือแล้วคนจะเหลืออะไรให้ทำ ซึ่ง ดร.ฤทัยรัตน์ ระบุว่าไม่ใช่การทดแทน แต่เป็นการเสริมกัน งานที่ต้องทำด้วยมือและน่าเบื่อสามารถให้ AI ช่วยได้ ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนเป็นจุดที่ความร่วมมือระหว่าง Workday และ Fusion Solution เข้าไปช่วยองค์กรได้โดยตรง
ซึ่งการจะพาองค์กรไทยไปถึงจุดนั้นได้ ลำพังเทคโนโลยีอย่างเดียวไม่พอ และนั่นคือที่มาของความร่วมมือครั้งนี้

สำหรับเหตุผลที่ Workday เลือกขยายตลาดไทยผ่านพันธมิตรในเวลานี้ ดร.ฤทัยรัตน์ ระบุว่า Workday ต้องการสร้างระบบนิเวศพันธมิตร (Partner Ecosystem) ที่แข็งแรงในไทย
"เรารู้อยู่แล้วว่า Solution ของเรามีความสามารถ สิ่งที่จะทำให้ลูกค้าของเราประสบความสำเร็จ คือการได้พันธมิตรผู้ติดตั้งระบบ (Implementation Partner) ที่สามารถนำแนวทางการให้คำปรึกษา รวมไปจนถึงความสามารถในการดูแลลูกค้า และความเชี่ยวชาญด้าน HCM เข้ามาได้"
เกณฑ์หลักที่ Workday ใช้คัดเลือกจึงเป็นความเชี่ยวชาญด้าน HCM โดยมองไปที่ปลายทางว่าลูกค้าจะประสบความสำเร็จหลังติดตั้งระบบเสร็จหรือไม่ ซึ่งชื่อเสียงของ Fusion Solution ในตลาดไทยคือความสามารถในการทำให้ลูกค้าเปิดใช้งานจริง (Go Live) ได้สำเร็จ และยังรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าต่อไปได้หลังจากนั้น
ในมุมของ Fusion Solution คุณธนธรณ์ เล่าว่าบริษัทมองตลาด HCM มานานแล้ว และกำลังมองหาสินค้าเรือธง (Hero Product) ที่จะเข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอ ทั้งสองฝ่ายจึงได้มาพูดคุยกันจนนำไปสู่การปิดดีลที่สิงคโปร์
เหตุผลที่ Fusion Solution เลือกผลิตภัณฑ์ตัวนี้ คุณธนธรณ์ อธิบายว่าสิ่งที่บริษัทต้องการส่งมอบให้ลูกค้ามาโดยตลอดคือผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง น่าเชื่อถือสูง และดูแลใกล้ชิด ซึ่ง Workday ตอบโจทย์ทั้งหมดนั้น ประกอบกับตัวผลิตภัณฑ์เองมีเครดิตในตลาดโลกรองรับอยู่แล้ว โดย Workday ได้รับการจัดให้เป็นผู้นำ (Leader) ใน Gartner Magic Quadrant สำหรับ Cloud HCM Suites กลุ่มองค์กรที่มีพนักงานตั้งแต่ 1,000 คนขึ้นไป ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 และอยู่ในตำแหน่งสูงสุดด้านความสามารถในการดำเนินการ (Ability to Execute) ในรายงานฉบับปี 2025
จากประสบการณ์ในวงการซอฟต์แวร์แบบให้บริการผ่านคลาวด์ (Software as a Service หรือ SaaS) หลายสิบปี ดร.ฤทัยรัตน์ ระบุว่าโครงการที่ไม่สำเร็จส่วนใหญ่มีสาเหตุจาก 2 เรื่อง
เรื่องแรกคือการตั้งเป้าผลลัพธ์ (Outcome) ไม่ถูกต้อง องค์กรจำนวนหนึ่งมองแค่ว่าอยากได้ฟีเจอร์ตัวใดตัวหนึ่ง แต่ไม่ได้มองต่อว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพได้เท่าไหร่ หรือลดการลงทุนได้เท่าไหร่ เมื่อไม่มีตัวชี้วัดผลงาน (Key Performance Indicator หรือ KPI) ที่ชัดเจน สุดท้ายอาจใช้ฟีเจอร์นั้นได้ดี แต่ไปไม่ถึงผลลัพธ์ที่ควรจะเป็น
เรื่องที่สองคือไม่มีแผนการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) และการทำให้คนนำไปใช้จริง (Adoption) เพราะโดยธรรมชาติแล้วคนส่วนมากต่อต้านการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว องค์กรจึงต้องมีแผนสื่อสารว่าระบบใหม่จะทำให้ชีวิตของพนักงานดีขึ้นอย่างไร ซึ่งอาจใช้กลไกอย่างการนำกลไกเกมมาใช้ (Gamification) หรือการประชาสัมพันธ์ภายในองค์กร
"ส่วนมากโปรเจกต์ที่ล้มเหลวคือการที่มันไม่มี Adoption พอไม่มีคนเข้ามาใช้ มันก็กลายเป็นว่าเรา Invest ตรงนี้ไปตั้งเท่าไหร่ ทำไมไม่มีคนเข้ามาใช้เลย" จุดนี้เองที่ ดร.ฤทัยรัตน์ มองว่า Fusion Solution เข้ามาช่วยได้ เพราะทำโครงการลักษณะนี้มาเป็นเวลานาน และมีแผนที่จะเข้าไปช่วยวางพิมพ์เขียว (Blueprint) เรื่อง Adoption และ Change Management ให้กับลูกค้า
สอดคล้องกับที่ คุณธนธรณ์ ระบุว่า Fusion Solution ให้ความสำคัญตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยยึดผู้ใช้งานเป็นหลักในการออกแบบระบบให้ใช้งานง่ายที่สุด และมองว่า Change Management คือส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะจะมีกลุ่มที่ต่อต้านด้วยเหตุผลว่าใช้ระบบเดิมอยู่แล้ว ซึ่งแต่ละองค์กรต้องใช้กลยุทธ์การสื่อสารที่ต่างกัน
"อัตราความสำเร็จของเรา ไม่ใช่แค่ Project Success แต่หมายถึงว่าลูกค้าเกิดการใช้งานระบบเราด้วย"
งานที่คนทั่วไปนึกถึงเวลาติดต่อฝ่ายทรัพยากรบุคคล มักเป็นเรื่องเอกสาร ทั้งการขอหนังสือรับรองการทำงาน เอกสารประกอบการขอวีซ่า หรือเรื่องการลา ซึ่งกินเวลาของทีมทรัพยากรบุคคลไปมากโดยไม่ได้สร้างคุณค่าเพิ่ม
Workday Self-Service Agent เข้ามาทำงานส่วนนี้แบบอัตโนมัติ โดย ดร.ฤทัยรัตน์ ย้ำว่าความต่างจากแชตบอตทั่วไปคือไม่ได้ตอบแค่คำถามเรื่องนโยบาย เช่น สิทธิลาคลอดหรือสิทธิลาเพื่อดูแลบุตร แต่สามารถดำเนินการให้เสร็จได้ในจุดเดียวโดยไม่ต้องคลิกต่อไปที่อื่น
ผลที่ตามมาคือพนักงานคือได้เวลากลับไปทำงานหลักของตัวเองมากขึ้น ส่วนด้านทีมทรัพยากรบุคคลคือการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ดูแลงานธุรการ ไปเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ (Strategic Business Partner)
"สิ่งที่เขาจะเอาเวลาตรงนี้ไปช่วยได้ ก็คือการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) การเตรียมคนเก่งรุ่นถัดไป หรือการดูแลประสบการณ์พนักงาน (Employee Experience) ไม่ใช่แค่ออกเอกสาร"
ก้าวข้ามใบปริญญา สู่ 'Dynamic Talent Pool' ปลดล็อกศักยภาพคนด้วย Workday Skills Cloudตลาดแรงงานไทยกำลังเผชิญปัญหาทักษะไม่ตรงกับงาน ทั้งภาวะขาดแรงงานทักษะสูงและคนที่จบการศึกษาแล้วทำงานต่ำกว่าวุฒิ ซึ่งแนวคิดบริหารคนด้วยทักษะที่มีอยู่จริงเข้ามาตอบโจทย์นี้ได้โดยตรง แต่สิ่งที่ต้องเปลี่ยนก่อนคือกรอบความคิด
"เราต้องก้าวข้ามการยึดติดใบปริญญาหรืออายุงาน แล้วมององค์กรเป็น 'Dynamic Skill Pools' หรือกลุ่มทักษะที่ยืดหยุ่นเคลื่อนไหวได้ เพื่อดึงศักยภาพของคนเก่งที่เรามีอยู่ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด"
ตัวอย่างที่ ดร.ฤทัยรัตน์ ยกขึ้นมาอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด นั่นคือผู้จัดการฝ่ายพันธมิตรคนหนึ่งในทีม ซึ่งนอกเหนือจากงานหลักในการดูแลพันธมิตรแล้ว ยังเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ (Content Creator) ด้วย ซึ่งเป็นทักษะที่บริษัทซอฟต์แวร์อาจไม่ได้มองว่าจำเป็น แต่กลับช่วยงานสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้จริง
การจะเจอคนแบบนี้ในองค์กรใหญ่ต้องอาศัยเครื่องมือ ซึ่ง Workday Skills Cloud ทำงานโดยใช้ AI เชื่อมโยงทักษะที่คนมี โดยไม่ดูจากตำแหน่งงาน เพราะในองค์กรที่มีพนักงานหลักพันถึงหลักหมื่นคน ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าทักษะเหล่านั้นซ่อนอยู่ตรงไหน เมื่อระบบดึงทักษะขึ้นมาแสดงผลได้ องค์กรจะเห็นภาพว่าทักษะอยู่ที่ใด และสามารถทำเป็นตลาดงานภายในองค์กร (Internal Marketplace) ได้
ในไทยเองมีธนาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกค้า Workday มาเกือบ 10 ปี และเป็นหนึ่งในลูกค้าที่ใช้ Workday Skills Cloud ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยทำเป็นระบบรับงานภายในองค์กร ทำให้เห็นว่าใครมีทักษะอะไร และดึงทักษะนั้นออกมาใช้ได้โดยไม่ต้องยึดกับตำแหน่งงาน ปัจจุบันเมื่อ AI และ Agent เข้ามา พนักงานหลายคนที่ไม่ได้อยู่ในสายเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็สามารถสร้าง Agent ที่เกี่ยวกับความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของตัวเองได้ เกิดเป็นการโยกย้ายภายในองค์กร (Internal Mobility) และคลังคนเก่งที่เคลื่อนไหวได้ (Dynamic Talent Pool)
กรณีของ 40% ที่เล่าไว้ตอนต้นบทความก็มาจากแนวคิดเดียวกันนี้ องค์กรที่กำลังพิจารณาลดสาขาหรือยกเลิกการขยายหน่วยธุรกิจใหม่ เมื่อมองที่ผิวเผินอาจสรุปว่าเป็นปัญหาเรื่องขาดคน แต่เมื่อดูข้อมูลจริงกลับพบว่าต้นตอคือทักษะไม่ตรงกับงานและไม่มีเส้นทางโยกย้ายภายใน ซึ่งหมายความว่าองค์กรไม่จำเป็นต้องรับคนใหม่ทั้งหมด และประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายในการสรรหาและเงินลงทุนตั้งต้น
การมองเห็นทักษะเป็นเพียงครึ่งเดียวของสมการ เพราะอีกครึ่งคือการรู้ว่าองค์กรกำลังจะไปทางไหน ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ Workday ต่างจากระบบทรัพยากรบุคคลทั่วไป นั่นคือการวางแผนการเงิน (Financial Planning) และการวางแผนกำลังคน (Workforce Planning) อยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน โดยเปรียบว่าทั้งสองส่วนนี้เป็นสารตั้งต้นขององค์กร
เมื่อองค์กรตั้งเป้าว่าจะเพิ่มรายได้หรือขยายสาขา สิ่งที่ต้องตอบให้ได้คือจะจ้างคนอย่างไรให้สอดคล้องกับเป้านั้น ซึ่งเป็นจุดที่ Workday Adaptive Planning เข้ามาช่วย และเมื่อมีสารตั้งต้นแล้ว การสรรหาคนเข้าองค์กรหรือการโยกย้ายภายในก็จะเป็นไปตามแผนที่วางไว้
ในแง่ของความร่วมมือ ดร.ฤทัยรัตน์ ระบุว่า Fusion Solution มีแผนงาน (Roadmap) ที่จะขยายจากส่วนที่เป็น HCM ไปสู่ส่วนที่เป็น Adaptive Planning ทั้งการวางแผนกำลังคนและการวางแผนการเงินด้วย ทำให้ลูกค้าเห็นภาพรวมแบบครบวงจร ตั้งแต่การวางแผน ไปจนถึงเรื่องคน และการเปิดใช้งานระบบให้สำเร็จ
สำหรับองค์กรไทยที่กำลังชั่งใจ คุณธนธรณ์ ระบุว่า Fusion Solution มีประวัติการทำงานด้านการติดตั้งซอฟต์แวร์มาอย่างยาวนาน และมั่นใจว่าตอนนี้บริษัทมีสินค้าเรือธงที่จะเดินหน้าขยายตลาดร่วมกับ Workday ได้
ขณะที่ ดร.ฤทัยรัตน์ ระบุว่าการขยายความร่วมมือกับ Fusion Solution เป็นหนึ่งในสัญญาณที่บอกว่า Workday กำลังเติบโตในตลาดไทย
"เราอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยองค์กรในประเทศไทยขับเคลื่อนธุรกิจของเขา ด้วยการเพิ่มความความผูกพันที่พนักงานมีต่องานและองค์กร (Employee Engagement) ความสุขของพนักงาน รวมไปจนถึงการวางแผน ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Financial Planning หรือ Workforce Planning ด้วย"
องค์กรที่สนใจโซลูชัน Workday ในประเทศไทย สามารถติดต่อผ่าน Fusion Solution ได้แล้ววันนี้ผ่านช่องทางเว็บไซต์ https://www.fusionsol.com/en/workday-enterprise-hrm-solutions/
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด