
ในยุคที่หลายคนเริ่มรู้สึกว่าแม้จะทุ่มเททำงานหนักแค่ไหน แต่ผลลัพธ์กลับดูเหมือนอยู่ที่เดิม ยอดขายไม่เติบโตและโอกาสต่าง ๆ หาได้ยากขึ้น สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เป็นสัญญาณของความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับโลก
ดร. สันติธาร เสถียรไทย ได้ชี้ให้เห็นถึงกลไกเบื้องหลังที่ทำให้เราก้าวเข้าสู่ ‘ยุคแห่งการแข่งขันที่เข้มข้น’ ที่จะกระทบทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ พนักงานบริษัทหรือฟรีแลนซ์
ต่อไปนี้คือสรุป 12 Key Takeaways จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026 ในหัวข้อ 'Twists & Turns 2026: On AI Sustainability Longevity & Geopolitics ว่าด้วยเทรนด์เอไอโลกร้อน อายุยืนยาว ภูมิรัฐศาสตร์ และโอกาสของปี 2026' จากงาน Future Trends Ahead Summit 2026
หากคุณรู้สึกว่าเหนื่อยเท่าเดิมแต่โตน้อยลง นั่นคือสัญญาณว่าระเบียบโลกเก่ากำลังเปลี่ยนไป ภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์กำลังขับเคลื่อนให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงในระดับที่ไม่เคยเจอมาก่อน
80 ปีที่ผ่านมาคือยุคที่ใครผลิตของถูกที่สุดคนนั้นชนะ เพราะโลกคือตลาดเดียว แต่ปัจจุบันโลกกำลังถอยหลังกลับไปสู่การตั้งกำแพงภาษีและการแบ่งขั้ว ทำให้ต้นทุนทุกอย่างสูงขึ้นและช่องทางการค้าแคบลง
ตัวเลขการส่งออกต่อ GDP โลกที่เคยพุ่งสูงถึง 60% ในอดีตกำลังลดลง เราไม่สามารถพึ่งพารูปแบบการเติบโตแบบเดิมที่เน้นขายของไปทั่วโลกได้อย่างง่ายดายอีกต่อไป
จีนเปลี่ยนจากเน้นค่าแรงถูก มาเป็นเจ้าเทคโนโลยีที่เน้นผลิตทีละมหาศาลโดยมีรัฐหนุนหลัง จนสินค้าอย่างรถ EV และแบตเตอรี่ล้นตลาดโลก เพราะผลิตออกมาเยอะเกินความต้องการ
เมื่ออเมริกาและยุโรปตั้งกำแพงภาษีใส่จีน สินค้ามหาศาลเหล่านั้นจึงทะลักเข้าสู่ไทยและอาเซียน ทำให้ SME ไทยต้องเจอกับคู่แข่งที่ต้นทุนต่ำกว่าและเทคโนโลยีสูงกว่าในบ้านของตัวเอง
ขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัดหลังโควิด ขณะที่ภาคบริการและการท่องเที่ยวที่เคยเป็นจุดแข็งก็เริ่มถูกประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและอินโดนีเซียไล่ขึ้นมาด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้น
เลิกเป็นแค่ผู้ใช้ AI แล้วเปลี่ยนมาเป็น 'ผู้พัฒนาแอปเฉพาะด้าน' ในตลาดที่ยักษ์ใหญ่ระดับโลกมองข้าม เช่น การใช้ AI ดูแลคนไข้ในพื้นที่ห่างไกล หรือ AI สำหรับเกษตรกรรายย่อย เพราะนี่คือพื้นที่ที่เราเข้าใจปัญหาดีกว่าใคร และเป็นช่องว่างที่บริษัทใหญ่เห็นว่าเล็กเกินไปที่จะลงมาทำ แต่คือโอกาสที่ไทยจะขึ้นเป็นเจ้าตลาดได้
ในโลกที่เทคโนโลยีนำหน้า ความฉลาดทางอารมณ์และใจรักการบริการของคนไทยคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด และเป็นสิ่งที่เลียนแบบได้ยากที่สุดเช่นกัน
อย่าขายแค่คนไทย เพราะโลกบุกมาแข่งกับเราในบ้านแล้ว เราต้องเปลี่ยนไปขายให้เพื่อนบ้านอาเซียนและตลาดโลกแทน เนื่องจากที่ผ่านมาอาเซียนยังซื้อขายกันเองไม่เยอะเท่าที่ควร ทำให้เรายังมีที่ว่างให้เข้าไปเติบโตได้อีก
เปลี่ยนมุมมองจากแค่ทำให้อายุยืนเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิต เจาะตลาด Silver Economy ของกลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งเป็นโอกาสมหาศาลทั้งในด้านสุขภาพ ความงามและการท่องเที่ยวเชิง Wellness
ในยุคที่การแข่งขันรุนแรง การนั่งรอให้พายุผ่านไปไม่ใช่ทางเลือกอีกแล้ว ถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาวางแผนหรือเลือกสนามเล่นใหม่ สุดท้ายเราจะกลายเป็นแค่ ‘เมนู’ ที่ถูกคู่แข่งเขมือบ ซึ่งผู้ชนะในโลกยุคนี้ไม่ใช่คนที่ต้องลงแข่งทุกสนาม แต่คือคนที่รู้ว่าสนามไหนคือโอกาสของตัวเอง
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด