จาง อีหมิง เจ้าของ TikTok ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งในจีน!

ปี 2024 ดูเหมือนเศรษฐกิจจีนจะไม่สู้ดีนัก ส่งผลให้จำนวนมหาเศรษฐีจีนเติบโตช้าที่สุดในรอบ 20 ปี รายงานจากสถาบันวิจัย Hurun เผยว่าในปีนี้มีเศรษฐีหน้าใหม่เพียง 54 คนที่ได้เข้าสู่รายชื่อมหาเศรษฐีจาก 1,094 คน แถมจำนวนมหาเศรษฐีโดยรวมยังลดลงถึง 12% จากปีที่แล้ว ในขณะที่อีก 88% ที่เหลือก็มีทรัพย์สินลดลงหรือไม่ก็เท่าเดิม

การจัดอันดับเศรษฐีจีนในปี 2024 

  • จาง อีหมิง ผู้ก่อตั้ง ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok ขึ้นแท่นเศรษฐีอันดับหนึ่งของจีนเป็นครั้งแรก โดยทรัพย์สินของเขาเพิ่มขึ้นถึง 14.8 พันล้านดอลลาร์ รวมเป็น 49.3 พันล้านดอลลาร์ ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากฐานผู้ใช้ TikTok ที่แข็งแกร่งในสหรัฐฯ ทำให้รายได้ทั่วโลกของ ByteDance โตขึ้นถึง 30% โดยอยู่ที่ 110 พันล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา
  • จง ซานซาน เจ้าของธุรกิจน้ำดื่ม Nongfu Spring จง ซานซาน ตกไปอยู่อันดับสองในปีนี้ เนื่องจากทรัพย์สินของเขาลดลงถึง 15.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นการลดลง 24% ผลกระทบนี้เกิดจากการเผชิญกระแสต่อต้านทางธุรกิจในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
  • ฉางเผิง จ้าว อีกหนึ่งเศรษฐีที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นสูงคือ เจ้า ชางเผิง ผู้ก่อตั้ง Binance บริษัทเทรดคริปโทฯ โดยทรัพย์สินของเขาเพิ่มขึ้น 12.6 พันล้านดอลลาร์ รวมเป็น 19 พันล้านดอลลาร์จากการพุ่งขึ้นของตลาดคริปโต
  • เจิ้ง อูชุนเจิ้ง ยู่ฉุน ผู้ก่อตั้ง CATL บริษัทแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า อันดับลดลงมาอยู่ที่ 6 เนื่องจากทรัพย์สินของเขาลดลง 7 พันล้านดอลลาร์จากผลกระทบของสินค้าล้นตลาด
  • หลี่ ซูฝู อีกหนึ่งมหาเศรษฐีที่อันดับลดลงในปีนี้คือ หลี่ ซูฟู่ จาก Geely Auto ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในจีน เศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทและอันดับความมั่งคั่งของเขา

ธุรกิจดาวเด่นที่กำลังมาแรงในจีน

  • อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน: ธุรกิจเช่น Temu ของ Pinduoduo และ Shein กำลังได้รับความนิยมสูง
  • สินค้าอุปโภคบริโภค: สินค้าในชีวิตประจำวันมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • เทคโนโลยีสุขภาพ: ยาและอุปกรณ์การแพทย์กำลังมีความต้องการสูงขึ้น เนื่องจากความตระหนักในสุขภาพที่เพิ่มขึ้น

ธุรกิจเหล่านี้เริ่มเข้ามาแทนที่อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเคยเป็นแหล่งสร้างความมั่งคงหลักในอดีต สะท้อนถึงการปรับตัวของเศรษฐกิจจีนในปัจจุบัน ขณะที่ธุรกิจพลังงานสะอาด เช่นแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และยานยนต์ไฟฟ้า กำลังเผชิญความท้าทายจากภาวะอุปทานล้นตลาดและความเสี่ยงจากภาษี

ธุรกิจที่อยู่ในช่วงขาลง

  • อสังหาริมทรัพย์: ที่เคยบูมสุดๆ ในอดีต ตอนนี้ซบเซาลงมาก
  • พลังงานสะอาด: เช่น โซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้า ที่กำลังเจอปัญหาอุปทานล้นเกิน

มหาเศรษฐีหน้าใหม่ที่น่าจับตามอง

  • Hsu Bang-Fu เจ้าของ Fortune Electric จากไต้หวันผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
  • Mao Wenchao และ Qu Fang จาก Xiaohongshu แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
  • Yu Kai จาก Horizon Robotics บริษัทเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติที่เพิ่งระดมทุน IPO กว่า 700 ล้านดอลลาร์ที่ฮ่องกง

สรุป

แม้เศรษฐกิจจีนจะเผชิญกับความท้าทาย แต่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ สินค้าอุปโภคบริโภค และเทคโนโลยีสุขภาพยังคงมีโอกาสเติบโต โดยในขณะเดียวกันกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาดและอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญกับการปรับตัวท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของตลาด

อ้างอิง: nikkei

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

AWS ประเทศไทย ประกาศทิศทางปี 2569 ดัน ‘Frontier Agent’ สู่ยุคพนักงาน AI เต็มรูปแบบ

AWS ประเทศไทยประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้าเร่ง Thailand Region ควบคู่กับการผลักดัน Frontier Agent เทคโนโลยี Agentic AI ที่ทำงานแทนมนุษย์ได้จริง พร้อมเปิดตัว Amazon Nova 2, Bed...

Responsive image

สรุปวิสัยทัศน์ Demis Hassabis อนาคต AI และหุ่นยนต์ DeepMind ปี 2026

เจาะลึกวิสัยทัศน์ Demis Hassabis เมื่อ AI กำลังจะมีร่างทำไม Robotics ถึงเป็นพรมแดนถัดไปที่จะเปลี่ยนโลก และหุ่นยนต์ยุคใหม่จะ "เข้าใจโลก" เหมือนมนุษย์ได้อย่างไรในอีก 3 ปีข้างหน้า...

Responsive image

ปิดฉากยุคเลขบัตร 16 หลัก! Visa ผนึกกำลัง Omise ร่วมกันผลักดันนวัตกรรม ‘Tokenisation’ เทคโนโลยีเบื้องหลังที่ลดการฉ้อโกงได้ถึง 58%

Visa และ Omise เปิดตัว Network Token ในไทย เทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ที่แปลงเลขบัตร 16 หลักเป็น Token ช่วยลดการทุจริตออนไลน์ได้ถึง 58% และเพิ่มโอกาสอนุมัติธุรกรรม พลิกโฉม E-Payment ส...