Anthropic เปิดตัว Claude Sonnet 5 โมเดล AI ที่เก่งสูสี Opus 4.8 ในราคาที่ถูกกว่า

Anthropic เปิดตัว Claude Sonnet 5

การแข่งขันของบริษัท AI ในวันนี้เริ่มเปลี่ยนไปจากเดิมที่แต่ละบริษัทแข่งกันว่าโมเดลของใครตอบได้ฉลาดกว่า เขียนได้ดีกว่าหรือให้เหตุผลได้แม่นกว่า กลายเป็นการแข่งขันว่า AI ของใครสามารถ ‘ลดขั้นตอนการทำงาน’ ได้มากกว่ากัน

ตลอดไม่กี่เดือนที่ผ่านมาทั้ง OpenAI, Google และ Anthropic ต่างเปิดตัวโมเดลที่มีความสามารถแบบ Agentic AI หรือ AI ที่ไม่ได้แค่ตอบคำถาม แต่สามารถวางแผน แบ่งงาน ใช้เครื่องมือต่าง ๆ และทำงานได้ด้วยตัวเอง ล่าสุด Anthropic ก็เดินเกมนี้เช่นกันด้วยการเปิดตัว Claude Sonnet 5 โมเดลรุ่นใหม่ที่มีความสามารถใกล้เคียงกับโมเดลระดับสูงอย่าง Opus 4.8

Claude Sonnet 5 ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานแบบ Agent

Anthropic อธิบายว่า Claude Sonnet 5 สามารถทำงานที่ซับซ้อนได้มากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการทำงาน ใช้เบราว์เซอร์ ใช้งาน Terminal หรือเลือกใช้เครื่องมือต่าง ๆ ได้เองโดยอัตโนมัติ บริษัทระบุว่างานหลายอย่างที่เมื่อไม่กี่เดือนก่อนยังต้องใช้โมเดลขนาดใหญ่และราคาสูง ปัจจุบัน Sonnet 5 สามารถทำได้แล้ว

แนวทางนี้สอดคล้องกับบริษัท AI ยักษ์ใหญ่รายอื่นๆ ที่กำลังมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน เช่น OpenAI ที่เพิ่งเปิดตัว GPT-5.6 Sol Preview ซึ่งสามารถแบ่งงานย่อยเพื่อจัดการโปรเจกต์ระยะยาวได้ หรือฝั่ง Google ที่พัฒนา Gemini 3.5 Flash ให้เป็นมากกว่าแชตบอต โดยสามารถวางแผนและทำงานต่อเนื่องได้เองโดยแทบไม่ต้องรอคำสั่งจากมนุษย์ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า AI Agentic กำลังจะกลายเป็น 'มาตรฐานใหม่' ของวงการ ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์พิเศษเหมือนในอดีต 

ซึ่งเมื่อหลายบริษัทเริ่มมีความสามารถด้าน Agent ที่ใกล้เคียงกัน สิ่งที่กลายเป็นจุดแข่งขันใหม่คือ

  • ทำงานได้ดีแค่ไหน
  • ทำงานได้ต่อเนื่องหรือไม่
  • มีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหนและที่สำคัญคือต้นทุน

Anthropic จึงวาง Claude Sonnet 5 ให้เป็นโมเดลที่ให้ประสิทธิภาพใกล้กับ Opus 4.8 แต่มาในราคาที่ต่ำกว่ามาก

ในช่วงเปิดตัวจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม ราคาจะอยู่ที่

  • 2 ดอลลาร์ต่อหนึ่งล้าน Input Tokens
  • 10 ดอลลาร์ต่อหนึ่งล้าน Output Tokens

หลังจากนั้นราคาจะปรับเป็น

  • 3 ดอลลาร์ต่อหนึ่งล้าน Input Tokens
  • 15 ดอลลาร์ต่อหนึ่งล้าน Output Tokens

แม้ราคาจะสูงขึ้นหลังช่วงโปรโมชัน แต่ก็ยังถูกกว่า Opus 4.8 รวมถึงถูกกว่า GPT-5.5 ของ OpenAI และ Gemini 3.1 Pro ของ Google แม้ว่าจะยังมีราคาสูงกว่า Gemini 3.5 Flash ก็ตาม

ประสิทธิภาพดีขึ้นเกือบทุกด้าน

Anthropic ระบุว่า Sonnet 5 พัฒนาขึ้นจาก Sonnet 4.6 ทั้งด้านการใช้เหตุผล, การเรียกใช้เครื่องมือ, การเขียนโปรแกรม, งานวิเคราะห์ข้อมูลและงานที่ใช้ความรู้เฉพาะทาง ตัวอย่างเช่นในการทดสอบด้าน Agentic Coding Sonnet 5 ได้คะแนน 63.2% เพิ่มขึ้นจาก Sonnet 4.6 ที่ทำได้ 58.1% แม้จะยังตามหลัง Opus 4.8 ซึ่งทำได้ 69.2% แต่ในบางการทดสอบงานด้านวิเคราะห์ Sonnet 5 กลับทำคะแนนสูงกว่า Opus 4.8 เล็กน้อย ซึ่งถือว่าน่าสนใจ เพราะ Opus เป็นโมเดลที่ขึ้นชื่อเรื่องการแก้ปัญหาที่ยากและการใช้วิจารณญาณเชิงลึก

Anthropic จึงมองว่า Opus 4.8 ยังคงเหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำสูงที่สุด แต่ Sonnet 5 จะเป็นทางเลือกที่ช่วยลดต้นทุนได้มาก โดยยังรักษาคุณภาพของงานไว้ในระดับสูง

อีกหนึ่งจุดที่ผู้ทดสอบหลายรายพูดถึง คือ Sonnet 5 มีความสามารถจัดการงานตั้งแต่ต้นจนจบได้ดีขึ้น 

Anthropic ระบุว่า โมเดลสามารถตรวจทานงานได้เองโดยไม่ต้องรอคำสั่งเพิ่ม และสามารถทำงานจนจบกระบวนการ ไม่ทิ้งงานกลางคันเหมือนรุ่นก่อนๆ 

นอกจากเรื่องประสิทธิภาพ Anthropic ยังให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัย โดยระบุว่า Sonnet 5 มีปัญหาการให้ข้อมูลที่ผิดเพี้ยนลดลงเมื่อเทียบกับ Sonnet 4.6 โมเดลยังสามารถปฏิเสธคำสั่งที่เป็นอันตรายและรับมือกับการถูกหลอกด้วย Prompt Injection ได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังลดปัญหาการสร้างข้อมูลเท็จ รวมถึงลดพฤติกรรมการตอบเอาใจผู้ใช้จนข้อมูลอาจไม่ถูกต้อง 

อย่างไรก็ตาม Anthropic ยอมรับว่าหากเทียบกับ Opus 4.8 หรือ Claude Mythos Preview แล้ว Sonnet 5 ยังไม่ใช่โมเดลที่ปลอดภัยที่สุดของบริษัท โดยเฉพาะในงานที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงไซเบอร์ ซึ่ง Opus ยังคงมีการควบคุมที่เข้มงวดกว่า

ด้านผู้ร่วมก่อตั้ง Lovable มองว่าจุดแข็งของ Sonnet 5 คือการรู้ว่าเมื่อไรควรตอบ และเมื่อไรควรปฏิเสธ เขาระบุว่าในวันที่เครื่องมือ AI ถูกนำไปใช้งานโดยผู้คนจำนวนมาก โมเดลที่สามารถปฏิเสธคำขอที่ไม่เหมาะสมได้อย่างสม่ำเสมอ มีความสำคัญไม่แพ้โมเดลที่สร้างผลงานได้เก่ง

เพราะฉะนั้นการเปิดตัว Claude Sonnet 5 สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันของผู้พัฒนา AI กำลังเปลี่ยนเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง

ทิศทางการพัฒนา AI ได้เปลี่ยนจากการแข่งกันที่ 'ความฉลาด' มาเป็นการเน้น 'ความคุ้มค่าและใช้งานได้จริง' เมื่อความสามารถแบบ Agent กลายเป็นมาตรฐานพื้นฐาน การแข่งขันหลังจากนี้จึงจะไม่ใช่แค่การอัดฉีดฟีเจอร์ใหม่ๆ แต่เป็นการทำให้ AI ทำงานได้ต่อเนื่อง เสถียร ปลอดภัย และมีต้นทุนที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจ 

อ้างอิง: techcrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ภาษี AI คืออะไร? เข้าใจ Next Step การเงินยุคใหม่ ก่อนเริ่มงานโอลิมปิกส์โลกการเงิน IMF-World Bank 2026

ภาษี AI คืออะไร? เข้าใจโจทย์ใหม่ของการเงินโลกก่อนเริ่มประชุม IMF-World Bank 2026 ตั้งแต่ภาษีโทเคนที่ซีอีโอ Anthropic เสนอ ภาษีหุ่นยนต์ของ Bill Gates เสียงค้านจาก IMF ไปจนถึงว่าไทยอ...

Responsive image

AlphaProof Nexus เฟรมเวิร์กใหม่ของ DeepMind ไขโจทย์ Erdős ที่ค้างมานาน 56 ปีสำเร็จ

DeepMind เปิดตัว AlphaProof Nexus ใช้ Gemini 3.1 Pro คู่กับ Lean เขียนบทพิสูจน์ที่ตรวจสอบได้ แก้โจทย์ Erdős 9 จาก 353 ข้อ พิสูจน์ Conjecture จาก OEIS 44 ข้อ ด้วยต้นทุนไม่กี่ร้อยดอล...

Responsive image

Anthropic เปิดโปรเจกต์ใหญ่ ‘Cyber Mission’ ส่ง Claude Mythos อุดช่องโหว่โรงไฟฟ้า ประปา คมนาคม

Anthropic เปิดตัว Cyber Mission ส่ง Claude ช่วย 11 พาร์ตเนอร์อย่าง CrowdStrike และ Palo Alto Networks ปกป้องโรงไฟฟ้า ระบบประปา และคมนาคม พร้อมเปิด OSS Scanner สแกนช่องโหว่โค้ดโอเพน...