จีนผลิต ‘เครื่องพิมพ์ชิป’ สำเร็จ แบบเดียวกับที่ ASML เคยผูกขาด

สงครามเทคโนโลยีระหว่างสองมหาอำนาจโลกกำลังทวีความดุเดือดขึ้นอีกขั้น เมื่อล่าสุดมีรายงานตรงกันจากสื่อระดับโลกอย่าง Bloomberg และ Reuters ว่าจีนได้บรรลุความสำเร็จครั้งใหญ่ในการผลิตเครื่องพิมพ์ลายวงจรชิปขั้นสูงแบบ Immersion DUV ได้เองภายในประเทศเป็นครั้งแรก 

ความเคลื่อนไหวนี้ดำเนินการโดยบริษัทรัฐวิสาหกิจน้องใหม่อย่าง Shanghai Aishengna Electronic Technology Group ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินทุนมหาศาลกว่า 7,000 ล้านหยวนจากภาครัฐ พร้อมตั้งเป้าหมายที่จะส่งมอบเครื่องจักรระดับนี้ในเชิงพาณิชย์ทันที ถือเป็นการสั่นคลอนมงกุฎของ ASML ยักษ์ใหญ่จากเนเธอร์แลนด์ที่เคยผูกขาดเทคโนโลยีนี้มาโดยตลอด 

เบื้องหลังก้าวกระโดดครั้งประวัติศาสตร์ของจีนไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่มาจากการวางกลยุทธ์ผนึกกำลังครั้งใหญ่ โดยจีนได้ทำการดึงตัวท็อปในวงการเข้ามาทำงานร่วมกัน ทั้งทีมวิศวกรสมองไหลจากสตาร์ทอัพดาวรุ่งอย่าง Shanghai Yuliangsheng Technology ที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับ Huawei รวมไปถึงการดึงองค์ความรู้จาก SMEE ผู้เล่นรุ่นเก๋าที่ซุ่มวิจัยเทคโนโลยีนี้มานานหลายสิบปี การร่วมมือครั้งนี้ช่วยทลายคอขวดที่เคยปลดล็อกไม่ได้ ให้กลายเป็นเครื่องจักรที่ใช้งานได้จริงในโลกธุรกิจ

เข้าใจเทคโนโลยีชิปง่าย ๆ และเหตุผลที่ DUV คือหัวใจสำคัญ

สำหรับเทคโนโลยี DUV หรือ Deep Ultraviolet คือเทคนิคที่ใช้แสงอัลตราไวโอเลตความยาวคลื่นสั้นในการยิงลวดลายวงจรซับซ้อนลงไป ซึ่งถือเป็นกระดูกสันหลังของโลกเทคโนโลยีปัจจุบัน 

เพราะชิปเกือบทั้งหมดในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นชิปในสมาร์ทโฟน สมองกลในรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงอุปกรณ์การแพทย์ ต่างก็ต้องผ่านการผลิตด้วยเครื่อง DUV ทั้งสิ้น

ทว่าความก้าวหน้าที่จีนทำได้รอบนี้คือ Immersion DUV ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงขึ้นไปอีกขั้น โดยตัวเครื่องจะใช้เทคนิคฉายแสงผ่านชั้นน้ำบริสุทธิ์ที่แทรกอยู่ระหว่างเลนส์กับแผ่นเวเฟอร์ ช่วยให้แสงหักเหและพิมพ์ลวดลายที่มีความละเอียดซับซ้อนขึ้นได้

ส่วนเทคโนโลยีที่เหนือกว่านี้จะมีเพียงอย่างเดียวคือเครื่อง EUV หรือ Extreme Ultraviolet ขนาดเท่ารถบัสโดยมีราคามากกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเครื่อง (ในขณะที่เครื่อง Immersion DUV มีราคาอยู่ที่ประมาณ 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงสุดสำหรับสร้างชิป AI ระดับท็อปอย่าง Nvidia หรือชิป iPhone รุ่นใหม่ และมีเพียง ASML รายเดียวในเนเธอร์แลนด์เท่านั้นที่ผลิตได้

เหตุผลสำคัญที่ทำให้จีนต้องเร่งสร้างเครื่องจักรเหล่านี้ขึ้นมาเอง เป็นเพราะที่ผ่านมาผู้ผลิตชิปในจีนต้องพึ่งพาการซื้อเครื่องจาก ASML แทบทั้งหมด แต่แล้วสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนก็เข้ามาเปลี่ยนทุกอย่าง สหรัฐฯ พยายามทำทุกทางเพื่อรักษาความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี โดยการอ้างความมั่นคงแห่งชาติและบีบพันธมิตรอย่างเนเธอร์แลนด์รวมถึงญี่ปุ่น ให้สั่งห้ามขายเครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูงให้แก่จีน

ความเข้มงวดนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (สมัยแรก) ที่สั่งห้ามขายเครื่อง EUV ให้จีนอย่างเด็ดขาด ก่อนจะลามมาถึงยุคประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่สั่งกีดกันการขายเครื่อง Immersion DUV บางรุ่นเพิ่มเติม บีบให้โรงงานจีนทำได้เพียงไล่กว้านซื้อเครื่อง DUV รุ่นเก่า ๆ เท่าที่กฎหมายอนุญาต 

ส่งผลให้เทคโนโลยีการผลิตชิปที่จีนได้รับอนุญาตให้ซื้อจาก ASML ในปัจจุบัน ตามหลังรุ่นก้าวหน้าที่สุดในโลกอยู่มากถึง 8 เจเนอเรชัน รัฐบาลจีนจึงมองว่าเครื่องพิมพ์ลายวงจรคือ คอขวด ก้อนโตที่สุดที่ต้องทำลายให้ได้หากคิดจะพึ่งพาตัวเอง

ทางรอดสไตล์จีน และเป้าหมายระยะยาวที่จะวิ่งไล่ให้ทันโลก

เมื่อไม่มีสิทธิ์ซื้อเครื่อง EUV รุ่นท็อปสุด ผู้ผลิตชิปชั้นนำของจีนอย่าง SMIC จึงต้องใช้ความพยายามอย่างหนักด้วยการนำเครื่อง Immersion DUV เท่าที่มี มาใช้เทคนิคซ้อนลายพิมพ์หลาย ๆ รอบ หรือที่เรียกว่า Multi-Patterning เพื่อเค้นศักยภาพให้ผลิตชิปขนาดเล็กระดับ 7 นาโนเมตรได้ 

แม้วิธีนี้จะมีข้อเสียคือขั้นตอนยุ่งยาก ต้นทุนสูงขึ้น และมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดมากกว่า แต่ก็ช่วยให้จีนเอาชีวิตรอดได้ ขณะเดียวกันค่ายเทคโนโลยีอย่าง Huawei ก็ซุ่มพัฒนาเทคนิคใหม่ที่ตั้งเป้าจะเค้นประสิทธิภาพชิปไปให้ถึงระดับเทียบเท่า 1.4 นาโนเมตรภายในปี 2031 เพื่อใช้ขับเคลื่อนระบบ AI ในอนาคต

ความสำเร็จในการสร้างเครื่อง Immersion DUV ได้เองในครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็นเพียงสะพานเชื่อม ไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่า นั่นคือการดิ่งลึกไปสร้างเครื่อง EUV ของตัวเอง โดยมีข่าวลือว่าจีนกำลังแอบพัฒนาเครื่อง EUV รุ่นต้นแบบโดยอาศัยความช่วยเหลือจากอดีตวิศวกรของ ASML ผ่านการอัดฉีดเงินทุนมหาศาลจากกองทุน Big Fund ของรัฐบาลที่คอยปล่อยเงินกู้และเงินทุนหมุนเวียนให้ซัพพลายเออร์ในประเทศอย่างต่อเนื่อง

แม้ข่าวนี้จะสร้างความตื่นตระหนกให้ฝั่งตะวันตกจนหุ้นของ ASML และหุ้นเทคโนโลยีหลายตัวร่วงลงทันที แต่ผู้เชี่ยวชาญในวงการหลายคนยังคงเตือนให้มองความเป็นจริงด้วยความระมัดระวัง เพราะการทดลองผลิตเครื่อง DUV ได้สำเร็จเพียงไม่กี่เครื่องในห้องแล็บ กับการนำเครื่องจักรเหล่านั้นไปติดตั้งในโรงงานจริงเพื่อเดินเครื่องผลิตชิปทีละล้านชิ้นอย่างมีเสถียรภาพและได้คุณภาพสูงนั้น เป็นคนละเรื่องกัน แถมชิ้นส่วนสำคัญบางอย่างของตัวเครื่องก็ยังคงต้องลักลอบนำเข้าหรือพึ่งพาชัพพลายเออร์จากญี่ปุ่นอยู่

นักวิเคราะห์ประเมินว่า จีนอาจต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 7 ถึง 10 ปี กว่าจะสามารถไล่ตามเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ลายวงจรของ ASML ได้ทันอย่างสมบูรณ์ และการจะเปลี่ยนมาใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศทั้งหมด 100% ก็อาจต้องใช้เวลานานยิ่งกว่านั้น 

ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ เองก็ไม่ปล่อยให้จีนทำสำเร็จได้ง่าย ๆ เพราะล่าสุดสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ เริ่มขยับเสนอปรับกฎหมายใหม่เพื่อสั่งห้าม ASML ขายเครื่อง Immersion DUV ทุกรุ่นให้จีนแบบถอนรากถอนโคน พร้อมห้ามวิศวกรเข้าไปช่วยซ่อมบำรุงเครื่องจักรเดิมที่มีอยู่แล้ว ทำให้หลังจากนี้ สงครามเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์จะยิ่งกลายเป็นเกมการต่อสู้ที่ดุเดือดและยาวนานอย่างแน่นอน

อ้างอิง: bloomberg

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

DeepSeek ลดราคา API เสาร์ อาทิตย์ ถูกลงครึ่งหนึ่ง แต่วันทำงานยังคิดราคาแบบเดิม

DeepSeek เลิกแยกช่วงพีคในวันเสาร์อาทิตย์ คิดค่าเรียกใช้ API ในเรตช่วงเวลาไม่พีคตลอดทั้งวัน มีผลตั้งแต่ 23 สิงหาคม 2026 หลังปรับโครงสร้างราคาใหม่พร้อมเปิดตัว V4 Pro เมื่อสัปดาห์ก่อน...

Responsive image

Alibaba Moonshot AI เตรียมเก็บส่วนแบ่งรายได้จากบริษัทที่เอา AI ไปทำธุรกิจแล้วมีรายได้สูง

Alibaba ปล่อยน้ำหนักโมเดล Qwen3.8-Max แบบ Open-weight ให้ดาวน์โหลดฟรีบน Hugging Face แต่ธุรกิจที่นำไปให้บริการต่อและมีรายได้ถึงเกณฑ์ ต้องทำสัญญาเชิงพาณิชย์และแบ่งรายได้กลับ เดินตาม...

Responsive image

Dario ชี้ คนไม่ได้กลัว AI แต่เริ่มไม่ไว้ใจ สะท้อน ‘วิกฤตความเชื่อมั่น’ ต่อเทคโนโลยี

กระแสต่อต้าน AI ในสหรัฐอเมริกากำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่บริษัทเทคโนโลยีหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีตั้งแต่การออกมาประท้วงไม่ให้สร้าง Data Center ไปจนถึงการเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาคุมเข้มเทคโ...