
Anthropic เปิดตัว Claude Opus 5 โมเดล AI รุ่นใหม่ในตระกูล Opus ที่ออกแบบมาสำหรับงานที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาที่ซับซ้อน แม้จะมีขนาดเล็กกว่า Fable 5 แต่ Anthropic ระบุว่าโมเดลนี้น่าจะเหมาะกับการใช้งานของคนส่วนใหญ่มากกว่า เพราะมีค่าใช้งานถูกกว่า ใช้งานได้ยืดหยุ่นกว่า ทำให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น และจากผลการทดสอบที่เผยออกมาคือ Opus 5 กลับทำคะแนนได้สูงกว่าในหลาย ๆ ด้าน ทั้งที่เป็นระบบที่มีขนาดเล็กกว่า Fable 5
ซึ่งทาง Anthropic ยังเดินหน้าอัปเดตโมเดล AI อย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้บริษัทเพิ่งเปิดตัว Opus 4.8 ไป จากนั้นในเดือนมิถุนายนก็เปิดตัว Mythos 5, Fable 5 และ Sonnet 5 ตามมาก่อนล่าสุดจะเปิดตัว Opus 5 เพิ่มอีกหนึ่งรุ่น ตอนนี้จึงเหลือเพียง Haiku ซึ่งเป็นโมเดลขนาดเล็กที่สุดของ Anthropic ที่ยังไม่ได้รับการอัปเกรดเป็นซีรีส์ 5
จุดเด่นของโมเดลนี้คือสามารถตรวจสอบคำตอบของตัวเองได้ดีขึ้นก่อนจะตอบ โมเดลจะพยายามทบทวนและปรับคำตอบให้รอบคอบมากกว่าเดิม เพื่อลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาด จากผลการทดสอบของบริษัท Opus 5 สามารถทำงานที่ซับซ้อนได้ดีขึ้น เช่น การสร้างระบบ Computer Vision แม้ผู้ใช้จะให้คำสั่งมาไม่ครบ โมเดลก็ยังสามารถวางแผนการทำงานและเติมรายละเอียดที่ขาดไปจนทำงานต่อได้
อีกเรื่องที่คนให้ความสนใจคือเรื่องความเป็นส่วนตัว ทาง Anthropic ประกาศว่าโมเดลนี้จะไม่มีการเก็บข้อมูลประวัติการใช้งานของเราไว้ 30 วัน เหมือนที่เคยทำในรุ่น Fable และ Mythos ซึ่งก่อนหน้านี้การเก็บข้อมูลย้อนหลังทำให้ผู้ใช้หลายคนรู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล การยกเลิกกฎข้อนี้ไปอาจทำให้ Opus 5 อาจกลายเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์คนที่ซีเรียสเรื่องข้อมูลส่วนตัวได้ดีกว่าเดิม
และแม้ว่าจะเปิดให้ใช้งานได้อิสระมากขึ้น แต่ Anthropic ยืนยันว่าโมเดลยังคงมีระบบป้องกันสำหรับงานที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะเรื่องการเจาะระบบหรือความปลอดภัยไซเบอร์
ยกตัวอย่างเช่น AI จะไม่ยอมช่วยหาช่องโหว่จากตัวโปรแกรมที่สร้างเสร็จพร้อมใช้งานแล้ว เพราะกังวลว่าผู้ใช้อาจจะเอาข้อมูลไปแฮกหรือโจมตีระบบอื่น แต่ถ้าเป็นการให้ช่วยตรวจหาช่องโหว่จากโค้ดโปรแกรมต้นฉบับ (Source Code) AI ยังสามารถช่วยวิเคราะห์ได้ตามปกติ เพราะถือว่าเป็นการช่วยเขียนโปรแกรมหาข้อบกพร่องเพื่อเอาไปปรับปรุงระบบให้ปลอดภัยขึ้น
นอกจากนี้ทางบริษัทระบุว่าระบบที่คอยบล็อกหรือปฏิเสธคำสั่งของ Opus 5 จะทำงานลดลงจากรุ่น Fable 5 ถึง 85% ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้งานจะสามารถสั่งงานได้ลื่นและต่อเนื่องมากขึ้น โดยไม่ต้องหงุดหงิดกับการถูกระบบตัดบทหรือปฏิเสธไม่ยอมทำงานให้บ่อยๆ เหมือนแต่ก่อน
นอกจากการเปิดตัว AI รุ่นใหม่แล้ว Anthropic ยังมีฟีเจอร์ใหม่ชื่อ Automatic Fallbacks ให้กลุ่มผู้ใช้งานแบบ API ได้ทดลองใช้ด้วย ก่อนหน้านี้เวลาที่เราสั่งงานแล้วไปติดระบบคัดกรองความปลอดภัย AI จะขึ้นข้อความแจ้งเตือนและปฏิเสธการตอบคำถามทันที แต่ถ้าเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ แทนที่ระบบจะตัดจบไม่ยอมทำงานให้ มันจะสลับไปใช้ AI รุ่นรองที่เก่งน้อยกว่ามาทำงานให้แทนโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เรายังคงได้คำตอบและให้งานเดินต่อไปได้
การปรับระบบแบบนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานทำงานได้ลื่นขึ้น ไม่สะดุดหรือแอบหงุดหงิดเวลาถูกบล็อกคำสั่ง ในขณะเดียวกันระบบก็ยังรักษาระดับความปลอดภัย ไม่ให้ AI ถูกนำไปใช้งานในทางที่เสี่ยงเกินไปได้เหมือนเดิม
การเปิดตัว Opus 5 ครั้งนี้ทำให้เห็นว่า Anthropic ไม่ได้มุ่งเป้าแค่การพัฒนา AI ให้ฉลาดขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังเน้นทำให้คนเอาไปใช้งานจริงได้ง่ายขึ้น ทั้งในเรื่องของราคาที่ถูกลง ปรับใช้งานได้หลากหลาย และใช้งานได้สะดวกสบายมากขึ้น
จริงอยู่ที่ ณ ตอนนี้ Fable 5 จะยังคงเป็นรุ่นที่เก่งที่สุดของบริษัท แต่พอโมเดลนี้มีราคาที่ถูกกว่า มีข้อห้ามน้อยกว่า แถมผลการทดสอบความสามารถก็ยังทำได้ดีมากจึงน่าจะทำให้ Opus 5 กลายเป็นรุ่นที่คนส่วนใหญ่อาจเลือกหยิบมาใช้ทำงานทั่วไปในแต่ละวันมากที่สุด
อ้างอิง: techcrunch
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด