รู้จักสมการ ‘ทุนคน + ทุน AI’ ที่ผู้บริหาร Big Tech ใช้กัน

เมื่อพูดถึง AI หลายคนมักตั้งคำถามด้วยความกังวลว่า “มันจะมาแย่งงานเราไหม?” แต่สำหรับผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Satya Nadella ซีอีโอของ Microsoft คำถามนั้นอาจจะผิดจุดไปหน่อย

เมื่อเร็วๆ นี้ เขาได้โพสต์ข้อความที่น่าสนใจผ่านบัญชี X (Twitter) ส่วนตัว ซึ่งเป็นการตีกรอบความคิดใหม่ที่ทุกองค์กรควรนำไปใช้ โดยเขามองว่าสิ่งที่เราต้องโฟกัสในตอนนี้ไม่ใช่ความกลัว แต่คือการเร่งสะสม ‘ทุน’ สองชนิดที่จะเป็นตัวตัดสินว่าธุรกิจไหนจะอยู่รอดในยุคต่อไป

ทุนที่ว่านั้นคือ Human Capital และดาวรุ่งดวงใหม่อย่าง Token Capital

Nadella ชี้ว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ไม่เหมือนการเปลี่ยนผ่านแพลตฟอร์มครั้งไหน ๆ เพราะในอดีต เราเคยใช้คอมพิวเตอร์และดิจิทัลเป็นแค่เครื่องมือเพื่อให้คนทำงานเร็วขึ้น แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เรากำลังสร้างวงจรการรับรู้ หรือ Cognitive Loop ที่คนและระบบดิจิทัลสามารถเรียนรู้ไปพร้อมกันได้

แล้วทุนทั้งสองอย่างที่ Satya Nadella พูดถึงคืออะไร? ทำไมมันถึงสำคัญ?

กับดักของการใช้ AI สำเร็จรูป

ก่อนจะไปทำความรู้จักกับทุนทั้งสองประเภท เราต้องเข้าใจปัญหาใหญ่ในตอนนี้ก่อน ปัจจุบันหลายบริษัทคิดว่าแค่จ่ายเงินซื้อเครื่องมือ AI มาให้พนักงานใช้ ก็ถือว่า Transform องค์กรสำเร็จแล้ว

แต่ความจริงก็คือ ถ้าทุกบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน ใช้ AI โมเดลเดียวกันในการคิดแผนการตลาด เขียนโค้ด หรือตอบลูกค้า... แล้วความได้เปรียบทางการแข่งขันของบริษัทคุณจะอยู่ตรงไหน?

หากคุณปล่อยให้ AI สำเร็จรูปทำงานแทนคุณไปซะทุกอย่าง สุดท้ายความรู้และกระบวนการทำงานของคุณก็จะกลายเป็นแค่สินค้าโหลที่ใคร ๆ ก็ทำได้ นี่คือเหตุผลที่องค์กรต้องเริ่มสร้างสมองที่สองเป็นของตัวเอง ผ่านการผสาน 2 ขุมพลังเข้าด้วยกัน 

และนั้นคือที่มาของทุนอย่าง Human Capital และ Token Capital

ทุนที่ 1 = Human Capital วิจารณญาณที่ AI ก๊อปปี้ไม่ได้

หลายคนคิดว่าเมื่อเทคโนโลยีล้ำหน้า ความสำคัญของคนจะลดลง แต่แนวคิดของ Nadella กลับตอกย้ำว่า Human Capital หรือ ทุนมนุษย์ จะยิ่งมีค่ามากขึ้นทวีคูณ

ทุนมนุษย์ในที่นี้ ไม่ใช่แค่กำลังแรงงาน แต่คือ กึ๋น ประสบการณ์ วิจารณญาณ ความสัมพันธ์ และความสามารถในการเชื่อมโยงเรื่องราวต่าง ๆ ของคนทำงาน

AI อาจจะร่างอีเมลเจรจาธุรกิจได้รวดเร็วและสละสลวย แต่มันไม่มีสัญชาตญาณที่จะรู้ว่าคู่ค้ารายนี้กำลังลังเลใจ และต้องใช้วิธีการพูดคุยแบบไหนเพื่อปิดการขาย AI ไม่รู้ว่าวิสัยทัศน์ในอีก 5 ปีข้างหน้าของบริษัทควรไปทางไหน หากไม่มีเจตจำนงของมนุษย์คอยตั้งเป้าหมายและเชื่อมโยงข้อมูล พลังประมวลผลอันมหาศาลของ AI ก็เป็นเพียงการวิ่งวนไปมาอย่างสูญเปล่า

ทุนที่ 2 = Token Capita ขีดความสามารถ AI เฉพาะตัวที่ซื้อด้วยเงินไม่ได้

นี่คือแนวคิดที่จะเปลี่ยนเกมธุรกิจ Token Capital คือ ขีดความสามารถด้าน AI ที่บริษัทของคุณสร้างขึ้น ปรับแต่ง และเป็นเจ้าของจริง ๆ

นึกภาพง่าย ๆ คือบริษัทมี AI ตัวหนึ่งที่ถูกฝึกฝนด้วยข้อมูล กระบวนการทำงาน และวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบฉบับของบริษัท นั่นแปลว่า AI ตัวนี้รู้ว่ามาตรฐานการทำงานขององค์กรคุณเป็นอย่างไร เข้าใจบริบทธุรกิจของคุณอย่างลึกซึ้ง และทำหน้าที่เป็นความจำขององค์กรที่สืบค้นได้ง่าย

ความสามารถเหล่านี้ที่ฝังอยู่ในระบบ AI ของคุณนั่นแหละคือ Token Capital ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ชิ้นใหม่ที่คู่แข่งไม่สามารถเดินไปจ่ายเงินซื้อจากค่ายไหนมาเทียบเคียงได้

The Learning Loop เมื่อ 1 + 1 = 100

ประโยคที่สำคัญที่สุดจากวิสัยทัศน์นี้คือ "คุณสามารถโอนงานให้ AI ทำได้ แต่คุณให้ใครมาสะสมการเรียนรู้แทนองค์กรคุณไม่ได้"

ฟังดูอาจจะนามธรรม แต่สมมติคุณใช้ ChatGPT ช่วยร่างอีเมลเพื่อไปเจรจาธุรกิจ นั่นคือการโอนงานให้ AI ทำ ซึ่งคู่แข่งของคุณก็สามารถทำได้เหมือนกัน

แต่ถ้าคุณสร้างระบบให้ AI เรียนรู้ว่า... สไตล์การเจรจาแบบไหน คำพูดเปิดประโยคแบบใดที่สามารถปิดการขายลูกค้า VIP ของบริษัทคุณได้สำเร็จจริง ๆ ข้อมูลตรงนี้แหละคือ การเรียนรู้ ที่เป็นสูตรลับเฉพาะตัว ซึ่งคุณให้ใครมาทำแทนไม่ได้

บริษัทที่จะชนะในยุคนี้ คือบริษัทที่เอาสูตรลับนี้มาสร้างเป็นวงจรการเรียนรู้ (Learning Loop) ได้ก่อน ซึ่ง Nadella ก็ได้แจงไว้ว่าวิธีการสร้างวงจรการเรียนรู้หลัก ๆ ก็หนีไม่พ้น 4 ข้อนี้ อาทิ

  1. ให้คนเก่งเริ่มก่อน โดยพนักงานเก่ง ๆ จะนำ AI ของบริษัทมาใช้ช่วยทำงาน [Human Capital]
  2. สอนและปรับปรุง คอยปรับแก้คำ ปรับกลยุทธ์ และใส่ความเก่งของพนักงานคนนั้นลงไปในงานนั้น ๆ [Human Capital]
  3. AI จดจำและเก่งขึ้น  เมื่อระบบจะดึงข้อมูลที่พนักงานแก้ไขไปเรียนรู้ ทำให้ AI ประจำบริษัทฉลาดขึ้น และจำสไตล์การทำงานที่ถูกต้องได้ [Token Capital]
  4. เมื่อ AI พื้นฐานแน่นและจำงานเก่า ๆ ได้หมด พนักงานก็ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาเริ่มนับหนึ่งใหม่ และเอาเวลาไปคิดกลยุทธ์ที่ซับซ้อน หรือต่อยอดโปรเจกต์ที่สร้างรายได้มหาศาลกว่าเดิม [Token Capital]

วงจรนี้จะหมุนทำงานเหมือนดอกเบี้ยทบต้น ยิ่งคนและ AI ทำงานด้วยกันบ่อยแค่ไหน ความรู้ขององค์กรก็ยิ่งสะสมหนาแน่นขึ้นจนคู่แข่งหน้าไหนก็ลอกเลียนแบบไม่ได้ และความเจ๋งที่สุดของการมีระบบนี้เป็นของตัวเองคือ ต่อให้ในอนาคตโลกเราจะมี AI โมเดลใหม่ล่าสุดที่ฉลาดกว่าเดิมเปิดตัวออกมาอีกกี่ค่าย คุณก็แค่เปลี่ยนเอาโมเดลตัวใหม่มาเสียบปลั๊กใช้งาน แต่ความรู้ ความจำ และความเชี่ยวชาญที่คุณสอน AI ไว้ จะยังคงถูกฝังอยู่ในระบบของบริษัทคุณอย่างครบถ้วน 

ในช่วงท้ายของโพสต์ Nadella ได้ฝากข้อคิดที่น่าสนใจในระดับมหภาค เขาเปรียบเทียบยุค AI กับยุคโลกาภิวัตน์ในเฟสแรก ที่การย้ายฐานการผลิตทำให้ประเทศที่พัฒนาแล้วดูมีตัวเลข GDP ที่สวยหรู แต่ในความเป็นจริง อุตสาหกรรมท้องถิ่นกลับกลวงโบ๋และผู้คนต้องสูญเสียงาน

เราต้องไม่ปล่อยให้โลกยุค AI เดินซ้ำรอยเดิม สังคมจะไม่ยอมรับอนาคตที่โมเดล AI ยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่ราย สามารถกวาดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไปได้ทั้งหมด ในขณะที่อุตสาหกรรมอื่น ๆ ถูกดูดกลืนความรู้จนไม่เหลืออะไร

สิ่งที่เราต้องร่วมกันสร้างคือ Frontier Ecosystem หรือระบบนิเวศที่อนุญาตให้ทุกองค์กร ทุกอุตสาหกรรม และทุกประเทศ สามารถเป็นเจ้าของวงจรการเรียนรู้ของตนเอง เพื่อให้มูลค่าและผลกำไรยังคงหมุนเวียนและถูกต่อยอดโดยผู้คนในอุตสาหกรรมนั้น ๆ

และทั้งหมดนี้คือจุดสมดุลใหม่ของโลกธุรกิจ ที่ยืนยันว่ามนุษย์และ AI จะไม่ได้มาแทนที่กัน แต่จะมาช่วยกันขยายขีดจำกัดความสามารถ เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์

อ้างอิง: x

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

OpenAI เปิดตัว LifeSciBench ชุดทดสอบ AI 750 โจทย์วิจัยชีววิทยาระดับผู้เชี่ยวชาญ ที่แม้แต่โมเดลเก่งสุดยังสอบผ่านแค่ 36%

OpenAI เปิดตัว LifeSciBench ชุดทดสอบ AI 750 โจทย์วิจัยชีววิทยาระดับผู้เชี่ยวชาญ เขียนโดยนักวิทยาศาสตร์ 173 คน ผลทดสอบพบ GPT-Rosalind นำทุกโมเดลแต่สอบผ่านเพียง 36.1% สะท้อนว่า AI ยั...

Responsive image

รู้จัก ‘Loop Engineering’ เลิกพิมพ์สั่ง AI ทีละคำ เปลี่ยนมาออกแบบลูปให้ AI ทำงานเองจนจบ

Loop Engineering คือเทรนด์ใหม่ที่เปลี่ยนวิธีใช้ AI จากการพิมพ์สั่งทีละคำ มาเป็นการออกแบบลูปให้ AI ทำงานเองจนจบ พร้อมห้าหลักการออกแบบลูป และบทเรียนบิลค่า AI ที่พุ่งทะลุเพดานเมื่อลูป...

Responsive image

Microsoft Copilot Cowork เปิดให้ใช้งานเต็มระบบทั่วโลกแล้ว เอเจนต์ AI ที่รับงานยาว ๆ ทำเองจนจบ

Microsoft เปิด Copilot Cowork ให้ใช้ทั่วโลก เอเจนต์ AI ที่รับงานซับซ้อนยาว ๆ ทำเองจนจบ Fortune 500 กว่าครึ่งใช้แล้ว รันบนโมเดล Anthropic คิดเงินตามการใช้จริงในหน่วยเครดิต Copilot พ...