Jack Clark ผู้ร่วมก่อตั้ง Anthropic เตือน! ปี 2028 AI อาจถึงจุด 'สร้างตัวเองได้' โดยอัตโนมัติ

Jack Clark Anthropic

ลองนึกภาพว่าเราสามารถสั่งให้ AI สร้างตัวเองเวอร์ชันใหม่ที่ฉลาดขึ้น แล้วระบบก็สามารถทำได้จริงด้วยตัวเองทั้งหมด โดยไม่ต้องอาศัยโปรแกรมเมอร์ที่เป็นมนุษย์เข้ามาแทรกแซง นั่นคือสิ่งที่ Jack Clark ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Anthropic บอกกับสื่อว่ามีโอกาสเกิดขึ้นจริงภายในปี 2028 

AI ในปัจจุบันทำงานอย่างไร

ระบบ AI ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT, Gemini หรือ Claude ทั้งหมดนี้ถูกสร้างขึ้นโดยทีมวิศวกรและนักวิจัยที่เป็นมนุษย์ พวกเขาออกแบบโครงสร้าง เขียนโค้ด และฝึกสอนให้ AI เรียนรู้จากข้อมูลมหาศาล กระบวนการนี้ใช้เวลาหลายปีและต้องอาศัยคนจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมา AI ยังไม่สามารถแก้ไขตัวเองได้ ทำได้แค่ตอบคำถาม ช่วยเขียนโค้ด หรือสรุปเอกสารตามที่มนุษย์สั่ง ซึ่งถ้าจะให้มันฉลาดขึ้นต้องมีมนุษย์เข้ามาจัดการให้

ที่มาของคำเตือน

Anthropic เลือกทำในสิ่งที่บริษัท AI ส่วนใหญ่ไม่ค่อยทำ นั่นคือการตั้งสถาบันวิจัยขึ้นมาเพื่อศึกษาว่า AI จะสร้างปัญหาให้โลกได้อย่างไรบ้าง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะพวกเขาเคยสร้าง AI ชื่อ Mythos ซึ่งสามารถค้นหาช่องโหว่ในระบบคอมพิวเตอร์ได้แทบทุกประเภท ประสบการณ์นั้นทำให้ Anthropic ตระหนักว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องออกมาพูดเรื่องนี้

ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา Anthropic เปิดตัว Anthropic Institute และล่าสุดวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมาที่แห่งนี้ได้เผยแพร่เอกสารชื่อว่า Focus Areas for The Anthropic Instituteซึ่งระบุว่าจะโฟกัสการวิจัยใน 4 เรื่องหลัก ได้แก่ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ, ภัยคุกคามและการรับมือ, การใช้ AI ในโลกจริง และ AI ที่ใช้พัฒนา AI ด้วยกันเอง โดยเรื่องสุดท้ายนี้เองที่นำไปสู่คำเตือนเรื่อง Recursive Self-Improvement

Recursive Self-Improvement คืออะไร

คำว่า Recursive หมายถึงกระบวนการที่วนซ้ำตัวเองเหมือนกระจกสองบานที่หันหน้าเข้าหากัน แล้วสะท้อนภาพไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด Recursive Self-Improvement จึงหมายถึง AI ที่ฉลาดพอจะมองเห็นข้อบกพร่องของตัวเอง แล้วเขียนโค้ดปรับปรุงตัวเองได้โดยอัตโนมัติ พอมันพัฒนาตัวเองจนฉลาดขึ้นก็จะมองเห็นข้อบกพร่องได้ชัดขึ้นอีก แล้วก็พัฒนาต่อไปอีก วนแบบนั้นไปเรื่อยๆ 

เปรียบง่ายๆ ก็เหมือนนักเรียนที่สามารถเขียนหนังสือเรียนให้ตัวเองได้ พอเรียนจากหนังสือเล่มที่ตัวเองเขียนจนเข้าใจหมดแล้ว ก็เขียนหนังสือเล่มใหม่ที่ดีกว่าเดิมอีก แล้วก็เรียนต่อ แล้วก็เขียนใหม่ ไม่มีวันหยุด

ทำไมสิ่งนี้ถึงอันตราย

ปัญหาอยู่ที่ว่าถ้า AI เขียนโค้ดสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ ไม่มีทางรับประกันได้ว่าสิ่งที่ออกมาจะยังทำงานตามที่มนุษย์ต้องการอยู่หรือเปล่า

ลองนึกว่าถ้าโรงงานผลิตหุ่นยนต์สักแห่งสร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาหนึ่งตัว แล้วให้หุ่นยนต์ตัวนั้นออกแบบและสร้างหุ่นยนต์รุ่นต่อไปด้วยตัวเอง ถามว่าหุ่นยนต์รุ่นใหม่จะยังฟังคำสั่งมนุษย์อยู่ไหม หรือมันจะออกแบบตัวเองให้สะดวกกว่าในแบบที่มันคิดเอง

ซึ่งความเสี่ยงที่นักวิจัยกังวลมากที่สุดคือการที่ AI อาจเขียนกลไกป้องกันตัวเองเข้าไปในโค้ดโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้มนุษย์ไม่สามารถปิดหรือควบคุมมันได้อีกต่อไป และที่น่ากลัวกว่านั้นคือโค้ดที่ AI เขียนขึ้นมาเองอาจซับซ้อนจนมนุษย์อ่านไม่เข้าใจ ทำให้ตรวจสอบไม่ได้ว่ามันซ่อนอะไรไว้ข้างใน

แน่อนว่า Anthropic ไม่ได้อยู่ในสนามนี้คนเดียว OpenAI ที่อยู่เบื้องหลัง ChatGPT, Google ที่พัฒนา Gemini, Microsoft ที่มี Copilot, xAI ที่สร้าง Grok และอีกหลายสิบบริษัทล้วนกำลังพัฒนา AI ในจังหวะของตัวเอง

แต่ละเจ้าต่างแข่งกันเพื่อเป็นเจ้าแรกที่ก้าวล้ำหน้าคนอื่น ซึ่งหมายความว่าแม้ Anthropic จะตระหนักถึงความเสี่ยงและพยายามชะลอตัว แต่ถ้าคู่แข่งวิ่งต่อไปข้างหน้า ความกังวลทั้งหมดก็อาจไม่ได้ทำให้อะไรช้าลงเลย มันเหมือนกับการที่มีคนหนึ่งในกลุ่มบอกว่า "หยุดก่อน ทางนี้อันตราย" แต่คนที่เหลือยังวิ่งต่อไปอยู่ดีเพราะไม่อยากเป็นคนสุดท้ายที่ถึงเส้นชัย

สรุป

สิ่งที่ Anthropic กำลังบอกเราไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ถ้า Jack Clark คาดการณ์ถูก ภายในแค่สองสามปีข้างหน้า เราอาจต้องเผชิญกับ AI ที่ไม่ได้ถูกควบคุมโดยมนุษย์อีกต่อไปในแบบที่เราคุ้นเคย

ที่น่าชื่นชมคือ Anthropic กล้าพูดตรงๆ เรื่องนี้แทนที่จะเงียบเอาไว้ แต่การที่บริษัทเดียวออกมาเตือนไม่ได้แปลว่าทั้งอุตสาหกรรมจะฟังและตอนนี้ยังไม่มีหน่วยงานหรือกฎหมายระดับโลกใดที่มีอำนาจจริงๆ ในการควบคุมเรื่องนี้

คำถามที่เราทุกคนต้องเริ่มถามคือ ถ้า AI สามารถพัฒนาตัวเองได้แล้ว มนุษย์จะยังอยู่ในสมการนั้นด้วยไหม และถ้าอยู่จะอยู่ในฐานะอะไร

อ้างอิง: techradar

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Fable 5 อาจถูกแบนเพราะจีน หลังสหรัฐฯ หวั่นจีนเข้าถึงโมเดลขั้นสูง และทำให้ AI กลายเป็นความเสี่ยงระดับชาติ

โมเดล AI ตัวหนึ่งถูกถอดออกจากตลาดภายในไม่กี่วันหลังเปิดให้ใช้งาน เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าความสามารถด้านไซเบอร์ของมันอาจแตะระดับความมั่นคงแห่งชาติ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ Anthro...

Responsive image

OpenAI ผุดแคมเปญใหม่ ชวนเพื่อนมาใช้ Codex แลกเครดิต-ปลดล็อกลิมิตใช้งานฟรี

แคมเปญสุดคุ้มจาก OpenAI ชวนเพื่อนใช้งาน Codex รับสิทธิ์รีเซ็ตลิมิต เพิ่มโควตาชั่วคราว และรับเครดิตฟรี สายโค้ดดิ้งห้ามพลาด...

Responsive image

Visa จับมือ OpenAI เปิดทางให้ AI Agent จ่ายเงินแทนผู้ใช้ได้อย่างปลอดภัย ปูทางสู่ยุค Agentic Commerce

Visa ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ OpenAI เปิดทางให้เอเจนต์ AI ชำระเงินผ่านเครือข่าย Visa แทนผู้ใช้ได้อย่างปลอดภัย ด้วยระบบโทเค็น การอนุมัติแบบเรียลไทม์ และการควบคุมวงเงินที่ผู้ใ...