Jensen Huang ซีอีโอ NVIDIA เตือนอย่าหลงเชื่อคำพูดผู้นำที่ทำคนกลัว AI เกินจริง

Jensen Huang

โลกตอนนี้เต็มไปด้วยคำเตือนเกี่ยวกับ AI ตั้งแต่ความเสี่ยงที่มนุษย์อาจถูกแทนที่ ไปจนถึงความกังวลว่าเทคโนโลยีนี้อาจส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจครั้งใหญ่

หนึ่งในคนที่พูดเรื่องนี้คือ Elon Musk ที่เคยบอกว่า ‘มนุษย์อาจมีโอกาส 20% ที่จะเผชิญหายนะจาก AI’ ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ที่หลายบริษัทเริ่มเลิกจ้างพนักงาน โดยอ้างว่าเอไอจะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ท่ามกลางกระแสความกังวลเหล่านั้น Jensen ซีอีโอของ NVIDIA กลับมองต่างออกไป เขาบอกกับบัณฑิตจบใหม่ในมหาลัย Carnegie Mellon ว่าแม้ AI จะเข้ามาเปลี่ยนโลกการทำงาน แต่ตอนนี้มันอาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นเส้นทางอาชีพก็ได้

Jensen บอกผู้นำเทคฯ กำลังทำคนกลัว AI

อีกมุมที่ Jensen พูดถึงคือการสื่อสารเรื่อง AI ของผู้นำในวงการเทคโนโลยี 

เขาให้สัมภาษณ์ว่าผู้นำบางคนพูดถึง AI ในทิศทางที่รุนแรงเกินไป จนทำให้สังคมตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น และเสริมว่าซีอีโอหลายคนมักมั่นใจในมุมมองของตัวเองจนเข้าข่าย God Complex หรือความคิดที่ว่าตัวเองรู้ทุกอย่าง ซึ่งเขามองว่าการพูดเรื่อง AI ควรอยู่บนหลักข้อเท็จจริงมากกว่าการสร้างความตื่นตระหนก

AI กำลังเปิดโอกาสใหม่ในโลกการทำงาน

ระหว่างที่ Jensen ขึ้นพูดในพิธีจบมหาลัยแห่งหนึ่งเขาได้พูดถึงยุค AI ว่าเป็นช่วงเวลาทองที่เต็มไปด้วยโอกาส โดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังเริ่มต้นทำงาน เขาอธิบายว่า AI กำลังเข้ามาช่วยลดช่องว่างทางเทคโนโลยี เพราะในอดีตการสร้างอะไรสักอย่างจำเป็นต้องใช้ทั้งเงินทุน ทีมงาน และทรัพยากรจำนวนมาก แต่วันนี้คนธรรมดาก็สามารถสร้างเครื่องมือหรือพัฒนาธุรกิจได้ง่ายขึ้นกว่าเมื่อก่อน พร้อมบอกว่าจังหวะเวลานี้ ‘สมบูรณ์แบบ’ สำหรับการเริ่มต้นชีวิตการทำงาน เช่นเดียวกับช่วงที่เขาก่อตั้ง Nvidia ในปี 1993 ซึ่งเป็นยุคที่อินเทอร์เน็ตกำลังเปลี่ยนโลกเช่นกัน

แต่โลกกำลังกังวลว่า AI จะทำให้คนตกงาน

แม้เขาจะมอง AI ในแง่บวก แต่ความกังวลของสังคมก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผลสำรวจของ Pew Research Center พบว่าชาวอเมริกันจำนวนมากรู้สึก ‘กังวลมากกว่าตื่นเต้น’ กับการเข้ามาของ AI แต่ในขณะเดียวกันหลายบริษัทก็เริ่มใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดจำนวนพนักงานลง ก่อนหน้านี้ Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic เคยเตือนว่า AI อาจทำให้ตำแหน่งงานระดับ Entry Job หายไป โดยเฉพาะงานสาย White Collar นอกจากนี้เด็กจบใหม่หลายคนยังเริ่มเจอปัญหาหางานที่ยากขึ้น เพราะหลายองค์กรชะลอการจ้างงาน หรือเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้เริ่มพึ่งพา AI 

สรุป

มุมมองของ Jensen สะท้อนให้เห็นว่าแม้ AI จะกำลังเปลี่ยนโลกการทำงานครั้งใหญ่ แต่เขาไม่ได้มองว่ามันคือภัยคุกคาม สิ่งที่เขาเน้นย้ำตลอดคือการปรับตัว เพราะในยุคที่ AI กำลังกลายเป็นทักษะพื้นฐานใหม่ คนที่เรียนรู้วิธีใช้มันได้ดีอาจคือคนที่ได้เปรียบที่สุดในตลาดงานยุคต่อไป 

อ้างอิง: businessinsider

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

จีนปฏิเสธข้อเสนอ ‘ชะลอการพัฒนา AI’ หลัง Anthropic เตือนว่าจีนคือภัย

ความขัดแย้งเรื่อง AI ระหว่างสหรัฐฯ และจีนกำลังร้อนระอุ หลังผู้นำบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI ขั้นสูง ขณะที่จีนมองว่าการสร้างความหวาดกลัวและการใช้ประเด็...

Responsive image

Anthropic เปิดตัว Claude for Financial Advisors ปลั๊กอินต่อตรงเข้าพอร์ตการเงิน ช่วยเตรียมข้อมูล จัดพอร์ต ทำสรุปในไม่กี่นาที

Anthropic เปิดตัว Claude for Financial Advisors เชื่อม Claude เข้ากับข้อมูลพอร์ตจาก BlackRock, Charles Schwab และ Addepar พร้อมทักษะงาน 8 ตัวสำหรับเตรียมประชุม ทบทวนพอร์ต และงานตาม...

Responsive image

ก้าวข้ามโครงการนำร่อง: อะไรคือสิ่งที่ทำให้ AI Agent ไปถึงการใช้งานจริง

อริยะ พนมยงค์ จาก Wonderful Thailand เล่าบนเวที Techsauce Global Summit 2026 ว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้โครงการนำร่อง AI ไปถึงการใช้งานจริง ตั้งแต่การออกแบบข้ามสายงาน การเผื่อขนาดตั้งแต...