
สองวันหลังจาก Amazon ประกาศทุ่มเงิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อส่งวิศวกรเข้าไปทำงานในองค์กรลูกค้า Microsoft ก็สวนกลับด้วยตัวเลขที่ใหญ่กว่าสองเท่าครึ่ง พร้อมกำลังคนที่มากกว่าคู่แข่งทุกรายในสนามเดียวกัน สะท้อนว่าการแข่งขันของยักษ์ใหญ่ AI กำลังย้ายสมรภูมิจากการสร้างโมเดลที่เก่งที่สุด มาสู่การพิสูจน์ว่าใครช่วยลูกค้าใช้ AI ให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริงมากกว่ากัน
Microsoft ประกาศเปิดตัว Microsoft Frontier Company หน่วยธุรกิจใหม่ที่ได้รับเงินลงทุน 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมและวิศวกรรวม 6,000 คน ที่จะเข้าไปฝังตัวทำงานร่วมกับองค์กรลูกค้าทั่วโลก เพื่อร่วมออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง และปรับปรุงระบบ AI อย่างต่อเนื่อง โดยวัดผลจากผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ ซึ่ง Microsoft ประกาศชัดว่านี่จะเป็นองค์กรวิศวกรรมที่เน้นผลลัพธ์ที่ใหญ่ที่สุดและมีศักยภาพสูงสุดในอุตสาหกรรม
โมเดลการส่งวิศวกรเข้าไปทำงานในองค์กรลูกค้า หรือที่วงการเรียกว่า Forward Deployed Engineering (FDE) ไม่ใช่เรื่องใหม่ Palantir คือผู้บุกเบิกแนวทางนี้มาตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน แต่คุณ Judson Althoff ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจเชิงพาณิชย์ของ Microsoft ยืนยันว่าสิ่งที่ Microsoft Frontier Company ทำจะไปไกลกว่านั้น เพราะผสมความรู้เชิงลึกในแต่ละอุตสาหกรรม ประสบการณ์ด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) และความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม AI ระดับองค์กรเข้าด้วยกัน เพื่อพาลูกค้าไปสู่สิ่งที่ Microsoft เรียกว่า Frontier Transformation หรือการยกระดับธุรกิจด้วย AI แบบครบวงจร
หัวใจของแนวคิดนี้อยู่ที่สมการ 'Intelligence + Trust' ที่คุณ Judson มองว่าเป็นสององค์ประกอบสำคัญที่สุดของโซลูชัน AI ทุกตัว ฝั่งแรกคือองค์กรต้องมีแพลตฟอร์มด้านความฉลาด ที่ทำให้ข้อมูลเฉพาะตัว ความเชี่ยวชาญ กระบวนการทำงาน และวิธีตัดสินใจขององค์กร ทบต้นสะสมมูลค่าขึ้นเรื่อยๆ จากภายใน ส่วนอีกฝั่งคือแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ ที่ช่วยให้องค์กรตรวจสอบ กำกับดูแล และรักษาความปลอดภัยของระบบ AI ได้ทุกชั้นของเทคโนโลยี พร้อมใช้แนวทางการบริหารต้นทุนคลาวด์ (FinOps) มาประเมินผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment: ROI) และทีมวิศวกรที่ฝังตัวอยู่กับลูกค้าคือกลไกที่คอยหมุนวงจรปรับปรุงระหว่างสองแพลตฟอร์มนี้ให้ดีขึ้นไม่หยุด
จุดที่ Microsoft ชูเป็นหลักการที่ต่อรองไม่ได้คือ ความฉลาดขององค์กรลูกค้าต้องได้รับการปกป้อง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) หรือความได้เปรียบในการแข่งขัน ทั้งหมดจะไม่ถูกนำไปฝึกโมเดลในแบบที่ทำให้จุดแข็งของลูกค้ากลายเป็นของโหล โดยคุณ Judson ยกคำพูดของคุณ Satya Nadella ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Microsoft ที่ระบุไว้ชัดว่า 'สังคมไม่มีทางยอมรับอนาคตของ AI ที่กลืนกินความฉลาดของบริษัทที่มันเข้าไปทำงานอยู่ข้างใน' และ Microsoft Frontier Company ก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการันตีว่าสิ่งนั้นจะไม่เกิดขึ้น
เครื่องมือสำคัญที่ใช้ปกป้องความฉลาดของลูกค้าคือแพลตฟอร์ม AI แบบเปิดที่รองรับโมเดลหลากหลายค่าย เพราะ Microsoft มองว่าลูกค้าไม่ควรถูกผูกติดกับโมเดลเดียว เหมือนที่ไม่ควรถูกผูกติดกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายเดียว องค์กรจึงเลือกใช้โมเดลที่เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นโมเดลจาก OpenAI, Anthropic, Microsoft AI, โมเดลโอเพนซอร์ส หรือโมเดลเฉพาะทางที่จูนมาสำหรับอุตสาหกรรมนั้นๆ โดยไม่ต้องยกอำนาจควบคุมให้ค่ายใดค่ายหนึ่ง
Microsoft ยกตัวอย่างผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้วจากการทำงานร่วมกับ London Stock Exchange Group (LSEG) ที่ทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญของ Microsoft เข้าไปช่วยฝัง AI ลงใน LSEG Workspace ทำให้มืออาชีพสายการเงินถามคำถามซับซ้อนและได้คำตอบอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลการเงินทั้งแบบมีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้าง โดยระบบถูกปรับจูนซ้ำๆ ผ่านความคิดเห็นของลูกค้าและการทดสอบกับผู้ใช้จริงแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพของโมเดลขึ้นเรื่อยๆ ในทุกรอบ นอกจาก LSEG แล้วยังมี Land O'Lakes, Unilever และ Novo Nordisk ที่เริ่มเห็นผลลัพธ์จากแนวทางนี้เช่นกัน
ส่วนการขยายผลในระดับโลก Microsoft จะทำงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรผู้วางระบบระดับโลก (Global System Integrator) อย่าง Accenture, Capgemini, EY, KPMG และ PwC เพื่อส่งต่อคุณค่าแบบเดียวกันนี้ให้ลูกค้าในทุกตลาดและทุกกลุ่มธุรกิจ
การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสที่ผู้เล่นรายใหญ่ทุกค่ายกำลังเทเงินเข้าสู่โมเดลเดียวกัน CNBC ชี้ว่า Amazon เพิ่งประกาศลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงการ FDE ของตัวเองก่อนหน้าเพียงสองวัน ขณะที่ OpenAI ก็มี Deployment Company หน่วยงานแยกที่ได้เงินหนุนกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากกลุ่มนักลงทุน ส่วน Anthropic จับมือกับ Goldman Sachs, Blackstone และ Hellman & Friedman ตั้งบริษัทร่วมทุนมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อส่งวิศวกรเข้าไปช่วยองค์กรขนาดกลางโดยเฉพาะ ภาพรวมนี้บอกชัดว่าการแข่งขันในตลาด AI ระดับองค์กร ไม่ได้ตัดสินกันที่ความเก่งของโมเดลอีกต่อไป แต่ตัดสินกันที่ความสามารถในการทำให้ AI สร้างผลลัพธ์จริงในธุรกิจของลูกค้า
สำหรับผู้นำของหน่วยธุรกิจใหม่นี้ Microsoft แต่งตั้งคุณ Rodrigo Kede Lima ขึ้นเป็นประธานของ Microsoft Frontier Company โดยคุณ Rodrigo มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมากว่า 30 ปี และตลอด 6 ปีที่อยู่กับ Microsoft ได้นำทีมขายผลักดันการยกระดับองค์กรลูกค้าทั้งในภูมิภาคอเมริกาและเอเชียมาแล้ว
Microsoft Frontier Company เริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการแล้ว โดยองค์กรที่สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Microsoft Frontier Company
ที่มา: Microsoft Official Blog, CNBC, SiliconANGLE, The Decoder
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด